
ดึงนักเรียนช่วยเก็บ'ลิ้นจี่'
25 ก.พ. 2557
ดึงนักเรียนช่วยเก็บ'ลิ้นจี่' ช่วงปิดเทอม-แก้ขาดแรงงาน
สมุทรสงคราม-อบจ.เมืองสมุทรสงคราม ดึงนักเรียนช่วยเก็บลิ้นจี่ช่วงปิดเทอม แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นการสร้างรายได้เสริมช่วยครอบครัว
นายพิสิฐ เสือสมิง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ปัจจุบันการขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวผลผลิตและจำหน่ายลิ้นจี่นับเป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกรชาวสวน เพราะผู้ที่ไม่มีความรู้ความชำนาญในการเก็บผลลิ้นจี่จะไม่สามารถทำได้ ทำให้ที่ผ่านมาชาวสวนบางรายต้องยอมจ่ายค่าจ้างการเก็บลิ้นจี่ถึงวันละ 500 บาท พร้อมอาหารทุกมื้อ ทว่าที่ผ่านมาก็ยังหาแรงงานยาก และด้วยเนื่องจากปีนี้หลายฝ่ายได้คาดการณ์กันว่าลิ้นจี่ของ จ.สมุทรสงคราม ซึ่งได้รับอากาศหนาวเย็นเป็นใจได้ออกดอกเกือบทุกต้น และน่าจะให้ผลผลิตไม่น้อยกว่า 7,000 ตันนั้น
โดย อบจ.สมุทรสงคราม จึงร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เช่น วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรสงคราม โรงเรียนศรัทธาสมุทรและโรงเรียนถาวรานุกูล รับสมัครนักเรียนนักศึกษาที่สนใจจะหารายพิเศษในช่วงปิดภาคเรียนนี้ เข้าร่วมโครงการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ด้วยการร่วมเก็บและขายลิ้นจี่เพื่อใช้เวลาว่างช่วงปิดภาคเรียนให้เป็นประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นการสร้างรายได้ให้ตัวนักเรียนอีกด้วย โดยสมัครเข้ารับความรู้เกี่ยวกับการเก็บผลลิ้นจี่ที่ถูกต้องได้ที่โรงเรียนที่ตนเองสังกัด หรือที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือสอบถามได้ที่โทรศัพท์ 0-3471-1031 ในวันและเวลาราชการ
นอกจากนี้ นายพิสิฐยังกล่าวว่า อบจ.สมุทรสงคราม ยังสนับสนุนเรื่องการบรรจุหีบห่อ เพราะถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ลิ้นจี่จึงได้จัดทำกล่องใส่ลิ้นจี่ขนาด 3-5 กิโลกรัม จำนวน 1.2 หมื่นกล่อง และถุงพลาสติกใสสำหรับใส่ลิ้นจี่อีก 1,500 กิโลกรัม หรือประมาณ 1.5 ล้านใบ เพื่อผู้บริโภคที่มาซื้อจะสะดวกในการถือหิ้ว โดยทั้งกล่องและถุงพลาสติกจะพิมพ์ลายละเอียดของลิ้นจี่ที่ครอบคลุม อาทิ สายพันธุ์ ประวัติความเป็นมา ให้ศึกษาเพื่อเป็นความรู้ส่วนหนึ่งด้วย
อีกด้านหนึ่ง น.ส.เรณู เล็กนิมิต นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางคนทีและยายแพง (ยุบรวม) อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เปิดเผยว่า เนื่องจาก อบต.เป็นเครือข่ายตำบลสุขภาวะตามโครงการสานพลังชุมชนสู่ตำบลสุขภาวะ ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ โดยมีนักจัดกระบวนการสุขภาวะเป็นแม่ข่ายในการขยายฐานตำบลสุขภาวะให้เพิ่มขึ้น ดังนั้น สสส.จึงนำนักจัดจากทั่วประเทศ 200 คน ไปศึกษาดูงานและลงพื้นที่ อ.บางคนที ซึ่งนอกจากจะมีการฝึกอบรมแกนนำเครือข่ายและนักจัดนำไปสู่การแก้ไขได้ด้วยตนเองแล้ว ยังมีการเข้าฐานกิจกรรมต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน



