ข่าว

'แกนนำกปปส.'เป้าสังหารของกลุ่มหัวรุนแรง!

'แกนนำกปปส.'เป้าสังหารของกลุ่มหัวรุนแรง!

26 ก.พ. 2557

'แกนนำกปปส.'เป้าสังหารของกลุ่มหัวรุนแรง! : ทีมข่าวอาชญากรรม

               เป็นเวลากว่า 4 เดือนแล้ว ที่ผู้ชุมนุมกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) รวมตัวชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ซึ่งยิ่งนานวันสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ มีการใช้อาวุธสงคราม โดยเฉพาะระเบิด มาก่อเหตุร้าย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 20 คน บาดเจ็บอีก 720 คน ในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าว มีเด็กอายุระหว่าง 4-6 ขวบ รวมอยู่ด้วย 3 ราย

               สถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคง ประเมินสถานการณ์และติดตามกลุ่มบุคคลที่ก่อเหตุรุนแรงอย่างใกล้ชิด มีการวิเคราะห์กันว่า กลุ่มบุคคลที่จับอาวุธมาก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่การชุมนุมในช่วงแรก เช่น การใช้อาวุธปืนลอบยิง หรือการใช้ประทัดยักษ์ เกิดจากการกระทำของกลุ่มบุคคลที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมทางการเมือง ขณะที่บางเหตุการณ์เป็นการกระทำของคนมีสีบางกลุ่ม ที่เรียกขานตัวเองว่า "สิ่งศักดิ์สิทธิ์" เนื่องด้วยไม่พอใจการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุม เช่นการปิดถนน การบุกปิดหน่วยงานราชการ หรือการกระทำอื่นใดที่เหนือกฎหมาย

               ต่อมาการชุมนุมที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ทำให้กลุ่มมวลชนที่มีแนวคิดสนับสนุนรัฐบาล ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ซึ่งกลุ่มผู้เห็นต่างที่ว่านี้ เป็นกลุ่มหัวรุนแรง มีพื้นที่เคลื่อนไหวอยู่ใน จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.สมุทรปราการ จ.ชลบุรี จ.ระยอง และ จ.จันทบุรี ซึ่งอยู่ใกล้กับพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มหัวรุนแรงดังกล่าวมีการรวมกลุ่มกันมาตั้งแต่ปี 2553 มีแกนนำกลุ่มและแตกแขนงออกไปจำนวนมาก มีการใช้วิทยุชุมชนปลุกปั่นดึงมวลชน มีการจัดประชุมพูดคุย รวมถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกันเป็นระยะ

               "กลุ่มหัวรุนแรงส่วนหนึ่งเป็นอดีตการ์ด บางคนเคยผ่านการฝึกใช้อาวุธในประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ในเครือข่ายของเสธ.คนดัง เคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปี 2553 กลุ่มนี้เชี่ยวชาญการใช้อาวุธ โดยเฉพาะระเบิด ซึ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นการกระทำของคนกลุ่มนี้ โดยทำเพราะความสะใจเป็นหลัก" แหล่งข่าวในหน่วยงานด้านความมั่นคงให้ข้อมูล

               ข้อมูลด้านการข่าว เกี่ยวกับการออกมาใช้อาวุธของกลุ่มหัวรุนแรงกลุ่มนี้ เด่นชัดขึ้น หลังจากตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) ตั้งด่านสกัดจับกุมผู้ต้องหาครอบครองวัตถุระเบิดและอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง คือ นายอนุสรณ์ พินิจคุณ อายุ 45 ปี นายสุนา ถิ่นแก้ว อายุ 53 ปี นายคำไพร แจ้งแสวง อายุ 45 ปี และ น.ส.ชนาภา เคนมาตย์ อายุ 31 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า หนึ่งในผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็นคนสนิทของผู้กว้างขวางรายหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ ขณะที่อีกคนเคยเป็นการ์ดของกลุ่มการเมืองที่เห็นต่างและเคยฝึกการใช้อาวุธที่ประเทศเพื่อนบ้าน

               "ในการสอบสวนเขายอมรับว่า ก่อนจะถูกจับได้เดินทางไปที่แยกลาดพร้าว พยายามจะปาระเบิดใส่พื้นที่ชุมนุมแต่ไม่สามารถลงมือได้เพราะมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มแข็ง ซึ่งสาเหตุที่คิดก่อเหตุร้ายเป็นเพราะไม่ชอบผู้ชุมนุมที่เห็นต่าง โดยต้องการความสะใจ" แหล่งข่าวเปิดเผย

               หลังจากการจับกุมผู้ต้องหาครอบครองวัตถุระเบิดกลุ่มนี้แล้ว สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมนุมของกลุ่ม กปปส. เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เหตุการณ์คนร้ายโยนระเบิดใส่กลุ่ม กปปส. ที่เคลื่อนขบวนไปพร้อมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำคนสำคัญที่ถนนบรรทัดทอง ถัดมาไม่กี่วันก็เกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดใส่พื้นที่ชุมนุม กปปส. เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสังหารนายถาวร เสนเนียม หนึ่งในแกนนำคนสำคัญ

