ข่าว

'จารุพงศ์'เหน็บหลวงปู่'กินในที่ลับไขในที่แจ้ง'

'จารุพงศ์'เหน็บหลวงปู่'กินในที่ลับไขในที่แจ้ง'

25 ก.พ. 2557

'จารุพงศ์' เหน็บหลวงปู่'กินในที่ลับไขในที่แจ้ง' แจงคลิปพูดที่โคราชเรื่องปืนตัดต่อ ยันไม่ไปสงขลาตามคำเชิญ'สมชัย' ทบ.เตรียมส่งทหารป้องป.ป.ช.วันที่ 27 ก.พ.

             25ก.พ.2557 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ไปหารือกับพระพุทธะอิสระ แกนนำกปปส. เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมาด้วยว่า นายสมชายได้แจ้งให้พรรครับทราบเรื่องนี้ก่อนแล้ว ซึ่งตามปกตินั้นพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลพร้อมพูดคุยเจรจากับทุกฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้น เราไม่ใช้ความรุนแรง แต่เจรจากันด้วยเหตุด้วยผล อย่างไรก็ตาม การที่นำเรื่องการเจรจาลับออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะของพระพุทธอิสระนั้น ก็เหมือนกินในที่ลับ ไขในที่แจ้ง แล้วแบบนี้ใครจะกล้าไปหารือด้วยอีก

             นายจารุพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่กปปส.นำคลิปที่พูดบนเวทีคนเสื้อแดงโดยระบุคนไทยมีปืนในครอบครองอย่างถูกต้องตามกฏหมายกว่า 10 ล้านคนว่า ตนเคยเป็นนายทะเบียนอาวุธปืนมาก่อน ทำให้ทราบว่ามีคนไทยกว่า 10 ล้านคนที่มีอาวุธปืนในครอบครองอย่างถูกต้องตามกฏหมาย เฉลี่ยแล้วเท่ากับ 6 ต่อ 1 คน ดังนั้นจึงเป็นห่วงว่า หากเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นจะหยุดยาก

             อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ยุยงให้คนมาฆ่ากันและไม่อยากให้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น ทั้งนี้เป็นการตัดต่อคลิปออกไปเพื่อยุยงให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น สร้างภาพให้เกิดความเกลียดชัง สำหรับกรณีที่กลุ่มกปปส.ไม่ยอมรับอำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ต้องการอำนาจที่มาจากรัฏฐาธิปัตย์นั้น ตนมองว่าทั่วโลกคงไม่มีประเทศไหนยอมรับ ประเทศที่เกิดความขัดแย้ง แบ่งแยกประเทศ สุดท้ายก็ต้องมีคนกลางจากต่างประเทศเข้ามาไกล่เกลี่ย และก็ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งในที่สุด


ยันไม่ไปสงขลาตามคำเชิญ“สมชัย”

             นายจารุพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง จะเชิญนายจารุพงศ์ในฐานะรมว.มหาดไทยลงพื้นที่จ.สงขลาว่า ตนจะไม่ลงพื้นที่ตามที่นายสมชัยเชิญ เพราะลงไปก็จะเกิดความขัดแย้งมากขึ้น ไม่อยากให้ความสำคัญกับคนแค่คนเดียว ทั้งนี้ การที่กกต.จะทำอะไรนั้นต้องเป็นมติของกกต.ทั้ง 5 คน ไม่ใช่ทำอะไรคนเดียวบ่อย ๆ แบบนี้ การจะทำอะไรของนายสมชัยนั้นต้องทำแบบมีวุฒิภาวะด้วย ส่วนการเลือกตั้งใน 28 เขตที่ยังมีปัญหานั้น ถ้ากกต.ขอความร่วมมือมายังกระทรวงมหาดไทยหรือหน่วยงานในกระทรวงมหาดไทยก็พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่อยู่แล้ว


