
'ปล่องบันได'ทรุดถล่มสุดวิสัยหรือเลินเล่อ?
'ปล่องบันได'ทรุดถล่ม สุดวิสัยหรือเลินเล่อ? : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
โศกนาฏกรรมจากเหตุ "ปล่องบันได" ภายในอาคารก่อสร้างโครงการสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ทรุดถล่มลงมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 11 คน บาดเจ็บ 15 คน เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
วันนี้ (26 ก.พ.) บริเวณที่เกิดเหตุมีการติดป้าย "ห้ามเข้าโดยเด็ดขาด พื้นที่อันตราย" พร้อมล้อมเชือกไว้ ขณะที่คนงานก่อสร้างยังมาทำงานกันตามปกติ "สุดตา โคตรภูธร" ช่างขุดเจาะ วัย 39 ปี ซึ่งบันทึกภาพขณะเกิดเหตุและอัพโหลดขึ้นเฟซบุ๊กส่วนตัว โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า "นาทีระทึกอุบัติเหตุตึกถล่มทำให้มีผู้เสียชีวิต ที่ตำบลบางปลา โครงการสร้างโรงพยาบาลลามาธิบดี" เล่านาทีระทึกให้ฟังว่า ช่วงก่อนเที่ยงขณะอยู่บนรถด้านหน้าอาคาร ได้ยินเสียงดังครืนลงมา รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน มีควันฟุ้งลอยเต็มไปหมด และเห็นแผ่นปูนถล่มลงมาระหว่างทางเชื่อม จึงรีบวิ่งไปช่วยคนเจ็บ
"ตอนที่วิ่งเข้าไปช่วยเพื่อนคนงาน ก็กลัวว่าจะถล่มซ้ำขึ้นมาอีก ต้องเข้าไปด้วยความระมัดระวัง ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก ส่วนลักษณะงานของผมทำงานอยู่ข้างนอกอาคาร ถ้าไม่มีความจำเป็นจะไม่เข้าไปในอาคารที่กำลังก่อสร้าง เพราะกลัวอันตราย" สุดตา บอก ขณะชี้ให้ดูภาพที่เขาบันทึกไว้ผ่านแท็บเล็ต
"กิตติ ศรีพันลม" หนุ่มกาฬสินธุ์ วัย 55 ปี ทำงานก่อสร้างมาเกือบ 20 ปี เสริมว่า เป็นครั้งแรกที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่ง 1 ใน 3 คนไทยที่เสียชีวิตเคยรู้จักกันมาเกือบ 10 ปี อีกไม่กี่เดือนเขาก็จะเกษียณแล้ว ตอนเกิดเหตุเขาไปนั่งพักในจุดที่อาคารถล่มพอดี อุบัติเหตุครั้งนี้ โครงการน่าจะให้หยุดงาน เพราะหลายคนเสียขวัญและกำลังใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"วันที่เกิดเหตุลูกสาวผมก็โทรมาถามเป็นห่วง กลัวว่าวันหนึ่งเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดกับครอบครัว แต่คิดเสมอว่า คนที่ไม่ประมาทอยู่ที่ไหนก็ปลอดภัย เมื่อวานผมทำงานอยู่ใกล้จุดที่เกิดเหตุ รู้สึกกลัวเหมือนกัน จึงพยายามระมัดระวังตัว"
"กิตติ" บอกอีกว่า ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานที่นี่ จะมีเจ้าหน้าที่มาอบรมในเรื่องความปลอดภัยทุกสัปดาห์อยู่แล้ว และก่อนทำงานจะบอกลูกน้องถึงความปลอดภัย โดยเฉพาะลูกน้องที่เป็นต่างด้าว บางทีเขาไม่ค่อยรู้ อย่างการขึ้นไปบนที่สูงเกิน 2 เมตร ต้องมีการใส่เข็มขัดนิรภัยที่เกี่ยวกับนั่งร้าน ต้องมีถุงมือ แว่นตา ต้องใส่รองเท้าหัวเหล็กออกมาหน้างาน ยกเว้น เทปูนก็ใส่รองเท้าบู๊ท หมวกนิรภัยต้องใส่ตลอดหากประเมินสถานการณ์ว่าไม่ปลอดภัย ก็จะไม่ให้ลูกน้องเข้าไปเสี่ยง เพราะโอกาสมันพลาดได้ ส่วนอุบัติเหตุครั้งนี้ น่าจะเป็นเหตุสุดวิสัย
ในแง่ของคดีนี้ พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตั้งประเด็นไว้ 3 ประเด็น คือ 1.รูปแบบการก่อสร้างว่าถูกต้องหรือไม่ 2.มูลเหตุวัสดุอุปกรณ์ว่าได้มาตรฐานหรือไม่ 3.มูลเหตุ เกิดการกระทำของบุคคลหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ ทุกประเด็นจะต้องมีทุกภาคส่วนมาให้ปากคำ รวมทั้งตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตต่างๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องของโยธาธิการจังหวัดและอบต.บางปลา เมื่อคืนเพิ่งร่วมกับทางกู้ภัยในการยุติการค้นหาตอนตีสาม ส่วนวันนี้จะเริ่มชันสูตรพลิกศพ การตรวจสอบสัญชาติ และการเข้ามาอย่างถูกต้องหรือไม่ ในเบื้องต้นทางบริษัทยืนยันว่าจะรับผิดชอบ และมีรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว พนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดก่อนว่าเกิดจากสาเหตุใด
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 เข้ามาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ บอกว่า ในที่เกิดเหตุพบจุดที่ผิดสังเกต มีรอยนั่งร้านบิดเบี้ยว มีรอยแรงกระแทก ซึ่งจะถ่ายรูปไปวิเคราะห์ว่าได้รับแรงกระแทกมาจากไหน และความเสียหายของเสานั้น จะเอาแปลนมาเปรียบเทียบดู และถ้ามีการยืนยันว่ามีวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน จะมาเก็บเหล็กเพื่อไปตรวจคุณภาพอีกครั้ง
วันเดียวกัน รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าสำรวจและตรวจสอบพื้นที่อาคารถล่ม พบว่า ผนังช่องบันไดที่กำลังก่อสร้างแบะ และร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารที่ชั้น 3 และหักลงมาทับคนงานที่นั่งอยู่ชั้น 2 ใต้แผ่นพื้น ทั้งนี้ ผนังช่องบันไดได้เทคอนกรีต โดยใช้สลิปฟอร์มเลื่อนขึ้นไปสูง 26 เมตร มีเพียงค้ำยันชั่วคราวเท่านั้น แล้วจึงก่อสร้างพื้นตามขึ้นไปเชื่อมผนัง ทำให้โครงสร้างนี้ไม่เป็นกรอบผนังที่แข็งแรงเพียงพอ แม้ว่าจะทำค้ำยันผนังดังกล่าวไว้แล้ว แต่ไม่เพียงพอที่จะต้านทานแรงจากอุบัติเหตุครั้งนี้ได้ ทำให้ผนังคอนกรีตล้มทับพื้นชั้น 2 ที่ก่อสร้างไว้แล้วพังทลายต่อเนื่องลงมาทับคนงานก่อสร้าง
"การหักโค่นช่วงกลางของแผ่นปูนอาจจะเกิดความไม่สมดุลระหว่างดำเนินการก่อสร้าง หรืออาจจะมีสิ่งใดไปกระแทกด้านบนของปล่องบันไดดังกล่าว จนทำให้หักโค่นลงมา ส่วนแบบแปลนการก่อสร้างอาคารนั้น จากการตรวจสอบแล้วพบว่าได้มาตรฐาน เนื่องจากผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงานและผู้รับเหมาเป็นบริษัทที่น่าเชื่อถือและมีคุณภาพ จึงทำให้เชื่อได้ว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อ" รศ.สิริวัฒน์ กล่าว
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ วิเคราะห์สาเหตุว่า จากการตรวจพบปล่องลิฟต์หรือสลิปฟอร์มนั้น หักหล่นกระแทกแผ่นทางเดินเชื่อมระหว่างอาคาร 1 และอาคาร 2เนื่องจากปล่องลิฟต์นั้น ก่อสร้างลักษณะที่สูงขึ้นไปจากพื้นถึง 26 เมตร เป็นลักษณะคล้ายไม้บรรทัด 2 อัน ยื่นขึ้นไปตามแนวสูง รวมทั้งค่อนข้างบาง และการใช้เหล็กค้ำยันที่อาจจะห่างจนเกินไป ไม่มีลักษณะของการไขว้เพื่อความแน่นหนา จนทำให้เกิดการพังลงมาและทำให้คนงานเสียชีวิต ประกอบกับอยู่ในพื้นที่ริมทะเล ซึ่งมีลมพัดแรงตลอดเวลา อาจมีผลกระทบทำให้ข้อต่อของเหล็กค้ำยันไม่มั่นคงจนหักกลางลงมาทันที
"ส่วนการเซตตัวของปูนจากการสอบถามผู้รับเหมาเว้น บอกว่า เว้นไว้ทุก 2 วัน เพื่อให้ปูนแห้งแล้ว แต่จะลองเจาะตรวจสอบดูการเซตตัวของปูนทุก 2 เมตร ส่วนปัญหาดินทรุด ดินอ่อนนั้น อาคารตั้งอยู่บนเสาเข็ม 40 เมตร ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นดิน ซึ่งอาจมีปัจจัยอื่นมากระตุ้น ต้องตรวจสอบกับโครงการให้ละเอียดอีกครั้ง โดยใช้หลักนิติวิศวกรรมเข้าไปค้นหาสาเหตุ ทั้งนี้ การก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ โครงการไม่ซับซ้อน คงหาสาเหตุไม่ยาก และอาจมีสาเหตุหลายๆ อย่างในจังหวะนั้น ศ.ดร.สุชัชวีร์ ตั้งข้อสังเกต
...................................
(หมายเหตุ : 'ปล่องบันได'ทรุดถล่ม สุดวิสัยหรือเลินเล่อ? : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



