
อาคารก่อสร้างรพ.รามาฯบางพลีถล่มดับ10
ระทึก! เกิดเหตุตึกก่อสร้าง ร.พ.รามาธิบดี อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ถล่มทับคนงาน ล่าสุดเสียชีวิต 10 ราย เจ็บ 18 ราย
วันที่ 25 ก.พ.57 เกิดเหตุแผ่นโครงสร้างปูน หล่นจากตึกกำลังก่อสร้างของ ร.พ.รามาธิบดี ทับคนงาน ภายในที่พักคนงาน บริษัทอิตาเลียนไทย ใกล้มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
เบื้องต้น มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย เป็นชายทั้งคู่ ส่วนผู้บาดเจ็บ สาหัส 2 ราย ถูกเหล็กเสียบบริเวณท้องและขา กู้ภัยนำส่ง ร.พ.จุฬารัตน์ 3 ทั้งนี้ในที่เกิดเหตุมีรายงานว่า ยังมีคนติดภายในอีกอย่างน้อย 4-5 ราย เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างให้การช่วยเหลือ ส่วนสาเหตุในครั้งนี้ สันนิษฐานว่าเกิดจากอาคารทรุดตัว ซึ่งต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
ความคืบหน้าล่าสุด พบมีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 9 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 6 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 3 ราย ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บนั้นขณะนี้พบยอดล่าสุดมีจำนวน 18 ราย พักรักษาตัวที่ ร.พ.จุฬารัตน์ 3 อย่างไรก็ตาม ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังคงค้นหาบุคคลที่ติดภายในอาคารอีกครั้ง เพื่อค้นหาบุคคลที่สูญหายหรือเสียชีวิตเพิ่ม ซึ่งจะต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป
แพทยรามาฯชี้ปูนปล่องลิฟต์ทรุด
เมื่อเวลา 17.00 น. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ออกแถลงการณ์เรื่องเหตุการณ์การทรุดตัวของปล่องลิฟต์ระหว่างก่อสร้างอาคารสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ว่า เมื่อเวลา 11.30 น. ของวันที่ 25 ก.พ. 2557 เกิดเหตุการณ์การทรุดตัวของปล่องลิฟต์ระหว่างก่อสร้างอาคารสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ณ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้มอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างคือ บริษัท อิตาเลียน ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง และกลุ่มบริษัทร่วมทำงาน ACSE 110 Consortium เป็นผู้ควบคุมงาน นั้น
พบว่า ในเบื้องต้นสาเหตุเกิดจากการเทปูนบริเวณปล่องลิฟต์ของตัวอาคารมีการทรุดตัวลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ตัวอาคาร มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังนี้ เสียชีวิต 10 ราย (ณ ที่เกิดเหตุ 6 ราย ที่โรงพยาบาล 4 ราย) และบาดเจ็บ 16 ราย ได้ส่งตัวรักษาในโรงพยาบาลใกล้เคียง ได้แก่ รพ.สมุทรปราการ รพ.บางพลี และ รพ.จุฬารัตน์ 3 ซึ่งทางคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ประสานงานไปยังโรงพยาบาลดังกล่าวในการรับตัวเข้ามารักษายัง รพ.รามาธิบดีหากมีความจำเป็น
ทั้งนี้ คณะผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง พร้อมได้ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อสอบสวนหาสาเหตุ ดำเนินการแก้ไข ป้องกัน และเยียวยาผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อไป
ผู้เชี่ยวชาญเอไอทีวิเคราะห์อาคารถล่ม
ศ.ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (AIT) แสดงความเห็นว่า อุบัติเหตุตึกถล่มหรืออาคารพังระหว่างก่อสร้างในประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุหลัก 3 ประการด้วยกัน คือ 1. เกิดจากการออกแบบผิดพลาดของวิศวกรโครงสร้างตั้งแต่เริ่มแรก เช่น ขนาดของเสาอาคารหรือคานรองรับน้ำหนัก ไม่เหมาะสมหรือไม่ได้มาตรฐานกับตัวตึก หรือไม่สามารถรองรับโครงสร้างอากคารได้ 2. ความผิดพลาดของผู้รับเหมาที่ทำ "นั่งร้านก่อสร้าง" หรือตัวเสาค้ำยันไม่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักปูนซีเมนต์ที่เทลงมาได้ และ 3. การก่อสร้างผิดพลาดไม่เป็นไปตามแบบแปลนที่เขียนไว้ ซึ่งขั้นตอนนี้อาจเกิดจากความผิดของวิศวกรที่คุมงานก่อสร้างหรือผู้รับเหมาก่อสร้างก็ได้ เช่น ไม่รอปูนซีเมนต์ที่เทไว้ให้แข็งตัวหรือเซ็ทตัวเสียก่อน จากปกติที่ต้องรออย่างน้อย 2 อาทิตย์ ก็รีบก่อสร้างโดยให้เวลาปูนแข็งตัวเพียง 1 อาทิตย์หรือไม่กี่วันเท่านั้น ทำให้อาคารถล่มลงมาเพราะปูนไม่แข็งตัวจึงรองรับน้ำหนักไม่ไหว
ทั้งนี้ หลังจากการพิจารณาภาพอาคารรพ.รามาฯถล่มที่เผยแพร่ทางสื่อต่าง ๆ นั้น ศ.ดร.วรศักดิ์กล่าวว่า ลักษณะคล้ายกับเสาทางเชื่อมระหว่างตึกไม่แข็งแรง ไม่สามารถรองรับน้ำหนักปูนซีเมนต์ได้ ทำให้เอียงตัวหักลงมา ส่วนพื้นปูนแผ่นที่พังนั้นอาจเกิดจากเสาหักกระแทก เนื่องจากไม่ได้ไปดูสถานที่จริงและยังไม่เห็นแบบแปลนก่อสร้าง จึงทำได้แค่วิเคราะห์เบื้องต้นเท่านั้น
"เท่าที่เห็นจากภาพข่าว คิดว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุข้อ 2 และ ข้อ 3 รวมกัน คือ การทำนั่งร้านก่อสร้างหรือเสาค้ำยันไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักปูนได้ หรืออาจเป็นเพราะเทปูนไปแล้ว ปูนยังไม่เซ็ทตัวแข็งแรงดีพอ แต่มีการก่อสร้างขั้นตอนต่อไปทำให้พังลงมา เพื่อให้ชัดเจนคงต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดของแบบก่อสร้างและขั้นตอนอย่างละเอียด จึงจะบอกได้ว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นตรงขั้นตอนไหน" ศ.ดร.วรศักดิ์กล่าว
...........................
หมายเหตุ ขอบคุณภาพ จาก FM91TRAFFICPRO @fm91trafficpro ,@js100radio ,@ittipat_Rw, แมน น้อยพิทักษ์



