
เด็กเหยื่อบึ้มเวทีกปปส.ตราดดับอีก
เด็กเหยื่อบึ้มเวทีกปปส.ตราดดับอีก กกต.หนุนเจรจา2ฝ่ายหาทางออก 'คปท'.ยัน'ปู'ต้องออกก่อน 'สุเทพ'ยืนกระด่ายขาเดียว
25ก.พ.2557 นพ.อนุรักษ์ อมรเพชรสถาพร ผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้รับรายงานว่า วันที่ 25 ก.พ. เมื่อเวลา 14.20 น. ด.ญ ณัชยา รอสูงเนิน อายุ 5 ปี หรือ น้องขิม ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่ อ.เขาสมิง ต.ตราด ในการชุมนุมของกปปส.ตราด และเข้ารับการรักษาที่รพ.ระยองมีอาการสาหัสนั้น ได้เสียชีวิตลงแล้ว ด้วยอาการสมองตาย ซึ่งถือเป็นผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดดังกล่าว เป็นรายที่ 2
กกต.หนุนเจรจา2ฝ่ายหาทางออกประเทศ
เมื่อเวลา 14.10 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม กกต. ว่า ในวันนี้ได้รายงานให้ที่ประชุม กกต.ทราบเป็นการส่วนตัว กรณีเป็นคนกลางในการพูดคุยระหว่างนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตรองนายกฯ กับหลวงปู่พุทธะอิสระ ส่วนรายละเอียดต่าง ๆจะนำไปเปิดเผยในรายการเกาะติด กกต. ในเวลา 20.30 น. วันที่ 26 ก.พ. ทั้งนี้การไปร่วมพูดคุยในครั้งนี้เป็นความเห็นของ กกต.ทั้ง 5 คนตั้งใจให้เกิดความเรียบร้อยเกิดขึ้นในสังคม ต้องการให้สังคมมีทางออก และ กกต.ทั้ง 5 คนก็มีส่วนช่วยให้เกิดการเจรจาโดยที่แต่ละคนพยายามใช้ช่องทางต่าง ๆ ที่มีอยู่
เมื่อถามว่าการเปิดเผยเรื่องที่มีการเจรจาออกไปสู่สาธารณะจะทำให้การเจรจายากขึ้นหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า คิดว่าไม่มีปัญหา คนที่เปิดไม่ใช่ตน เพราะหลวงปู่พุทธะอิสระเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กเมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา และและทีวีบางช่องได้นำไปเปิดเผยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหลังจากนั้น คิดว่าคงไม่มีปัญหาในการเจรจา คงเดินหน้าเจรจาต่อไป อาจจะเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ เพราะการเจรจาได้เริ่มต้นแล้ว อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันสร้างบรรยากาศที่จะส่งเสริมให้เกิดการเจรจา อะไรก็ตามที่เป็นความรุนแรงทั้งการกระทำ วาจา การก่อการร้าย การทำร้ายกันจะได้ลดน้อยถอยลง
"คปท".ปฏิเสธเจรจาหากยิ่งลักษณ์ไม่ลาออก
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 25 ก.พ. โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือคปท. กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลและผู้ชุมนุม กปปส.เจรจาเพื่อยุติความรุนแรงว่า ต้องเรียกร้องให้ฝ่ายที่ไม่ทำตามกฎหมาย ลาออกจากรักษาการ ตนเข้าใจความหวังดีของผบ.ทบ. แต่ต้องเข้าใจสถานการณ์เพราะการจะให้ทรราชย์ มาเจรจากับผู้ที่เรียกร้องประชาธิปไตยคงเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ผบ.ทบ.ควรจะทำคือออกมาพูดจุดยืนที่ถูกต้อง เมื่อฝ่ายบริหารไม่เคารพกติกาและกฎหมายฝ่ายทหารต้องปฏิเสธให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ตามที่เคยให้สัมภาษณ์จะเลือกข้างประเทศซึ่งนั่นหมายความว่าจะเลือกทุกสิ่งที่เป็นสิ่งดี ดังนั้นขอให้ทำตามที่พูด
"การที่นายกรัฐมนตรีได้ออกมาเรียกร้องทุกฝ่ายยุติความรุนแรง แต่มีรัฐมนตรีของรัฐบาลที่เป็นคนเสื้อแดงออกมาพูดถึงเรื่องการจัดตั้งกองกำลัง ผบ.ทบ.คงได้เห็นแล้วว่ามีการตั้งกองกำลังจริง มีการเสียชีวิตจริง จึงไม่ต้องไปหาข้อมูลอะไร เพราะได้ปรากฏให้ชัดเจนแล้ว สิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดจึงไม่มีความน่าเชื่อถือ มีแต่ความอำมหิตเต็มที่ เพราะนายกรัฐมนตรีทำร้ายแม้กระทั่งคนที่เลือกตนเองมา ในแง่นักการเมืองก็ทำร้ายประชาชน" นายนิติธร กล่าว
ด้านนายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงานคปท. กล่าวว่า จากรายงานการข่าว ระบุว่า จะมีสถานการณ์ความรุนแรงในลักษณะเดียวกับที่เวที กปปส.ราชประสงค์ และเวที กปปส.สวนลุมพินี เกิดขึ้นในทุกเวทีการชุมนุม ทางคณะกรรมการ กปปส. จึงต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ในการประสานขอกำลังทหารเข้ามาดูแล โดยการตั้งด่านดูแลความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่การชุมนุมเพิ่มขึ้น ส่วนพื้นที่การชุมนุมของคปท.ได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดมาตลอด โดยมีแนวบังเกอร์ป้องกันรอบพื้นที่ มีแนวกล้องวงจรปิดครอบคลุม และมีการตรวจตราด่านเข้าออกอย่างเข้มงวด และในวันนี้ได้นำเครื่องตรวจวัตถุระเบิดใต้ท้องรถ มาเสริมในการร่วมตรวจพื้นที่ด่านทางเข้าออกของ คปท. เพื่อเป็นการเฝ้าระวังป้องกันเหตุเข้มขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลรักษาการยังไม่ลาออกในเร็ววันนี้ คปท.จะเคลื่อนไปปิด วิทยุการบินฯ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อย่างแน่นอน ตามที่ได้เคยประกาศไว้ เพราะมองว่า จะทำให้เกิดความเสียหายกับรัฐบาลรักษาการอย่างมหาศาล แต่จะไปเมื่อไร ต้องหารือถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง
"เอกนัฎ"ยัน"สุเทพ"ไม่มีแนวทางเจรจากับแกนนำรัฐบาล
