ข่าว

'ศรส.'วอนแจ้งความเอาผิด'กปปส.'ปิดล้อม!

'ศรส.'วอนแจ้งความเอาผิด'กปปส.'ปิดล้อม!

26 ก.พ. 2557

'ศรส.' ขอความร่วมมือ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ แจ้งความเอาผิด 'กปปส.' ขณะที่ 'ธาริต' รวบรวมหลักฐาน เดินหน้าขอหมายจับศาลอาญานำ 'สุเทพ' ส่งอัยการฟ้องสลายชุมนุมปี 53

 
                       26 ก.พ. 57  เมื่อเวลา 13.00 น.  ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) แถลงผลการประชุมศรส.ว่า ศรส. มีความเป็นห่วงประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมกับกปปส. เพราะตั้งแต่ศาลแพ่งมีคำพิพากษาห้าม ศรส.กระทำการ รวม 9 ข้อ อันเป็นอำนาจหน้าที่หลักตามกฎหมาย สถานการณ์ความรุนแรงก็มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นตามลำดับอย่างต่อเนื่อง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง ศรส.มีข้อมูลว่ามีกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงในลักษณะกองกำลังปะปนอยู่กับกลุ่มกปปส. และจะลงมือใช้อาวุธเป็นระยะ จึงขอร้องประชาชนให้งดเว้นการเข้าร่วมการชุมนุมโดยเด็ดขาด ในส่วนของศรส.ได้เพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจตราความเรียบร้อยทั่วกรุงเทพมหานครแล้ว นอกจากนี้ ศรส.ยังเห็นว่าสืบเนื่องจากการปิดล้อมยึดสถานที่ราชการของกลุ่มกปปส. ส่งผลให้ส่วนราชการที่ถูกปิดล้อมไม่สามารถให้บริการประชาชนได้ และมีทรัพย์สินของทางราชการ สูญหาย หรือได้รับความความเสียหาย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดอาญา ศรส.จึงขอความร่วมมือให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐที่ถูกปิดล้อม ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษเกี่ยวกับความผิด และความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อพนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นการบังคับใช้กฎหมายและเป็นการป้องปรามมิให้มีการกระทำผิดเช่นนั้นอีก อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (27 ก.พ.) เวลา 14.00 น. ศรส.จะเชิญปลัดกระทรวงทุกกระทรวงหารือร่วมกันในเรื่องที่จะจัดให้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร เข้าดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐอื่นๆ
 
                       นายธาริต กล่าวต่อว่า ศรส.ได้รับรายงานว่า ในคดีการสลายการชุมนุมเมื่อปี 53 ซึ่งเป็นคดีพิเศษที่ทำการสอบสวนจนเสร็จสิ้น ต่อมาอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้นำตัวนายอภิสิทธิ์ ฟ้องคดีอาญาเป็นจำเลยต่อศาล ในฐานความผิดก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนานั้น เนื่องจากนายสุเทพ ได้ผลัดผ่อนขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานอัยการหลายครั้งตลอดมา กระทั่งพนักงานอัยการสั่งไม่ให้เลื่อนคดีอีกต่อไป บัดนี้พนักงานอัยการได้มีหนังสือแจ้งมายังตนในฐานะอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้ดำเนินการให้ได้ตัวผู้ต้องหามาเพื่อฟ้องต่อศาลอาญาโดยเร็ว ซึ่งตนจะได้ยื่นขอหมายจับจากศาลอาญา เพื่อนำตัวนายสุเทพ ส่งพนักงานอัยการเพื่อฟ้องคดีดังกล่าวในต้นสัปดาห์หน้า
 
                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธาริต ได้นำเอกสารคำสั่งศาลแพ่งเมื่อปี 53 สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ มาแสดงเปรียบเทียบให้เห็นว่าคำสั่งศาลแพ่งปี 53 เห็นชอบให้ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่มีนายสุเทพ เป็นผอ.ศอฉ. กระทำการใดๆ ในการขอคืนพื้นที่หรือสลายการชุมนุมเท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความเหมาะสม ตามลำดับขั้นตอนตามหลักสากล ซึ่งแตกต่างจากคำสั่งศาลแพ่งที่กำหนดข้อห้าม 9 ข้อ มิให้ ศรส.กระทำ โดยนายธาริต กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์แต่ให้ประชาชนได้เปรียบเทียบคำสั่งศาลแพ่งเอง ทั้งนี้ ศรส.จะนำคำสั่งศาลแพ่งปี 53 เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารที่นำยื่นอุทธรณ์ต่อศาลแพ่งด้วย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลารวบรวมเอกสาร หลักฐาน อีก 1 - 2 วัน จึงจะยื่นอุทธรณ์ได้  
 
 
 
 
ส่ง 'ผบ.ตร.' คุย 'ผบ.เหล่าทัพ' ประสาน 'กปปส.' เข้าพื้นที่ชุมนุม สอบสวนพยาน หลักฐานเมื่อเกิดเหตุ
 
 
                       นายธาริต กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมศรส.มีความเป็นห่วงกรณีที่เกิดเหตุแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้าถึงพยาน หลักฐานได้โดยเร็ว ซึ่งในทางสอบสวนถือว่ามีความจำเป็น และเป็นหลักสากลที่ทั่วโลกปฏิบัติ แต่กปปส.ไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าพื้นที่เกิดเหตุเลย จึงเกรงว่าความจริงที่ได้จะไม่เป็นความจริงตามข้อเท็จจริง ในการประชุมวันนี้นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศรส. จึงแนะนำให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ให้ไปพูดคุยกับ ผบ.เหล่าทัพ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าพื้นที่เกิดเหตุได้เร็ว เนื่องจากทหารได้รับความไว้วางใจจากกปปส.มากกว่า ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทหารเป็นฝ่ายกีดกัน แต่เป็น กปปส.