
กบข.ปัดคลังสั่งซื้อพันธบัตรจำนำข้าว
24 ก.พ. 2557
กบข.ปัดข่าวเตรียมซื้อพันธบัตรโครงการรับจำนำข้าว ยันคลังไม่มีแนวคิดและไม่ได้เรียกประชุมบอร์ดด่วน แจงไม่สามารถปล่อยกู้ได้เหมือนแบงก์ เหตุต้องลงทุนตามเกณฑ์ที่กำหนด
24 ก.พ.57 นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวในหนังสือพิมพ์ ระบุว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง เตรียมออกพันธบัตรกู้เงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ในวงเงิน 50,000 ล้านบาท เพื่อนำมาจ่ายหนี้ค่าข้าวให้กับชาวนา และกล่าวอ้างว่า มีการเรียกให้นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการ กบข.เข้าหารือเรื่องดังกล่าวและจัดประชุมคณะกรรมการ กบข.เป็นการด่วน เพื่อขออนุมัติเรื่องดังกล่าวนั้น ขอยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
นายสมบัติ กล่าวต่อว่า ตนเองได้สอบถามไปยังนายรังสรรค์ ในฐานะประธานกรรมการ กบข. ในเช้าวันนี้ ซึ่งก็ยังคงได้รับการยืนยันเช่นเดิมว่ากระทรวงการคลัง ไม่เคยมีแนวคิดที่จะให้ กบข.เข้ามาซื้อพันธบัตรเพื่อนำไปใช้จ่ายในโครงการรับจำนำข้าว นอกจากนี้ ยังปฏิเสธต่อไปอีกว่า กบข. ไม่มีการเรียกประชุมคณะกรรมการเป็นการเร่งด่วนเพื่อพิจารณาประเด็นนี้เป็นกรณีพิเศษ โดย กบข.จะมีการประชุมบอร์ด กบข.อีกครั้ง ในปลายเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นวาระการประชุมตามปกติ
“เมื่อเช้าของวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ผมได้สอบถามไปยังปลัดกระทรวงการคลังถึงกระแสข่าวลือดังกล่าว ก็ได้รับยืนยันว่า กระทรวงการคลังไม่เคยมีแนวคิดตามที่เป็นข่าว รวมทั้งข่าวลือที่ว่า กบข.จะปล่อยกู้ให้โครงการรับจำนำข้าวนั้น ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะ กบข.ไม่สามารถปล่อยกู้เหมือนธนาคารพาณิชย์ทั่วไป เงินของสมาชิกที่เข้ามาในแต่ละเดือนต้องนำไปลงทุนในสินทรัพย์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่ง กบข. ก็ได้นำไปลงทุนผูกพันระยะยาวเต็มพอร์ตตามที่ชี้แจงก่อนหน้านี้ ซึ่งในการลงทุนแต่ละครั้ง กบข. จะมีเกณฑ์การตัดสินใจลงทุนโดยพิจารณาความเสี่ยงทุกด้าน รวมทั้งด้านกฎหมายด้วย และเป้าหมายรวมของพอร์ตลงทุนนั้นต้องให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินเฟ้ออีกอย่างน้อย 2-3% กล่าวคือ อยากได้ผลตอบแทนรวมต่อปี 5-7% ขึ้นไปเพื่อความเพียงพอของเงินออมหลังเกษียณของสมาชิก” นายสมบัติ กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบัน กบข. มีการลงทุนผูกพันในสินทรัพย์ เพื่อสร้างผลตอบแทนต่อเนื่องในระยะยาวเต็มพอร์ตแล้ว และในแต่ละเดือน กบข.มีเงินของสมาชิกเข้าออกสุทธิประมาณ 1,000 ล้านบาท และได้จัดสรรการลงทุนเพื่อเป็นไปตามนโยบาย คือ ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงไม่น้อยกว่า 60% ที่เหลือเป็นการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ อาทิ หุ้น การลงทุนทางเลือก ประมาณ 40% อย่างไรก็ตามหากมีข่าวลืออีกสมาชิก กบข. สามารถสอบถามข้อมูลที่ 1179 กด 6 หรือ www.gpf.or.th



