
เหยื่อ'เด็ก'3แผนป้องกันลูกหลง
เหยื่อ'เด็ก'3แผนป้องกันลูกหลง : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เด็กน้อยผู้บริสุทธิ์หลายคนกลายเป็นเหยื่อกระสุนและลูกระเบิด ภาพแขนขาร่างกายของเด็กๆ ที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ถูกสื่อมวลชนเผยแพร่ออกไป รวมถึงการแชร์ผ่านเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียต่างๆ ...ความรู้สึกเศร้าสลดหดหู่ปกคลุมไปทั่วประเทศไทย
"ผมพยายามเตือนแล้ว บอกแล้วว่าอย่าเอาเด็กเล็กไปม็อบหรือเวทีชุมนุมต่างๆ แต่ไม่ค่อยมีคนสนใจ ตั้งแต่ที่เริ่มขว้างแก๊สน้ำตาหรือความรุนแรงต่างๆ ส่วนกรณี จ.ตราด และสี่แยกราชประสงค์แตกต่างออกไป เพราะผู้ปกครองไม่ได้ตั้งใจพาเด็กไปร่วมชุมนุม แต่ก็ไปบริเวณใกล้เคียงมากๆ ถือเป็นบทเรียนที่ต่อไปนี้ไม่ควรพาเด็กมาแถวนั้นเลย เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะโดนลูกหลงตอนไหน"
"สรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์" ประธานมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก แสดงความเห็นต่อว่า องค์การคุ้มครองเด็กพยายามเตือนผู้ปกครองไม่ให้นำเด็กเล็ก หรือเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีมาร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้มาจากต่างจังหวัดต้องพักค้างคืน เนื่องจากเด็กเล็กอาจมีปัญหาด้านสุขภาพอนามัย ต้องอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด การกินอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ และนอนหลับไม่เพียงพอ ยิ่งไปกว่านั้นผลทางด้านจิตใจที่เด็กต้องรับฟังคำพูดปลุกเร้าซ้ำๆ บางคำส่อไปในความหมายรุนแรง ทำให้เด็กจำฝังใจได้ เช่น กบฏ ผู้ก่อการร้าย ชั่วช้า ฯลฯ
ตัวแทนกลุ่มคุ้มครองสิทธิเด็กข้างต้น แสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ล่าสุด ที่ทำให้เด็กไร้เดียงสาเสียชีวิตและบาดเจ็บไม่น้อยกว่า 6 คนว่า ณ วินาทีนี้ แกนนำผู้ดูแลเวทีชุมนุมแต่ละแห่ง ควรมีมาตรการดูแลผู้มาร่วมให้เข้มข้นมากขึ้น ไม่ใช่แค่ในพื้นที่ชุมนุมเท่านั้น แต่บริเวณชายขอบด้านนอกก็ต้องหาวิธีป้องกันในระดับหนึ่งด้วย พร้อมเสนอมาตรการเร่งด่วน 3 ข้อคือ 1.จัดหาพื้นที่ด้านในหรือตรงกลางที่ปลอดภัยจากวิถีกระสุน ให้ผู้ปกครองพาเด็กมาอยู่รวมกัน โดยมีการ์ดหรือทีมรักษาความปลอดภัยดูแลอย่างทั่วถึงตลอดเวลา 2.ดูแลเวทีชุมนุมต่างจังหวัดให้มีระบบรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะที่ใกล้ตลาด ชุมชนหรือแหล่งที่พักอาศัยของชาวบ้าน 3.แกนนำต้องคอยประกาศบนเวทีอย่างสม่ำเสมอว่า ไม่ให้นำเด็กเล็กมาถ้าไม่จำเป็นจริงๆ และถ้านำมาต้องขอร้องให้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยด้านในเท่านั้น
สอดคล้องกับแถลงการณ์ 5 ข้อของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประกาศเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2556 เกี่ยวกับความห่วงใยเด็กและเยาวชนในที่ชุมนุม สรุปใจความได้ว่า 1.เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการชุมนุมได้ตามกฎหมาย 2.หลีกเลี่ยงการพาเด็กที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ มาเข้าร่วมการชุมนุม และเป็นหน้าที่ของผู้จัดชุมนุม ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ของรัฐ ฯลฯ ป้องกันไม่ให้เด็กซึมซับการปลุกเร้า การสร้างความเกลียดชัง หรือความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ 3.ไม่ควรเสนอภาพและเนื้หา ที่ระบุตัวตนของเด็กและเยาวชนซึ่งอาจเกิดความเสียหาย เสียชื่อเสียง สิทธิประโยชน์อื่นใด ตลอดจนสวัสดิภาพของเด็ก 4.ไม่ใช้เด็กเป็นแนวหน้าเสี่ยงอันตราย และ 5.หากสถานการณ์เริ่มรุนแรง ต้องนำเด็กออกจากพื้นที่ชุมนุมทันที
“นัสเซอร์ ยีหมะ” หัวหน้าการ์ดผู้รับผิดชอบ “เวทีเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย” (คปท.) แสดงความเห็นว่า ที่ผ่านมาการรักษาความปลอดภัยได้เพิ่มระดับสูงสุดแล้ว แต่บางเวทียังมีจุดเสี่ยงอยู่หลายแห่ง ซึ่งแกนนำได้ยกหูโทรศัพท์ปรึกษากันตลอด โดยเฉพาะพื้นที่มีตึกสูงล้อมรอบหรือสะพานลอยข้ามแยก เชื่อว่ากลุ่มผู้ที่ยิงและปาระเบิดเข้ามานั้น คงไม่ได้ตั้งใจเล็งเป้าเฉพาะเจาะจงไปที่เด็ก แต่ด้วยความบังเอิญมากกว่า ซึ่งทีมการ์ดพยายามป้องกันความปลอดภัยให้ทุกคน ไม่ได้เลือกว่าเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่
"การขอร้องหรือห้ามไม่ให้เอาเด็กหรือลูกหลานมาด้วยคงเป็นไปไม่ได้ เพราะการมาชุมนุมเป็นความสมัครใจของแต่ละคน วันธรรมดาไม่ค่อยมีเด็กมา ส่วนใหญ่พามาวันเสาร์ อาทิตย์ ส่วนครอบครัวที่มานอนค้างคืนมีเด็กอยู่ด้วยประมาณ 10-20 คน การจัดพื้นที่ด้านในให้เด็กมาอยู่รวมกันคงเป็นไปได้ยาก เพราะแต่ละครอบครัวจะเดิน นั่ง พักผ่อนกันอย่างอิสระ คงไม่สามารถบังคับได้ ส่วนเวทีต่างจังหวัดพูดยากเหมือนกัน เพราะเป็นเรื่องของแต่ละพื้นที่ว่าจะจัดเวทีกันอย่างไร เราพยายามแนะนำวิธีทำแนวป้องกันรอบด้าน และการตั้งเวทีให้อยู่ห่างวิถีกระสุนกับลูกระเบิด หรือระบบการดูแลความปลอดภัยต่างๆ" นัสเซอร์กล่าวสรุปทิ้งท้ายไว้เพียงว่า
"คำแนะนำ" เกี่ยวกับระบบดูแลความปลอดภัยข้างต้นนั้น จะถูกนำไปปฏิบัติหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับแกนนำของแต่ละเวที !?!
