ข่าว

'พ่อน้องเค้ก-เคน'เศร้า!บอกฝันทุกอย่างสลาย

'พ่อน้องเค้ก-เคน'เศร้า!บอกฝันทุกอย่างสลาย

24 ก.พ. 2557

'พ่อน้องเค้ก-เคน'บอกฝันทุกอย่างสลาย สูญเสียที่สุดประเมินค่าไม่ได้ อโหสิกรรมคนทำ ไม่ได้โกรธใคร

 
                      24  ก.พ.57 ศ.นพ.วินิต พัวประดิษฐ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี ผศ.พล.อ.ต.นพ.วิชาญ เปรี้ยวนิ่ม หัวหน้าสาขานิติเวชศาสตร์ ภาควิชาพยาธิวิทยา และผศ.พญ.ยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน และนายทยากร ยศอุบล บิดาของ ด.ช.กรวิชญ์ และ ด.ญ.พัชรากร ยศอุบล ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดที่บริเวณห้างบิ๊กซี ราชประสงค์​ ได้ร่วมแถลงข่าว
 
                      โดยนพ.สุรศักดิ์  กล่าวว่า จากการเหตุการณ์ดังกล่าว​ มีผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษา จำนวน 6 ราย โดยคณะแพทย์ได้พยายามช่วยเหลือ ด.ช.กรวิชญ์ อย่างสุดความสามารถ โดย ด.ช.กรวิชญ์ ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่หลังด้านซ้าย ทะลุช่องท้อง เข้าไต และหัวใจ ทำให้เสียเลือดมาก โดยผู้บาดเจ็บไม่หายใจตั้งแต่ก่อนมาถึงโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ได้พยายามปั๊มหัวใจกว่า 1 ชั่วโมง และเสียชีวิตในเวลา 18.28 น. ส่วน ด.ญ.พัชรากร โดนสะเก็ดระเบิดเข้าที่ศรีษะ สมองช้ำ และโดนที่ช่องท้อง ทำให้ตับแตก ศัลยแพทย์ได้ผ่าตัดเพื่อช่วยเหลือ แต่เลือดเด็กไหลไม่หยุด ทำให้เสียชีวิตในเวลา 06.25 น. ของวันที่ 24 ก.พ.
 
                      ส่วนรายที่ 3  ด.ช.โยธิน ชะแอมรำ อายุ 9 ปี ขณะนี้ยังอยู่ในห้องไอซียู โดยอาการเบื้องต้น สมองบวมและปอดช้ำจากแรงกระแทก  แต่โดยรวมมีสัญญาณที่ดีขึ้นสามารถขยับนิ้วมือ นิ้วเท้าได้แล้ว แต่ยังถือว่าต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย มีชายชาวเวียดนาม 1 ราย  บาดเจ็บจากอาการตกเลือดในช่องปอด ส่วนอีก 2 ราย เป็นผู้หญิง กระดูกขาแตก  1  ราย  และอีกรายถูกสะเก็ดที่ช่องท้อง
 
                      “เป็นเรื่องน่าเสียใจอย่างยิ่ง ที่น้องเคนและน้องเค้ก ต้องเสียชีวิตลง ซึ่งเด็กทั้งสองคน คลอดที่ รพ.รามาฯ โดยทุกคนต่างหวังว่าเด็กจะได้เติบโตเป็นอนาคตของชาติต่อไป และไม่น่าต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์แบบนี้”นพ.สุรศักดิ์ กล่าว
        
                      ด้านนพ.วิชาญ กล่าวว่า ตามกฎหมายการเสียชีวิตอย่างผิดธรรมชาติ แพทย์ต้องร่วมชันสูตรกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว โดยได้เก็บเศษวัตถุทั้งหมดที่ได้จากผู้เสียชีวิต ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์หลักฐานเรียบร้อยแล้ว
 
                      ผศ.ยุวเรศมคฐ์ กล่าวว่า ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาคณะแพทย์ ได้เห็นเหตุการณ์ความสูญเสียหลายครั้งแล้ว โดยทีมแพทย์ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ทุกครั้ง โดยอยากวิงวอนผู้ปกครองในการนำเด็กไปพื้นที่ชุมนุมหรือสถานที่โดยรอบว่า หากไม่จำเป็นให้หลีกเลี่ยง เนื่องจาก เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองได้น้อยกว่าผู้ใหญ่ เมื่อเกิดเหตุชุลมุน เด็กจะเสี่ยงถูกเหยียบหรือได้รับอันตรายมากกว่า และเมื่อเกิดการบาดเจ็บ ในความรุนแรงเท่ากัน เสียเลือดในอัตราที่เท่ากันระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ เด็กเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายมากกว่า
        