"วิชา"โต้"ยิ่งลักษณ์"คดีทุจริตจำนำข้าวใช้เวลา1ปีเศษไม่ใช่ 21 วัน

             ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี วันที่ 25 ก.พ.57 เมื่อเวลา 14.45 น.นายวิชา มหาคุณ กรรมการและโฆษกป.ป.ช.แถลงข่าวความคืบหน้าเพิ่มเติมกรณีการโพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า ที่จริงแล้วป.ป.ช.ก็ไม่ใช่เพื่อนของท่านที่จะต้องมาตอบคำถามทางเฟสบุ๊ก เพราะอาจจะต้องแอดเป็นเพื่อนกันก่อนแล้วเราถึงจะเป็นเพื่อนกันได้ อย่างไรก็ตามก็จะถือโอกาสชี้แจงให้ทราบว่า เพราะอะไรการตรวจสอบคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวกรณีที่ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ละเว้นไม่ระงับยับยั้งโครงการซึ่งส่อเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ถึงมีความรวดเร็วนักนั้น ทางป.ป.ช.ได้ส่งหนังสือไปพร้อมกับหนังสือแจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 27 ก.พ. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งในวันที่ 27 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็สามารถมาคัดสำเนาเอกสารพยานหลักฐานได้ ส่วนการคัดค้านตนนั้น คณะกรรมการพิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับการคัดค้านเนื่องจากไม่เข้าเหตุแห่งการคัดค้านตามกฎหมาย และการตัดสินคดีเป็นการตัดสินใจของกรรมการป.ป.ช.ทั้งชุด ซึ่งได้แจ้งไปในหนังสือให้มารับทราบข้อกล่าวหาเช่นกัน ทั้งนี้พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการป.ป.ช. ได้ขอถอนตัวออกจากองค์คณะไต่สวนเต็มคณะ จึงทำให้องค์คณะไต่สวนเหลือเพียง 8 คน

             นายวิชา กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่สงสัยว่าเมื่อเปรียบเทียบกรณีของนายอภิสิทธิ์ คดีประกันราคารายได้นั้น ขอชี้แจงว่า คณะกรรมการป.ป.ช.รับเรื่องน.ส.ยิ่งลักษณ์ไว้ตั้งแต่เมื่อครั้ง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอให้ถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่ง และกรรมการป.ป.ช.เห็นว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์มีเหตุอันควรสงสัยว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ฐานไม่ยับยั้งความเสียหายที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องสืบเนื่องจากข้อกล่าวหาเดิมของนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ที่กล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์กรณีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ที่คณะอนุกรรมการไต่สวนตรวจสอบตั้งแต่เดือนธันวาคม 2555 จนถึงวันที่ 18 ม.ค. 2557 ซึ่งใช้เวลา 1 ปี ไม่ใช่21 วันอย่างที่เข้าใจ

             เมื่อถามว่าวันที่ 27 ก.พ.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องมารับทราบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวด้วยตัวเองหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า โดยปกติตามสิทธิควรมาด้วยตัวเอง เพราะจะมีเรื่องการขอคัดเอกสาร ถ้าให้คนอื่นมาแทนเราไม่สามารถให้คัดเอกสารได้ ต้องมาด้วยตัวเองตามระเบียบการไต่สวนของเรา ซึ่งถ้าขอตรวจเอกสารต้องปรากฏตัว และส่วนจะให้ใครทำต่อค่อยว่ากัน

             เมื่อถามว่าถ้าวันที่ 27 ก.พ.นี้นายกฯไม่เดินทางมาจะขอเลื่อนได้หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ก็ต้องขอดูก่อนว่าจะไม่มาเนื่องจากเหตุอะไร แต่ถ้าไม่มาเพราะมีกลุ่มกองกำลังมาแทนอันนี้ไม่ได้เด็ดขาด

             เมื่อถามต่อว่า นายกฯได้มีการทำหนังสือขอเลื่อนมาหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ยังไม่มี ซึ่งดูท่าทีแล้วท่านน่าจะมา เพราะไม่เคยบอกว่าจะไม่มา มีแต่บอกว่าขอความเป็นธรรมตามที่ท่านได้โพสเฟสบุ๊ค โดยถ้าไม่มาวันที่ 27 ก.พ.นี้ ท่านจะต้องมีการแจ้งเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่แจ้งทางเฟสบุ๊ก

             เมื่อถามว่าถ้านายกฯไม่แจ้งมาเป็นหนังสือทางป.ป.ช.จะดำเนินการอย่างไร นายวิชา กล่าวว่า เราก็จะส่งข้อกล่าวหาไปทางไปรษณีย์ ให้ท่านแก้ข้อกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ถ้าไม่แก้ข้อกล่าวหาภายในที่กำหนดถือว่าท่านไม่ติดใจแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นไปตามระบบ ถ้าตัวท่านไม่มาสามารถชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรได้