ด้านนายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส. กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าแต่ละเวทีกปปส.และเครือข่ายต่างมีเอกภาพของการดำเนินการและหาวิธีบริหารจัดการสถานการณ์ที่เหมาะกับแต่ละเวที ทั้งนี้แต่ละเวทียังมีแนวร่วมเดียวกันคือกำจัดระบอบทักษิณ และเดินหน้าปฏิรูปประเทศ ซึ่งกรณีการเจรจาที่เกิดขึ้นเป็นการตัดสินใจของหลวงปู่พุทธะอิสระเอง ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ยังยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจาเพื่อต่อรองใด ๆ เกิดขึ้น
นายเอกนัฎ กล่าวด้วยว่าในวันที่ 26 ก.พ. เวลา 09.30 น. กปปส.ปทุมวันจะมีการจัดแถวก่อนเคลื่อนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อไปเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่บาดเจ็บและเสียชีวิตเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมานับตั้งแต่เหตุการณ์ปะทะหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง จนถึงเหตุระเบิดหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ราชดำริ และขอให้ตำรวจที่มีคุณธรรม เร่งตามหาผู้ทำผิดและดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงขอให้ดำเนินการกลุ่มบุคคลที่วางแผนจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธเพื่อต้องการแบ่งแยกประเทศ ตามที่ปรากฎบนเวทีเสื้อแดง เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา
"ผู้ตรวจฯ"มีมติรับพิจารณาคำร้อง“หลวงปู่พุทธะอิสระ”
นายรักษเกชา แฉ่ฉาย โฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวภายหลังการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินว่าที่ประชุมได้มีการคำร้องของนายกิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ โดยที่ประชุมยังเห็นว่ามีประเด็นที่จะต้องพิจารณาเพิ่มเติม จึงมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานฯไปหาข้อมูล ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เนื่องจากคำร้องมีความแตกต่างจากคำร้องของนายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผู้ตรวจฯมีคำวินิจฉัยไม่รับไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นผู้ตรวจฯจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และคาดว่าในการประชุมวันอังคาร 4 มี.ค. ทางฝ่ายกฎหมายก็จะเสนอให้ผู้ตรวจฯพิจารณาอีกครั้ง
นายรักษเกชา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติรับคำร้องที่พระพุทธะอิสระ แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือกปปส. ร้องขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ พ.ต.อ. พงษ์ สังข์มุรินทร์ ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 และพ.ต.ท. อุดม รุจิระชาคร พนักงานสอบสวน กรณีขออนุมัติหมายจับพระพุทธอิสระโดยมิชอบ เนื่องจากที่ประชุมผู้ตรวจฯเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการร้องการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งอยู่ในอำนาจที่ผู้ตรวจฯสามารถพิจารณาได้ โดยจะได้มีหนังสือไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฐานะผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกร้องทั้ง 3 ให้ชี้แจง
“บุญส่ง”เผยมี2คำร้องคัดค้าน“ยิ่งลักษณ์” ส่อผิดกฎหมายเลือกตั้ง
นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน กล่าวถึงกรณีที่ประชุมกกต.เตรียมพิจาณาและลงมติในสัปดาห์หน้า กรณีที่มีคำร้องคัดค้าการเลือกตั้งที่ระบุว่านางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย มีการขนคนไปลงคะแนนเลือกตั้งซ่อมส.ส. เขต 3 จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2556 ว่า เรื่องดังกล่าวที่ประชุมกกต. มีการพิจาณาไปแล้วถึง 2 ครั้ง ซึ่งในวันนี้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ได้ขอนำซีดีบันทึกภาพทั้งหมด 26 แผ่น ไปขอดูในรายละเอียดอีกครั้ง ดังนั้นจึงต้องเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน แต่ทั้งนี้ ในส่วนตัวนั้น ตนมีข้อยุติในเรื่องดังกล่าวแล้ว
นายบุญส่ง กล่าวด้วยว่า สำหรับคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นั้น ขณะนี้มี 2 คำร้อง ได้แก่ คำร้องกรณีที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ โดยใช้ทรัพยากรของรัฐ และคำร้องกรณีที่นายกรัฐมนตรีไปงานศพและมอบเงินให้แก่ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิต ในเหตุการณ์การปะทะกันที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ในวันรับสมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (26 ก.พ.) คณะอนุกรรมการฯได้เชิญเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงด้วย
ทั้งนี้ นายบุญส่ง กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวล เกี่ยวกับกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะมีการฟ้องร้องกกต.ทั่วประเทศ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีที่ไม่ดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนั้น เนื่องจากมีฝ่ายกฎหมายดูแลอยู่แล้ว ซึ่งก็คงไม่มีการฟ้องกลับ