                      ศ.นพ.วินิต กล่าวว่า อยากขอประณามการกระทำความรุนแรงในทุกรูปแบบ ที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ ล้มตาย ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ได้ต้องใช้เวลา ทรัพยากรจำนวนมาก เพื่อรักษาชีวิตผู้บาดเจ็บทุกราย ซึ่งทำให้ผู้ป่วยอื่นๆ ต้องเสียโอกาสในการรักษา การผ่าตัด ซึ่งอยากให้ทุกฝ่ายหาทางพูดคุยกันให้จบเรื่องดังกล่าวลง
 
                      ด้านนายทยากร บิดาน้องเคน น้องเค้ก กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ถือเป็นความสูญเสียอย่างที่สุด และไม่สามารถประเมินได้ ครอบครัวตนไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเพียงใดที่จะสามารถทำใจได้ แค่เด็กต้องบาดเจ็บก็เสียใจมากแล้ว แต่ครั้งนี้ลูกเสียชีวิตทั้งคู่ ครอบครัวของตนเเป็นครอบครัวเล็กๆ ไม่ได้รวย แต่ใช้ชีวิตด้วยความสุข ตลอดเวลา 12 ชั่วโมงที่ต้องเฝ้าลูกอีกคนที่ยังสาหัส เห็นว่าลูกต้องเจ็บปวดมาก แม้จะหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์ให้เหลือลูกสักคนแม้ว่าจะไม่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่มี
 
                      เมื่อถามว่า จะถามหาความรับผิดชอบในครั้งนี้ หรือไม่ นายทยากร กล่าวว่า ยังไม่ได้คิด คิดเพียงอยากพาลูกไปบำเพ็ญกุศล ไม่รู้ว่าใครจะช่วยอะไรบ้าง ไม่ได้โกรธใครในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คิดเพียงว่า บนโลกใบนี้ มีสิ่งที่เกิดขึ้นมากมาย เพียงแต่ครั้งนี้ เกิดขึ้นกับลูกของตนก่อนเท่านั้น ถ้าเป็นไปได้ ขออยากให้เหตุการณ์ความวุ่นวาย จบลง และเป็นอุทาหรณ์กับทุกฝ่าย หากจะให้บอกอะไรใคร ก็คงบอกได้แค่ว่า ขออโหสิกรรมให้กับคนที่ทำ
 
                      “ผมกลับบ้านเห็นกระเป๋านักเรียนลูก เสื้อผ้ายังแขวนเตรียมไปโรงเรียน จากเดิมที่ไม่เคยวาดฝันให้ลูกเป็นอะไร แค่เป็นเด็กดี อยู่ในสังคมได้ ส่วนลูกชายมักชอบดูและอยากเป็นทหาร แต่วันนี้รู้สึกว่า ฝันทุกอย่างมันสลายไปทั้งหมด เป็นเรื่องที่เจ็บมากที่สุด แต่คงไม่โทษใคร”นายทยากร กล่าว
 
                      เมื่อถามว่า จะฟ้องร้องหรือไม่ นายทยากร กล่าวว่า คงยังไม่ฟ้องร้องอะไร ขอเอาลูกไปประกอบพิธีทางศาสนาก่อน แล้วค่อยว่ากัน
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. ครอบครัวยศอุบล ได้ร่วมเดินทางมารับศพน้องเค้ก และน้องเคน เพื่อไปบำเพ็ญกุศล ที่วัดพรมหมวงศาราม(หลวงพ่อเณร) ซึ่งก่อนจะเดินทางไปที่วัด ได้นำศพทั้งคู่ไปที่เกิดเหตุบริเวณบิ๊กซีราชประสงค์ เพื่อเชิญวิญญาณก่อน โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศก ครอบครัว ได้เตรียมชงนมสองขวด ของเล่นตุ๊กตา และเสื้อผ้าที่เด็กๆชอบมารับศพ พร้อมทั้งร้องไห้อยู่ตลอดเวลาที่รอรับศพ
 
 
 