               หลังเกิดเหตุ การสืบสวนของชุดคลี่คลายคดีมีข้อมูลแน่ชัดว่า ผู้ที่ก่อเหตุ คือนายกฤษดา ไชยแค ชาวอำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี แต่ย้ายมาใช้ชีวิตที่ จ.นนทบุรี ซึ่งศาลได้ออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว จากการสอบสวนบุคคลใกล้ชิดมีความชัดเจนว่า นายกฤษดา เคยเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับกลุ่มตรงข้าม กปปส. เคยฝึกการใช้ระเบิด และมีข้อมูลว่านายกฤษดา ครอบครองระเบิดอาร์จีดี 5 จำนวน 3 ลูก ซึ่งถูกนำไปใช้ในเหตุการณ์บรรทัดทอง 1 ลูก ที่เหลืออีก 2 ลูกนำไปใช้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

               "หลังก่อเหตุ นายกฤษดาได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มนนทบุรี ซึ่งมีการประสานกับกลุ่มระยอง ก่อนจะพาหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทาง จ.สระแก้ว" แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเปิดเผย

               กลุ่มหัวรุนแรงเช่นเดียวกับนายกฤษดา มีอีกหลายกลุ่มซึ่งพร้อมที่จะก่อเหตุรุนแรง โดยเหตุระเบิดที่เวทีกปปส. ที่ อ.แกลง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา การตรวจพื้นที่ก็พบกระเดื่องระเบิดชนิดเดียวกับเหตุรุนแรงที่ถนนบรรทัดทอง มีการประเมินว่าระเบิดน่าจะเป็นลอตเดียวกัน หน่วยข่าววิเคราะห์ว่า คนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะมีความเชื่อมโยงกัน มีแนวคิดเช่นเดียวกัน แต่มีพื้นที่เคลื่อนไหวอยู่ใน จ.ระยอง

               "เหตุที่ อ.แกลง มีความเชื่อมโยงกับกรณีคนร้ายใช้รถปิกอัพบุกยิงถล่มเวที กปปส.ที่ตลาดยิ่งเจริญ จ.ตราด ซึ่งคนร้ายได้ใช้เอ็ม 79 ยิงใส่เวทีแต่ไม่ระเบิด หลังจากนั้นมีการยิงปะทะกัน คนร้ายจึงใช้ระเบิดขว้างและปืนยิงเปิดทางหนี ซึ่งลักษณะการก่อเหตุมีเจตนาสังหารแกนนำ ซึ่งการกระทำก็เพราะต้องการความสะใจ และสกัดการชุมนุมในต่างจังหวัดของบุคคลที่เห็นต่าง" แหล่งข่าวด้านความมั่นคง ให้ข้อมูล

               กรณีล่าสุดที่กลุ่มหัวรุนแรงที่มีความเห็นต่างกับกลุ่ม กปปส. ลงมือก่อเหตุ คือการถล่มพื้นที่ชุมนุมสวนลุมพินี เมื่อกลางดึกวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลด้านการข่าว มีความชัดเจนว่า ผู้กระทำเป็นกลุ่มสมุทรปราการ ซึ่งใช้กำลัง 8 ชุด ร่วมกันก่อเหตุ กลุ่มนี้เชื่อมโยงกับผู้กว้างขวางในพื้นที่รายหนึ่ง เป้าหมายคือการข่มขู่ผู้ชุมนุมที่เห็นต่าง

               ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มคนหัวรุนแรงที่ลงมือก่อเหตุ สอดคล้องกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ซึ่งระบุว่า การข่าวตำรวจตรงกับทหารว่าเป็นกลุ่มบุคคลปี 2553 เข้ามาก่อเหตุรุนแรงหลังจากก่อเหตุก็ออกนอกพื้นที่ นอกประเทศ ทำให้ไม่ง่ายในการจับกุมตัวคนร้าย

               นอกจากการกระทำของกลุ่มหัวรุนแรงแล้ว มีการวิเคราะห์ว่า การยิงถล่มพื้นที่สำคัญๆ เช่น ศาลอาญา ศาลแพ่ง พื้นที่ใกล้ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงใกล้เวทีราชประสงค์เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เป็นการข่มขู่ให้เกิดการกระทำตามเป้าประสงค์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ขณะที่หลายเหตุการณ์ทำเพื่อสร้างสถานการณ์ หวังให้ทหารออกมาปฏิวัติ ซึ่งล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้แถลงชัดเจนแล้วว่า ต่อให้ทหารออกมาเต็มรูปแบบเรื่องก็ไม่จบ เป็นการบอกกลายๆ ว่า ทหารไม่ปฏิวัติ

               การเคลื่อนไหวของกลุ่มหัวรุนแรง และการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนมีสี ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ส่อเค้าทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ น่าหวาดหวั่นอย่างยิ่งว่า จะเข้าสู่กลียุค เกิดสงครามกลางเมืองในประเทศไทยหรือไม่ ?

              ...............................

(หมายเหตุ : กลุ่มหัวรุนแรง!เป้าสังหาร'แกนนำกปปส.' : ทีมข่าวอาชญากรรม)