ตัวเลขสถิติเหยื่อเด็ก จากการชุมนุมทางการเมืองปี 2556-2557 มีเด็กเสียชีวิต 3 และบาดเจ็บสาหัส 4 ราย รวมเป็น 7 ราย
โดยระเบิดและกระสุนปืนปริศนาไล่ล่าคร่าชีวิตเด็กน้อยศพแรก ที่ตลาดยิ่งเจริญ ต.แสนตุ้ง อ.เขาสมิง จ.ตราด ราว 3 ทุ่มครึ่ง ของวันที่ 22 กุมภาพันธ์ กลุ่มคนร้ายใช้รถกระบะ 2 คัน กราดยิงมาที่เวทีปราศัย กปปส. จ.ตราด หลายสิบนัดและปาระเบิดใส่เวทีปราศรัย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 35 ราย เป็นชาย 17 ราย หญิง 14 ราย เป็นเด็กชาย-หญิงรวม 3 ราย และมีเด็กหญิงเสียชีวิต 1 ราย
จากเหตุระเบิดที่ จ.ตราด มีเด็กเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย คือ ด.ญ.ลิลาวรรณ พรมชัย อายุ 5 ขวบเสียชีวิต, ด.ญ.นิชญา รอสูงเนิน อายุ 5 ปี อาการโคม่า สมองตาย, ด.ช.ดนัยพร รอสูงเนิน อายุ 3 ปี และ ด.ช.ไชยา กสิมาศ อายุ 10 ปี
ถัดมาเพียงวันเดียว ย่ำเย็น 5 โมงครึ่งวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุระเบิดหน้าร้านขายเสื้อที่ระลึกของผู้ชุมนุม กปปส. บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราชดำริ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 22 คน เสียชีวิต 2 คน มีเด็กได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตรวม 3 คน ได้แก่ ด.ช.กรวิทย์ ยศอุบล อายุ 4 ปี, ด.ญ.พัชรากร ยศอุบล อายุ 6 ปี มีอาการสมองช้ำและตับแตก ต่อมาราว 6 โมงครึ่ง ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ด.ญ.พัชรากร ก็เสียชีวิต และ ด.ช.โยธิน ชะแอมรำ อายุ 9 ปี มีอาการสมองบวมและปอดช้ำจากแรงกระแทก
จากเหตุการณ์ปะทะและความรุนแรงจากการชุมนุมของ กปปส. ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 ถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 มีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 718 ราย เสียชีวิต 20 ราย รวม 738 ราย และ 3 ใน 21 ของผู้เสียชีวิตยังเป็นเด็กน้อย !!
นอกจากน้องเค้กและน้องเคนแล้ว ในระยะเวลาห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วโมง ยังมีเด็กอีก 1 คน ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง คือ ด.ญ.ลิลาวรรณ พรมชัย วัย 5 ขวบ ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายบุกราดยิงและปาระเบิดใส่พื้นที่การชุมนุมกลุ่ม กปปส.ที่ตลาดยิ่งเจริญ เขตเทศบาลตำบลแสนตุ้ง อ.เขาสมิง จ.ตราด โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ขณะด.ญ.ลิลาวรรณ ติดตาม นายนิพนธ์ พรมชัย และนางจุฑาพร พินชาย บิดาและมารดา ไปช่วยขายก๋วยเตี๋ยวที่ร้านของครอบครัว ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณที่เกิดเหตุ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจาก ด.ญ.ลิลาวรรณ แล้ว ยังมีสมาชิกในครอบครัวอีก 6 คน ซึ่งมีทั้งตา ยาย ป้า อา และน้า ของ ด.ญ.ลิลาวรรณ บาดเจ็บด้วย คือ นายสมศักดิ์ พินชาย นางสาคร บุญชู นางมอมใจ มากบัว นายพิสิฏฐ์ กฤษณา น.ส.ทราย กฤษณา และ นายสุรศักดิ์ พินชาย
"ครอบครัวลำบากอยู่แล้ว เพราะต้องหาเช้ากินค่ำ ฐานะยากจน เมื่อมาเจอเหตุการณ์ความสูญเสียอีกรู้สึกเศร้าใจ ครอบครัวฉันไม่ได้เกี่ยวกับการชุมนุม เราไม่สนใจเรื่องการเมือง เพราะต้องทำมาหากิน แต่ต้องมารับเคราะห์ หลานกำลังอยู่ในวัยน่ารัก แต่ต้องมาจากไปก่อนวัยอันควร ซึ่งอยากให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว" นางสาคร ยายของ ด.ญ.ลิลาวรรณ กล่าว
.........................................
(หมายเหตุ :เหยื่อ'เด็ก'...3 แผนป้องกันลูกหลง : ทีมข่าวรายงานพิเศษ )