 
บรรยากาศรับศพ "น้องเคน-น้องเค้ก "เหยื่อระเบิดราชประสงค์เศร้าสลด
 
 
                      เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 24 ก.พ. ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสำนักงานผู้อำนวยการ รศ. นพ.สุรศักดิ์ พร้อมคณะแพทย์ที่ทำการรักษา พี่น้องยศอุบล ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายยิง เอ็ม 79 บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ใกล้เวทีราชประสงค์ของ กปปส.ออกแถลงข่าวการเสียชีวิตของสองพี่น้อง โดยมีนายทยากร นางนารีรัตน์ ที่พามาประสบเหตุการณ์ร้ายครั้งนี้เข้าร่วมแถลงข่าว ซึ่งนางนารีรัตน์ ต้องนั่งรถเข็น เพราะมีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่ขาทั้งสอง ซึ่งทั้งพ่อเด็กและน้าอยู่ในอาการโศกเศร้า นอกจากนี้ นอกห้องประชุมยังมีญาติกลุ่มใหญ่ของน้องเค้กและน้องเคน ซึ่งอยู่ในอาการเสียใจ รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า จากเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีผู้บาดเจ็บมารับการักษาตัวที่ ร.พ.รามาธิบดี จำนวน 10 ราย ดังนี้ ยังรักษาตัว 6 ราย เสียชีวิต 2 ราย กลับบ้านไปแล้ว 2 รายเช่นกัน 
 
                      สำหรับผู้เสียชีวิตได้แก่ ด.ช.กรวิชญ์ ยศอุบล อายุ 4 ปี หรือน้องเคน เสียชีวิตจากที่เกิดเหตุแล้วจากเนื้อสมองฉีกขาด และตกเลือดในช่องท้อง และ ด.ญ.พัชรากร ยศอุบล อายุ 6 ปี หรือน้องเค้ก พี่สาวน้องเคน เสียชีวิตจากสมองช้ำและตับแตกได้รับการักษาโดยการผ่าตัด และเสียชีวิตในเช้ามืด เมื่อเวลา 06.25 น. วันที่ 24 ก.พ.และที่ยังรักษาตัวอยู่มี ด.ช.โยธิน ชะเอมรัมย์ อายุ 9 ปี หรือน้องฟลุ๊ก เป็นลูกพี่ลูกน้องกับน้องเค้กและน้องเคน มีอาการหมดสติ จากสมองบวมและปอดช้ำจากแรงอัดของระเบิด ได้รับการดูแลในห้องไอซียูต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และเตรียมผ่าตัดสมอง ร่างกายส่งสัญญาณดีขึ้นขยับมือเท้าได้ นายสุรพงษ์ กมลอินทร์ อายุ 20 ปี มีบาดแผลที่รักแร้ขวา นายต่วน อายุ 23 ปี ชาวเวียดนาม บาดเจ็บที่หน้าอกมีอาการตกเลือดในช่องท้องกับแขนขวา นายพรชัย ศรีมุ่งคุณ อายุ 32 ปี มีแผลที่แขนและข้อเท้าซ้าย น.ส.พินทา สุขมิติ อายุ 49 ปี มีแผลที่ท้อง ข้อเท้าซ้าย ต้นขาขวา และน.ส.สุรีย์ วราธนสิน อายุ 61 ปี มีแผลที่นิ้วชี้ซ้าย และขา 2 ข้าง สำหรับศพของนางฐิพาพรรณ สุวรรณมณี อายุ 59 ปี ที่ส่งมาจาก รพ.พญาไท 1 ผลชันสูตร พบมีบาดแผลสะเก็ดระเบิดที่คางและคอ สะเก็ดระเบิดตัดเส้นเลือดใหญ่ ซึ่งศพรายนี้ญาติยังไม่มาติดต่อรับศพ ซึ่งหลักฐานที่พบและได้จากการชันสูตรศพ เช่น สะเก็ดระเบิด เลือด และชิ้นเนื้อ เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้หมดแล้ว เพื่อส่งให้พนักงานสอบสวนต่อไป โดยศพทั้งสามสามรถที่จะติดต่อรับไปบำกุศลได้เลย 
 
