ข่าว

กองทัพเดินเกม'กระชับอำนาจ'สั่งผู้ว่าฯรายงานม็อบ

กองทัพเดินเกม'กระชับอำนาจ'สั่งผู้ว่าฯรายงานม็อบ

27 ก.พ. 2557

กองทัพเดินเกม'กระชับอำนาจ' สั่งผู้ว่าฯรายงานสถานการณ์ม็อบ : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน

               นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ปกติธรรมดาอย่างยิ่ง เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) อาศัยอำนาจในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดติดตามสถานการณ์ทางการเมืองที่มีการปลุกระดมให้เกิดความแตกแยก พร้อมทั้งพิจารณาถึงข้อกฎหมายที่จะสามารถใช้ในการดูแลการชุมนุม

               น่าสนใจว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ "ผอ.รมน." โดยตำแหน่ง รับรู้ในการสั่งการในครั้งนี้อย่างไร เพราะหากเป็นกรณีที่ ผบ.ทบ.ใช้อำนาจ ผอ.รมน.สั่งการโดยตรง ก็เท่ากับว่า ขณะนี้กองทัพมองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องการเมืองอีกต่อไป แต่เป็นปัญหา "ความมั่นคง" ที่น่าเป็นห่วงอย่างที่สุด

               โดยเฉพาะในห้วงที่มีการใช้อาวุธสงคราม และระเบิดโจมตีพื้นที่ชุมนุม กปปส.อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีการปลุกกระแสแบ่งแยกประชาชน และจัดตั้งกองกำลังกันอย่างเปิดเผย !!

               น่าสนใจยิ่งขึ้นว่า การออกมากระชับอำนาจของ ผบ.ทบ.ในห้วงที่สถานการณ์สุ่มเสี่ยงเช่นนี้ ถือเป็น "ครั้งแรก" ในประวัติศาสตร์ที่ รอง ผอ.รมน.ใช้อำนาจสั่งการโดยตรงไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้ติดตามรายงานสถานการณ์ด้านความมั่นคงมายัง กอ.รมน.

               ฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจในฐานะ รอง ผอ.รมน. สั่งตรงไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดในการเฝ้าระวัง และติดตามการปลุกระดมปลุกปั่นให้คนไทยเกิดความเกลียดชังจนนำไปสู่การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ถือเป็นอีกมาตรการในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง เพราะไม่อยากให้ปัญหาเกิดความซับซ้อนจนไม่สามารถแก้ไขได้

               "ผบ.ทบ.มอบหมายให้ผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดที่มีสถานการณ์รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ของตน เพื่อให้ กอ.รมน.ประเมินสถานการณ์และหาแนวทางแก้ไข รวมทั้งพิจารณากฎหมายในการบังคับใช้ให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ โดยหน่วยงานของกองทัพจะได้รายงานข้อมูลการข่าวของตนไปยัง กอ.รมน. เพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ส่งมาจากจังหวัดด้วย"

               สำหรับพื้นที่ที่สั่งการให้มีการจับตามากเป็นพิเศษ คือ พื้นที่ที่มีความขัดแย้งของกลุ่มมวลชน และมีแนวโน้มที่จะเกิดสถานการณ์ความรุนแรงขึ้น เช่น กทม. รวมทั้งจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคอีสาน และจังหวัดตามแนวชายแดนด้านตะวันออก ซึ่งมีการติดตามทั้งความเคลื่อนไหวของมวลชน และการนำกำลังที่จะเป็นมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ในประเทศ

               ส่วนแนวทางการดำเนินการ ได้มอบหมายให้ "แม่ทัพภาค" ประสานไปยังผู้ว่าฯ ในพื้นที่กองทัพภาคของตนให้มีการรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ กอ.รมน.มีการประเมิน และหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป

               นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังประสานไปยังศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เพื่อปรับแผนการปฏิบัติงานของทหารในการที่จะเข้าไปสนับสนุนภารกิจของ ศรส.ในพื้นที่ต่างๆ ทั่ว กทม.รวม 176 จุด แบ่งเป็น 1.จุดดูแลประชาชนโดยชุดปฏิบัติการมวลชน จำนวน 88 จุด และ 2.จุดตรวจความมั่นคง จำนวน 88 จุด

               รวมทั้งเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลเป้าหมายในการก่อเหตุ เช่น องค์กรอิสระ สถานที่ราชการสำคัญ รวมถึงการจัดกำลังเสริมเข้าไปดูแลประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส.ในแต่ละจุด หลังเกิดเหตุยิงปะทะอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พื้นที่เวทีแยกศาลาแดง-ประตูน้ำ-เฉลิมเผ่า-ปทุมวัน-ราชประสงค์ ต่อเนื่องตั้งแต่คืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เป็นต้นมา

               ฝ่ายความมั่นคงย้ำว่า ก่อนหน้านี้กองทัพพยายามแสดงบทบาทเป็นตัวกลางในการ "เจรจา" เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้ง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทางกองทัพจึงมีการเดินเกมอีกครั้ง โดยให้ พล.อ.ประยุทธ์ อ่านแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และยกระดับมาเป็นการใช้อำนาจ ผอ.รมน. สั่งการโดยตรงเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์

               เขาชี้ว่า จุดประสงค์ของกองทัพคือ การเตือนสติทุกฝ่าย เพราะไม่ต้องการให้เกิด "สงครามกลางเมือง" และไม่ต้องการใช้กำลังกับประชาชนทุกฝ่ายที่เป็นคนไทยด้วยกัน

               ทั้งนี้ ก่อนออกแถลงการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ได้หารือกับ ผบ.เหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ และพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ก่อนจะต่อสายไปถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รวมถึง ศรส.ก่อนด้วย เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด

               นอกจากนี้ ผบ.เหล่าทัพยังมีความอึดอัดต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศที่อาจลุกลามบานปลายจนแก้ไขโดยสันติวิธีไม่สำเร็จ โดยมีการสั่งการให้จับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้ง รวมทั้งกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่อาจจะถูกดึงเข้ามาร่วม "ผสมโรง" ด้วย

               น่าติดตามว่า ก้าวย่างของกองทัพได้เดินเกม "กระชับอำนาจ" หนักแน่นขึ้นทุกขณะ ตั้งแต่การออกแถลงการณ์เตือนสติทุกฝ่าย และการใช้อำนาจในฐานะผู้ดูแลความมั่นคงของประเทศ เพื่อหาทางป้องกันความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่า การสื่อสารไปยังผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดโดยตรง ก็คงมีคนมองว่าเป็นการ "ปฏิวัติเงียบ"

               และถ้าการเดินเกมถึงขั้นนี้ยังไม่ได้ผล และเกิดเงื่อนไขที่รุนแรงถึงขั้นจลาจล-นองเลือดขึ้นจริงๆ ไพ่ที่เหลืออยู่ในมือของกองทัพอย่าง "กฎอัยการศึก" และการ "รัฐประหาร" จะถูกนำมาใช้เพื่อยุติปัญหาตามลำดับขั้นหรือไม่

.......................................

(หมายเหตุ : กองทัพเดินเกม'กระชับอำนาจ' สั่งผู้ว่าฯรายงานสถานการณ์ม็อบ : ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน)