ข่าว

ยันวุฒิสภาคว่ำพรก.ภาษีน้ำมันไม่กระทบ

ยันวุฒิสภาคว่ำพรก.ภาษีน้ำมันไม่กระทบ

22 มิ.ย. 2552

ประธานวิปรัฐบาล ยันไม่มีผลกระทบ แม้สภาสูงคว่ำพ.ร.ก.สรรพามิต มั่นใจ วุฒิสภาผ่านกม.เงินกู้ 2 ฉบับ “รสนา”เย้ยรัฐบาลถูกประจาน เชื่อ ส.ส.จะตีตราประทับ “ชัย” ข่มใจ ไม่คิดถูกหักหน้า เป็นหน้าที่สภาสูงกรองกฎหมาย

(22 มิ.ย.)นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ภายหลังวุฒิสภาคว่ำพ.ร.ก.พิกัดอัตราภาษีสรรสามิต พ.ศ. 2527 ว่า ถือเป็นสิทธิของแต่และสภา ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์จองรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้วุฒิสภาเป็นสภากลั่นกรอง ซึ่งก็ต้องเคารพความคิดเห็นแต่ละฝ่าย

 อย่างไรก็ตาม มาตรา 184 ระบุว่า หากวุฒิสภาไม่อนุมัติสภาผู้แทนราษฎร สามารถยืนยันอนุมัติด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของทั้งสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว มีผลบังคับใช้ไปแล้วตามอำนาจของรัฐบาล จึงไม่มีผลอะไร ดังนั้น ครม.สามารถนำพ.ร.บ.ดังกล่าว มายืนยันในสมัยการประชุมสภานิติบัญญัติได้

 "ถ้ารัฐบาลเห็นว่า เป็นเรื่องเร่งด่วน จำเป็น ก็สามารถขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ โดยส่วนตัวเห็นว่า พ.ร.ก.ดังกล่าว เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย และมีผลโดยตรงต่อการขึ้นภาษีน้ำมัน ซึ่งจะทำให้ประชาชนลดน้ำมันและใช้จ่ายฟุ่มเฟือย"

 เมื่อถามว่า ถือว่า รัฐบาลเสียหน้าหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติตามกลไกของรัฐสภา ซึ่งแต่ละสภาก็ต้องเคารพสิทธิในการทำหน้าที่ไม่ใช่เรื่องการเสียหน้า และสภาก็สามารถใช้เสียงข้างมากยืนยันกฎหมาย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายบริหาร แต่เป็นภาระของสภา แต่หากสภาไม่ยืนยัน พ.ร.ก.ดังกล่าวถือว่า ไม่มีผล เพราะฝ่ายบริหารได้ประกาศใช้เป็นพ.ร.ก.ไปแล้ว

 เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่หากวุฒิสภาไม่เห็นชอบกับพ.ร.ก.และร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจอีก นายชินวรณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ครม.ต้องทำความเข้าใจกับวุฒิสภา และเชื่อว่าจะสามารถทำความเข้าใจกับวุฒิสภาได้ และร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว วุฒิสภาก็สามารถตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาได้ จึงเชื่อว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และคิดว่า วุฒิสภาจะให้ความร่วมมือ ผ่านทั้งสองฉบับ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลได้ประเมินหรือไม่ หากไม่รีบนำพรก.สรรพสามิต นำเข้าสภาอาจจะกระทบต่อเสถียรภาพเพราะกกต.ได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยการถือหุ้นสัปทานของรัฐ ของส.ส.และส.ว. นายชินวรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องแยกเป็นสองส่วน หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การถือหุ้นขัดรัฐธรรมนูญ และเพิกถอนสิทธิ์ก็เป็นเรื่องของแต่ละพรรคที่ต้องเตรียมการเลือกตั้ง

 ส่วนการยืนยันพ.ร.ก.ดังกล่าว ก็ใช้เกินกึ่งหนึ่งของเสียงส.ส.เท่าที่มีอยู่ ไม่ใช่เสียงของส.ส.ทั้งหมด จึงเชื่อว่า จะไม่มีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

ขณะที่น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.หนึ่งในผู้ที่โหวตคว่ำร่างพรก.ฯ กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้เพราะเห็นว่ารัฐบาลกำลังล้วงประชาชนและสวนทางกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นการบริโภคของประชาชน แต่ตรงกันข้ามกับโยนภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นให้กับประชาชน แทนที่รัฐบาลจะแก้ไขปัญหานี้ด้วยการจัดการกับบริษัทน้ำมันที่ได้กำไรเกินควร ทั้งนี้มองว่าเหตุที่รัฐบาลไม่กล้าจัดการ อาจจะมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่ผู้ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวล้วนแต่เป็นเครือข่ายนักการเมือง จึงไม่กล้าแตะ ผลกระทบจึงต้องมาที่ประชาชน

 "การที่ ส.ว.ตีกลับจะเป็นการประจานรัฐบาลและส่งสัญญาณให้ทบทวนว่าแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด แม้จะทราบว่าหากร่างนี้กลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งจะได้รับการโหวตให้ผ่าน เพราะเชื่อว่าเป็นสภาตรายางอยู่แล้ว แต่ก็อยากให้ส.ส.ทบทวนก่อนที่จะยกมือโหวตโยนภาระให้ประชาชน เพราะทราบมาว่าตอนนี้เริ่มมีกระบวนการเตรียมแปรรูปตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศที่จะส่งผลให้รัฐบาลควบคุมทิศทางการเงินได้ทั้งหมด ซึ่งรัฐบาลก่อนหน้านี้ก็มีความพยายามแทรกแซงธนาคารแห่งประเทศ โดยนำคนของตัวเองไปนั่งเป็นประธานบอร์ด(ประธานคณะกรรมการ) แต่ก็ไม่ผ่าน ถ้าหากเรายอมครั้งนี้จะมีการยอมอีกหลายเรื่อง ถ้าเราเปิดให้มีการแทรกแซงโดยฝ่ายบริหาร ต่อไปถ้าภาคการเมืองล้มก็จะล้มทั้งระบบ"น.ส.รสนา กล่าว

 ด้านนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ถือเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ว.ที่จะแสดงความคิดเช่นนั้นและเป็นเพียงการยับยั้งขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น เพราะส.ว.มีหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมายที่ผ่านขั้นตอนของสภาฯ โดยกระบวนการตามกฎหมายหลังจากนี้ก็จะต้องนำร่างดังกล่าวกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อยืนยันมติอีกครั้ง หากสภาผู้แทนราษฎรเห็นควรคงร่างนี้ก็สามารถใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งโหวต คือ เกิน 240 เสียงให้ผ่านร่างนี้ได้ หากไม่เห็นด้วยก็อาจจะมีมติตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาได้ ถ้าสภาผู้แทนฯ โหวตไม่เห็นชอบร่างนี้ก็จะตกไป

 "การที่ส.ว.มีมติเช่นนี้ อย่าไปคิดว่าเป็นการเบรกหรือหักหน้าสภาผู้แทนราษฎร อยากให้คิดว่าถ้า ส.ว.ไม่ทำก็จะเป็นการซูเอี๋ยกับรัฐบาลมากกว่า นอกจากนี้สิ่งที่ส.ว.คัดค้านน่าจะเป็นเรื่องที่คำนึงถึงสิทธิผู้บริโภค เนื่องจากเห็นว่าหากมีการขึ้นภาษีน้ำมันจริงประชาชนก็จะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก ทั้งนี้เห็นว่าการโหวตไม่ให้ผ่านก็จะเป็นโอกาสให้รัฐบาลทบทวนการแก้ไขกฎหมายนี้"นายชัย กล่าว