                      นายทยากร กล่าวด้วยความเสียใจว่า ตนและภรรยา พร้อมครอบครัวเสียใจมากกับต้องมาสูญเสียลูกทั้งสองคนที่ยังบริสุทธิ์ไร้เดียงสาอยู่ และยังทำใจไม่ได้ ตนยังไม่รู้เลยว่าต้องรักษาแผลใจอีกนานเท่าไรถึงจะหาย ทางหมอก็ปลอบใจว่าให้ตนยอมรับและให้อยู่กับความเป็นจริง โดยลูกทั้งสองเรียนที่ ร.ร.พร้อมพันธ์ วิทยา ย่านประชาสงเคราะห์น้องเค้กเรียนอนุบาล 2 ส่วนน้องเคน เรียนอนุบาล 1 ลูกเค้กโตขึ้นอยากเป็นนักร้อง ส่วนน้องเคนอยากเป็นทหาร ซึ่งเหตุการณ์การสูญเสียนี้ตนไม่คิดเลยว่าจะมาเกิดกับครอบครัวของตน หลังเกิดเหตุตนมาเฝ้าดูลูกทันทีที่รพ.เมื่อรู้ว่า สูญเสียน้องเคนไปแล้วก็รู้สึกเสียใจอยู่แล้ว แต่เมื่อเมื่อต้องมาเสียลูกสาวน้องเค้กอีกคนก็เสียใจหนักมากขึ้นไปอีก ตนกระซิบข้างหูลูกขอให้หลับให้สบายถ้ามีบุญจริงให้เกิดมาเป็นพ่อลูกกันอีก นอกจากนี้ ยังขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายเลิกทำร้ายกันขอให้ลูกทั้งสองคนเป็นสองศพสุดท้าย 
 
                      นางนารีรัตน์ ชัยรัตน์ แม่ของน้องฟลุ๊ก และเป็นน้าของน้องเค้กและน้องเคน กล่าวด้วยความเสียใจว่า เสียใจมากที่เป็นต้นเหตุให้หลานทั้งสองเสียชีวิต และลูกตัวเองก็ยังมีอาการสาหัส ซึ่งน้องฟลุ๊กเป็นลูกคนที่สองของตนในจำนวนลูกสามคน และเรียนอยู่ประถมศึกษา ปีที่ 3 ร.ร.วัดเฉลิมพระเกียรติ ย่านบางใหญ่ เหตุการณ์ร้ายนี้ขอให้อยากเป็นแค่ความฝันร้ายไม่ใช้เรื่องจริง อยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นกับตนมากว่าทำไมต้องมาเกิดกับลูกหลานของตนด้วย ซึ่งวันเกิดเหตุตนกับน้องฟลุ๊กเดินทางมาจากบ้านที่ย่านบางใหญ่ แล้วมารับน้องเค้กกับน้องเคนที่บ้านย่านห้วยขวาง ไปกินข้าวที่ห้างบิ๊กซี ราชประสงค์ หลังรับประทานข้าวเสร็จก็ไปเดินเลือกซื้อนาฬิกาให้หลานทั้งสอง แต่ลูกตนไม่เอา จากนั้นก็พาทั้งลูกและหลานมานั่งที่รถตุ๊กตุ๊ก เพื่อเดินทางกลับบ้านไปส่งหลานที่ย่านห้วยขวาง ขณะที่ยืนอยู่ข้างรถตุ๊กตุ๊กได้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เมื่อเห็นว่า เด็กทั้งสามถูกระเบิดก็เรียกให้คนช่วยเหลือนำส่ง รพ.รามาธิบดี ตนถูกสะเก็ดระเบิดเล็กน้อยที่ขาทั้งสองบาดเจ็บไม่มาก หมอให้กลับบ้านได้ 
 
                      จากนั้น นายทยากรณ์ และนางนพวรรณ พ่อแม่น้องเค้กและน้องเคน พร้อมญาตินับสิบคน ได้ลงมาติดต่อขอรับศพลูกสาวลูกชายที่สาขาวิชานิติเวชศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า โดยนายทยากรณ์และนางนพวรรณได้กอดกันร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือดพร้อมพูดว่า “เอาลูกคืนมา” และยังเอารูปถ่ายของลูกทั้งสองคนมาดูต่างหน้า สร้างความหดหู่ใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก และทั้งสองกล่าวว่า ขณะนี้คงยังไม่คิดหาคนผิด เพราะยังเชื่อในกระบวนการยุติธรรม วันนี้ขอนำศพลูกทั้งสองไปบำเพ็ญกุศลที่วัดพรมวงศาราม หรือวัดหลวงพ่อเณร ซ.ประชาสงเคราะห์ 27 ก่อน โดยจะมีการรดน้ำศพที่ศาลา 8 เวลา 17.00 น. วันนี้ ซึ่งก่อนที่จะนำศพไปวัดคงจะนำศพลูกทั้งสองไปยังจุดเกิดเหตุก่อนเพื่อไปเชิญวิญญาณของลูกให้ไปสู่สุคติ