             เมื่อถามว่าหลังจากวันที่ 27 ก.พ.นี้จะใช้ระยะเวลาในการพิจารณานานหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ต้องดูพยานหลักฐานถ้าหากนายกฯขออ้างอิงเอกสาร เราก็ต้องตรวจพยานหลักฐาน เรื่องที่ให้ท่านมาแก้ข้อกล่าวหามี 2 ส่วนคือ ในส่วนของการถอดถอน และส่วนของคดีอาญา ซึ่งในส่วนของคดีอาญาท่านยังมีเวลา เราต้องให้โอกาสในเรื่องของคดีอาญา ส่วนเรื่องถอดถอนเป็นเรื่องรับผิดทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้เอาใครเข้าคุก เป็นเรื่องที่เราไต่สวนแทนวุฒิสภา ท่านมีโอกาสไปชี้แจงต่อในวุฒิสภา ถ้าเราเห็นว่ามีการส่อว่าขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งอย่าไปคิดว่าเราให้ท่านมาแก้ข้อกล่าวหาแล้วจะต้องยืนยันว่าจะผิดหรือไม่ผิดอะไร อย่างนั้นเดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นกลาง ทั้งนี้ต้องขอดูเอกสารพยานหลักฐานที่ท่านแก้ข้อกล่าวหามาให้ครบถ้วน

             เมื่อถามว่ามีข้อกังวลว่านายกฯไม่มาชี้แจงข้อกล่าวหาแล้วส่งหนังสือมาแล้วป.ป.ช.ชี้มูลไป นายกฯหลุดทั้งคณะรัฐมนตรีจะเกิดสูญญากาศหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ไม่หรอก ถ้าจะหลุดต่อเมื่อเราได้ส่งไปที่ส.ว.แล้วส.ว.เห็นควรว่าถอดถอน ถึงจะหลุด ขึ้นอยู่กับส.ว.ไม่ได้ขึ้นอยู่กับป.ป.ช. ถ้าเราเห็นว่าสมควรถอดถอนนายกฯเป็นเพียงแค่หยุดปฎิบัติหน้าที่ ซึ่งหลุดกับหยุดไม่เหมือนกัน

             นายวิชา กล่าวอีกว่า ส่วนคดีของนายอภิทธิ์นั้น คณะกรรมการไต่สวนกรณีทุจริตการระบายข้าวในสมัยนางพรทิวา นาคาสัย ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในคดีถอดถอน ซึ่งปรากฎว่ามีการร้องเรียนนายอภิสิทธิ์ในกรณีอาญาด้วย ทั้งนี้ทางป.ป.ช.พบอุปสรรคว่าเป็นการร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการฮั๊วประมูล ไม่ใช่การร้องเรียนเรื่องกรณีเรื่องนโยบายผิดพลาด จึงมีความซับซ้อนมากกว่าคดีอื่น จึงต้องมีเอกสารต่างๆที่ต้องตรวจสอบเพื่อประกอบสำนวนอีกมากมาย ซึ่งหน่วยงานราชการต่างๆอ้างว่าไม่มีเอกสารเนื่องจากถูกน้ำท่วม แม้กระทั่งกรมการค้าต่างประเทศก็ไม่ยอมมอบเอกสารให้ทางป.ป.ช. โดยอ้างว่ามีการขนย้ายในช่วงี่เกิดน้ำท่วม จึงไม่สามารถขนย้ายหรือหาเอกสารได้

             นายวิชา กล่าวว่า สำหรับเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการระบายข้าวในสต๊อคของรัฐบาลในปี 2552 ทางป.ป.ช.ได้แจกแจงเป็นรายการ ดังนี้ 1. เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการระบายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล ปี 2552 ได้แก่ 1.1 สำเนาบันทึกกรมการค้าต่างประเทศ แจ้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เรื่อง การจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล ปี พ.ศ. 2552 1.2 สำเนาบันทึกกรมการค้าต่างประเทศ แจ้งองค์การคลังสินค้า เรื่อง การจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล ปี พ.ศ. 2552 1.3 สำเนาสัญญาซื้อขายข้าวสาร เพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร ปี พ.ศ. 2552 จำนวน 15 สัญญา (สัญญาซื้อขายข้าวสาร เลขที่ คชก. ซข. 24-38)

             1.4 สำเนาสัญญาซื้อขายข้าวสาร เพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร ปี พ.ศ. 2552 ทุกฉบับ 1.5 สำเนาบันทึก ด่วนที่สุด ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2552 ยกเลิกสัญญาซื้อขายข้าวสารเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักรทั้งหมด และระงับการอนุญาตให้ภาคเอกชนที่ชำระเงินค่าข้าวสารบางส่วนตามสัญญาซื้อขายข้าวสาร ทำการขนย้ายข้าวสารออกจากคลังกลาง 1.6 รายละเอียดผลการพิจารณาของกรมการค้าต่างประเทศหรืออัยการสูงสุดเกี่ยวกับการยกเลิกสัญญาซื้อขายข้าวสาร เพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักรทั้งหมด และระงับการอนุญาตให้ภาคเอกชน ที่ชำระเงินค่าข้าวสารบางส่วนตามสัญญาซื้อขายข้าวสาร ทำการขนย้ายข้าวสารออกจากคลังกลาง

             1.7 รายละเอียดการระบายข้าวสารที่ซื้อขายตามสัญญาออกจากคลังสินค้าทุกแห่ง 1.8 สำเนาบันทึกการคืนเงินผู้ซื้อที่ได้ชำระเงินค่าข้าวสาร แต่ยังไม่ได้รับมอบข้าวสารและการคืนหลักประกันสัญญาซื้อขาย 1.9 สำเนาเอกสารหลักฐานการส่งออกข้าวสารออกนอกราชอาณาจักร 1.10 สำเนาบันทึก ที่ อคส. 9000/98 ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2552 เรื่อง การประชุมผู้ซื้อข้าวสารตามสัญญาซื้อขายเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร จำนวน 14 ราย และสำเนาบันทึก ที่ อคส. 1091/419 ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2552 1.11 รายละเอียดการจำหน่ายข้าวสารตามสัญญาซื้อขาย และสำเนาบันทึกการคืนเงินผู้ซื้อ ที่ได้ชำระเงินค่าข้าวสาร แต่ยังไม่ได้รับมอบข้าวสาร และการคืนหลักประกันสัญญาซื้อขาย 1.12 สำเนาเอกสารหลักฐานการส่งออกข้าวสารนอกราชอาณาจักร จำนวน 6 สัญญา

             และ 2. เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการระบายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล ปี พ.ศ. 2553 ได้แก่ 2.1 สำเนาบันทึกกรมการค้าต่างประเทศ แจ้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เรื่อง การจำหน่ายข้าวสารในสต็อกรัฐบาล ปี 2553 2.2 รายละเอียดการระบายข้าวสารที่ซื้อขายตามสัญญาออกจากคลังสินค้าทุกแห่ง 2.3 สำเนาบันทึกการคืนเงินผู้ซื้อที่ได้ชำระเงินค่าข้าวสาร แต่ยังไม่ได้รับมอบข้าวสารและการคืนหลักประกันสัญญาซื้อขาย 2.4 สำเนาเอกสารหลักฐานการส่งออกข้าวสารออกนอกราชอาณาจักร 2.5 สำเนาบันทึกกรมการค้าต่างประเทศ แจ้งองค์การคลังสินค้า เรื่อง การจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล ปี พ.ศ. 2553

             2.6 สำเนาสัญญาซื้อขายข้าวสาร เพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร ปี พ.ศ. 2553 (เฉพาะสัญญาซื้อขายข้าวสาร เลขที่ คชก. ซข. 62-63) 2.7 สำเนาสัญญาซื้อขายข้าวสาร เพื่อจำหน่ายภายในประเทศ ปี พ.ศ. 2553 (สัญญาซื้อขายข้าวสาร เลขที่ คชก. ซข. 43) 2.8 รายละเอียดการจำหน่ายข้าวสารตามสัญญาซื้อขาย และสำเนาบันทึกการคืนเงินผู้ซื้อ ที่ได้ชำระค่าข้าวสาร แต่ยังไม่ได้รับมอบข้าวสาร และการคืนหลักประกันสัญญาซื้อขาย จำนวน 23 สัญญา

