ข่าว

ค้านผันน้ำไปเกาะภูเก็ต หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม

ค้านผันน้ำไปเกาะภูเก็ต หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม

25 ก.พ. 2557

ค้านผันน้ำไปเกาะภูเก็ต หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม : คอลัมน์คนดังท้องถิ่น : โดย...สุวรรณี บัณฑิศักดิ์

 
                     หลังการประปาส่วนภูมิภาคมีแนวคิดแก้ปัญหาขาดแหล่งน้ำดิบเพื่อการอุปโภค-บริโภคใน จ.ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี กระบี่ และพังงา จึงว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา คือ บริษัท แอสดีคอน คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท โปรเกรส เทคโนโลยี คอนซัลแท็นส์ จำกัด ด้วยงบประมาณ 30 ล้านบาท ศึกษาความเหมาะสมการลงทุนโครงการวางท่อส่งน้ำจากเขื่อนรัชชประภา หรือบริเวณใกล้เคียงไปเกาะภูเก็ต เพื่อใช้ในกิจการประปาและอื่นๆ ให้เพียงพอในระยะ 20 ปีข้างหน้า และครอบคลุมความต้องการใช้น้ำของชุมชนตามแนวท่อส่งน้ำในอนาคตที่อาจมีขึ้น ซึ่งเริ่มดำเนินงานวันที่ 24 มิถุนายน 2556 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 17 สิงหาคม 2557 รวม 420 วัน
 
                     โดยเปิดเวทีให้ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชาวบ้านแสดงความเห็น และหนึ่งในแนวความคิดที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวคือ นายไพโรจน์ จันทร์แสงกุล รองนายกเทศมนตรีตำบลพนม อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี ที่แสดงออกชัดเจนและตรงไปตรงมาว่า ไม่เห็นด้วยกับการผันน้ำดังกล่าว เพราะกลัวว่าน้ำในเขื่อนจะไม่พอต่อการเกษตร และที่สำคัญปริมาณน้ำในเขื่อนรัชชประภาไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการผันน้ำไป จ.พังงา กระบี่และภูเก็ต
 
                     "ไพโรจน์ จันทร์แสงกุล" บอกว่า อยากให้การประปาส่วนภูมิภาคไปทบทวนใหม่ เพราะสาเหตุ 1.ต้นทุนสูงระยะทางจากเขื่อนรัชชประภาไป จ.ภูเก็ต ผ่าน จ.พังงา กระบี่ ระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร 2.ทำลายสิ่งแวดล้อมและอนาคตเชื่อว่าอาจเกิดปัญหาระบบชลประทานได้ ทั้งนี้อยากให้ใช้วิธีแก้ปัญหาแบบสิงคโปร์จะเหมาะกับพื้นที่จ.ภูเก็ต ซึ่งลักษณะภูมิประเทศสิงคโปร์ใกล้เคียงกับภูเก็ต ต้องศึกษาให้ชัดเจนและโปร่งใสว่าสิงคโปร์ใช้งบประมาณผลิตน้ำทะเลเป็นน้ำจืดมากแค่ไหน การบริหารจัดการเป็นอย่างไร
 
                     โดยมองว่าโครงการวางท่อส่งน้ำดิบขนาด 1.80 เมตร จากเขื่อนรัชชประภาไป จ.ภูเก็ต ระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแหล่งน้ำดิบใน จ.ภูเก็ต ต้องผ่านกระบี่และพังงาก่อนเข้าภูเก็ต จะต้องสูญเสียสิ่งแวดล้อมไปแค่ไหน อีกทั้งไม่มั่นใจว่าปริมาณน้ำในเขื่อน ซึ่งหล่อเลี้ยงเกษตรกร จ.สุราษฎร์ธานี และใกล้เคียง ที่นอกเหนือจากการสำรองผลิตกระแสไฟฟ้าที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการผลิตน้ำประปา โดยปริมาณน้ำที่เขื่อนปล่อยให้ได้ แต่ต้องเป็นน้ำจากท้ายเขื่อนเท่านั้น จะเอาน้ำจากอ่างเก็บน้ำไปไม่ได้ เชื่อว่าปริมาณน้ำไม่เพียงพอสำหรับการผลิตน้ำประปาอย่างแน่นอน
 
 
 
.....................
 
(ค้านผันน้ำไปเกาะภูเก็ต หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม : คอลัมน์คนดังท้องถิ่น : โดย...สุวรรณี บัณฑิศักดิ์)