             “ทั้งหมดเป็นเอกสารสำคัญ เพราะถ้าเราไม่ได้มาก็ไม่สามารถสรุปได้และเราก็ชี้ไม่ได้ว่าใครผิดใครถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีการร้องเรียนมาว่าเป็นกรณีที่กำหนดบริษัทเอาไว้แล้ว และบริษัทที่ได้กำหนดไว้ก็มีส่วนเกี่ยวข้องคือ บริษัทสยามอินดิก้าด้วย ซึ่งเป็นตัวละครเดียวกัน แต่จะทำอย่างไรได้ถ้าเขาบอกว่าเอกสารไม่มีแล้ว ซึ่งต้องระบุมาให้เราว่ามันไม่มีเอกสารจริงๆ ซึ่งถ้าจะไปบอกว่าให้ไปเล่นงานเขาก็คงไม่ได้ เพราะเขาอ้างว่าน้ำท่วม เอกสารถูกขนย้ายและไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน เราจะไปปฏิเสธว่า ถึงยังไงคุณต้องเอามาให้ได้ไม่ว่าจะท่วมหรือไม่ท่วมก็ตาม ก็คงต้องดูเป็นกรณีไป ทั้งนี้คดีโครงการระบายข้าวของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่คดีของผมเลย ผมไม่ได้ดูแลอยู่ แต่เป็นท่านกล้ารงค์ จันทิก อดีตกรรมการป.ป.ช.เป็นผู้รับผิดสอบสำนวน ซึ่งท่านกล้านรงค์ได้เกษียณอายุราชการไปแล้วและท่านใจเด็ด พรไชยา กรรมการป.ป.ช.ก็ดูแลแทน ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในเดือนมีนาคมนี้แล้ว แล้วเราจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องของการส่งมอบงานกันเป็นทอดๆ ”นายวิชากล่าว

             นายวิชา กล่าวว่า เพราะฉะนั้นการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.จึงมีมติในวันนี้ ว่าจะออกหนังสือไปถึงผู้ที่ครอบครองเอกสารทั้งหมดต้องส่งมาให้ทางป.ป.ช.โดยด่วนที่สุด คือ สิ้นเดือนมีนาคมนี้ มิฉะนั้นจะถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นก็ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เร่งรัดการส่งเอกสารด้วย เพราะทางป.ป.ช.คงจะไม่สามารถปล่อยให้เป็นอุปสรรคอย่างนี้ต่อไปได้แล้ว เพราะมีผู้มาติดตามแล้วว่าเพราะอะไรคดีนี้ถึงไม่เสร็จเสียที ดังนั้นทางป.ป.ช.จะพยายามทำให้เห็นว่าการดำเนินการของป.ป.ช.ไม่ใช่ 2 มาตรฐาน

             “วันนี้ที่พรรคเพื่อไทยมาร้องเรียนต่อป.ป.ช. นำโดยเด็จพี่นั้น ได้มีการขอร้องให้ป.ป.ช.จัดทำผังคดีที่มีการร้องคุณอภิสิทธิ์ เสร็จแล้วกี่คดี คดีอะไรบ้าง ดำเนินคดีอย่างไร อยู่ในระหว่างขั้นตอนใด เทียบกับคดีของคุณยิ่งลักษณ์ คณะผมจึงขอเรียนว่าสัปดาห์หน้าจะแจกสื่อมวลชนให้ดูจะจะเลยและจะส่งคนของพรรคเพื่อไทยมาติดตามทุกอาทิตย์ ทุกสัปดาห์ว่าคดีคืบหน้าไปถึงไหน เราก็บอกว่าไม่ขัดข้อง แต่ไหนๆก็มาแล้วช่วยพาเสื้อแดงที่ว่าจะมาถล่มเราให้หลบไปด้วย ช่วยเคลียร์หน่อย เพราะการที่จะมาขอร้องเราให้ผ่อนผันคดีของคุณยิ่งลักษณ์หน่อยได้ไหม ขณะเดียวกับที่เราถูกข่มขู่อย่างหนัก และจะมาปิดสถานที่นี้แสดงว่าการที่เราให้เลื่อนเพราะเราถูกกดดัน ทำให้เราไม่เป็นองค์กรอิสระอีกต่อไปแล้ว เพราะไม่มีองค์กรอิสระไหนที่ทำงานโดยถูกกดดัน แล้วจะบอกว่าให้ ป.ป.ช.เอื้อเฟื้อให้หน่อยเพราะจะมีกองกำลังติดอาวุธ 10 ล้านกระบอกมาถล่มและจะมาปิดล้อมป.ป.ช.  ป.ป.ช.ก็เลยต้องเอื้อเฟื้อ ซึ่งมันเป็นอย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาดเพราะองค์คณะต้องทำงานไม่ให้อยู่ภายใต้การกดดันและการข่มขู่คุกคาม” นายวิชา กล่าว

             ผู้สื่อข่าวถามว่าแรงกดดันมีผลต่อการทำงานหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ทำให้เราทำงานไม่สะดวก เพราะต้องคอยมาระวัง ไม่รู้ว่าจะมายิงจรวดใส่เราเมื่อไหร่ ยิ่งสำนักงานป.ป.ช.เปิดกว้างแบบโล่ง ซึ่งตอนนี้เราก็จะกวดขันมากขึ้นสำหรับผู้ที่จะเข้ามาร้องเรียน และผู้ที่ผ่านเข้าออก

             เมื่อถามว่ากรณีการระบายข้าวทางป.ป.ช.เคยมีหนังสือเตือนไปยังรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า เรามีการส่งหนังสือเตือนตั้งแต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน เมื่อถามต่อว่า แล้วทาง สตง.เคยมารายงานหรือไม่ว่า มีการปิดบัญชีไม่ลงถึง1.3 แสนล้านบาท นายวิชา กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ในรายการที่ลิสต์มาเป็นส่วนที่เอกสารขาด ซึ่งมีจำนวนมาก

             เมื่อถามว่า หากเอกสารทางอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศไม่สามารถหามาได้ คดีจะแพ้ฟาวล์หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ขอดูให้เห็นหน้าเห็นหลังก่อน เพราะตอนนี้เราบอกไปแล้วว่าขาดเอกสารอย่างไร ซึ่งเป็นการขาดเอกสารที่ไม่ธรรมดา

             เมื่อถามว่าถ้าเอกสารไม่มาปิดสำนวนไม่ได้ใช่หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า เอกสารมันสำคัญมาก เกี่ยวกับรายละเอียดการระบายข้าวต้องมี จะไม่มีได้อย่างไร ซึ่งคดีสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เป็นการฮั้วไม่ใช่เรื่องนโยบาย ถ้าหาเอกสารมาให้ไม่ได้ต้องมีการชี้แจงมายังป.ป.ช.ให้กระจ่างว่าทำไม่ถึงหาเอกสารมาไม่ได้ เพราะอะไร และจะทำอย่างไรถึงจะได้เอกสารมา

             เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีถอนถอนส.ส.และส.ว.จำนวน 308 คนจากการแก้รัฐธรรมนูญที่มาส.ว. นายวิชา กล่าวว่า มีหลายคนได้ยื่นเอกสารหลักฐาน รวมทั้งได้ให้ถ้อยคำครบถ้วนแล้ว แต่มีบางรายยังขอเลื่อนอยู่ ซึ่งเราก็ให้เลื่อนครั้งเดียวเป็นเวลา 15 วันและไม่ให้เลื่อนอีกแล้ว ถ้าไม่มาถือว่าไม่ติดใจ เมื่อถามต่อว่า จะชี้มูลความผิดได้ประมาณช่วงไหน นายวิชา กล่าวว่า เราก็จะพยายามให้เสร็จโดยเร็ว เป็นการไต่สวนแทนวุฒิสภา เราไม่ได้เป็นคนตัดสินใจเองที่จะชี้ว่าใครผิดใครถูก ทุกอย่างจะไปอยู่ที่วุฒิสภา เพราะฉะนั้นบุคคลใดก็ตามที่เข้าสู่กระบวนการถอนถอนก็มีสิทธิเข้าไปชี้แจงในวุฒิสภาได้

 

ทบ.เตรียมส่งทหารป้องป.ป.ช.


            พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังทหาร เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 ก.พ.นี้ ทางกองทัพบกจะส่งกำลังทหารสนับสนุนภารกิจของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ซึ่งได้เชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มาแก้ข้อกล่าวหาในคดีโครงการจำนำข้าว โดยในวันที่ 26 ก.พ.นี้จะส่งชุดล่วงหน้าในการเข้าไปสำรวจพื้นที่ก่อน



แนะเร่งแก้ไขการทุจริตคอร์รัปชั่น     



            ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานแถลงข้อเสนอจากนักวิชาการจุฬาฯ เพื่อการปฏิรูปประเทศ 5 เรื่อง ได้แก่ 1.เร่งแก้ไขการทุจริตคอร์รัปชั่นในมิติเศรษฐศาสตร์ ประเทศไทยมีอันดับการทุจริตมากขึ้น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นแล้วปัญหาคอร์รัปชั่นในไทยถือว่ารุนแรงมาก และยังพบว่ายุคหลังการคอร์รัปชั่นเป็นแบบกระจุกตัวเฉพาะกลุ่ม ทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้นและปีที่ผ่านมา การคอร์รัปชั่นเงินหายไปจากเศรษฐกิจไทย 570,000 ล้านบาท ซึ่งต้องสร้างบทบาทภาคประชาชนเพื่อตรวจสอบนโยบายรัฐ

            2.เสนอให้ยกเลิกการจำนำข้าว เพราะเป็นโครงการที่ล้มเหลวจากการจำนำโดยไม่จำกัดจำนวนในราคาสูงกว่าตลาด ทำลายตลาดส่งออกข้าวไทยเพิ่มหนี้สาธารณะและเปิดให้เกิดการคอร์รัปชั่น ทั้งนี้นักวิชาการจุฬาฯ เสนอให้ส่งเสริมการตลาดลดบทบาทพ่อค้าคนกลาง

            3.การปฏิรูปพลังงาน ปัญหาที่พบขาดความโปร่งใสในการบริหารของรัฐมีการแทรกแซงจากนักการเมืองที่เข้ามาเป็นบอร์ดหรือคณะกรรมการพลังงาน เกิดผูกขาดพลังงาน ขณะที่แนวโน้มการใช้พลังงานมากขึ้น แต่ประเทศไทยอยู่ในอาการโคม่าที่ต้องนำเข้าพลังงานกว่าร้อยละ 50 4.สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นขณะนี้ ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้งจุฬาฯ ได้ร่วมกับเครือข่ายสันติวิธีพัฒนาเครื่องมือเพื่อตรวจสอบและหาทางบรรเทาความรุนแรงให้เสียหายน้อยที่สุด โดยชี้ให้ทุกฝ่ายคำนึงผลความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมุ่งเป้าไปที่ประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในการสำรวจพบค่าความรุนแรงเสี่ยงสูงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่หลังเลือกตั้งจนปัจจุบันยังเพิ่มขึ้น 5.การสื่อสารที่สร้างความเกลียดชัง (hate speech) เสนอให้สื่อระมัดระวังการเสนอข่าวที่โพสต์ในสังคมออนไลน์ที่เผยแพร่ hate speech ทำให้ขาดสมดุลทางความคิดทำลายวัฒนธรรมและคุกคามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์



"มจร"จับมือคณะพยาบาลเกื้อการุณย์สร้างสันติภายใจ


            พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผช.อธิการบดี ผอ.หลักสูตรปริญญาโท สันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก" Hansa Dhammahaso"ความว่า ได้เดินทางบรรยายธรรมประกอบกรณีศึกษา เรื่อง "ประสานงาน ประสานมือ ประสานใจ" ตามกรอบของค่านิยมคณะพยาบาลเกื้อการุณย์ (Core Values) คือ การุณย์ (KARUN) Keenness กระตือรือร้น สนใจใฝ่เรียนรู้และสั่งสมความเชี่ยวชาญ Altruism มีน้ำใจ คำนึงถึงผู้อื่น อุทิศตนเพื่อส่วนรวมและสังคม Respect เคารพ ให้เกียรติ และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น Unity รู้รักสามัคคีและร่วมมือร่วมใจเพื่อความสำเร็จขององค์กร และ Nurture มีจิตเมตตา ดูแลผู้ใช้บริการด้วยความเอื้ออาทร

            นักศึกษาพยาบาล คณะพยาบาลเกื้อการุณย์ จำนวน 210 ท่าน ได้เข้ารับการพัฒนาและฝึกอบรมปัจฉิมนิเทศก่อนจบการศึกษาไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ ทั้งนี้ มหาจุฬาฯ โดยฝ่ายวิปัสสนาธุระ สถาบันภาษา โครงการปริญญาโท สันติศึกษา และพระธรรมาจารย์รักษ์ธรรม ได้ผนึกกำลังร่วมสร้างสันติภายใน เพื่อให้นักศึกษาได้มีพลังแห่งความเกื้อการุณย์แก่เพื่อนมนุษย์ร่วมสังคม