
'ปชป.'เชื่อ'รบ.'เอี่ยวรุนแรงหวั่นแตกหัก
'ปชป.' เชื่อ คนในรบ.เอี่ยว หวั่นความรุนแรงเพิ่ม เข้าโหมดแตกหัก บี้ 'ปู' ไปรับทราบข้อกล่าวหาปมจำนำข้าว
24 ก.พ. 57 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุด กับความสูญเสียที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ ที่เป็นเหตุให้มีเยาวชนเสียชีวิตทั้งที่จังหวัดตราดและบริเวณราชประสงค์ เป็นสถานการณ์ความรุนแรงที่อำมหิต และผู้ที่สั่งการในครั้งนี้ไม่มีจิตใจเป็นมนุษย์ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับเด็กเพียงเพื่อให้เกิดความหวาดกลัวให้ผู้ชุมนุมลดน้อยลง ขอตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำดังกล่าว จะเกิดไม่ได้ถ้าไม่มีผู้มีอำนาจรู้เห็นเป็นใจ หรือคนมีอำนาจมีส่วนร่วม ทั้งนี้การกราดยิงที่จังหวัดตราดเป็นการกระทำที่อุกอาจแต่กลับไม่เห็นความพยายามในการสืบสวน เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นกองกำลังต่างชาติ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ติดชายแดนกัมพูชา แต่กลับไม่มีการสอบสวนให้เกิดความชัดเจนว่าเป็นฝีมือของใคร เช่นเดียวกับเหตุระเบิดที่ราชประสงค์กลางวันแสกๆ กลาง กทม.จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐจริงจังกับการตรวจสอบ
นายชวนนท์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต้องรับผิดชอบมากกว่าการออกมาแสดงความเสียใจผ่านเฟซบุ๊ก เพราะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความรุนแรงกับคนที่เห็นต่างจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ดังนั้นต้องไปจัดการกับกลุ่มผู้สนับสนุนตัวเอง ทั้งนี้พรรคเชื่อว่าความรุนแรงจะพัฒนาตนเองไปอีก เนื่องจากรัฐบาลไม่มีวิธีอื่นที่จะรับมือ จึงเดินเข้าสู่โหมดแตกหักเข่นฆ่าประชาชน เพราะ 1. การเลือกตั้งที่จะสร้างความชอบธรรมให้กลับมามีอำนาจมีแนวโน้มไม่เป็นไปตามคาดหวัง เพราะส่อว่าจะลากยาวหรืออาจเป็นโมฆะ สภาไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ภายในสามสิบวัน อีก 28 เขตเลือกตั้งไม่มีผู้สมัคร ทำให้การเลือกตั้งที่เคยคิดว่าจะฟอกผิดให้กลับสู่อำนาจดูเหมือนเป็นไปไม่ได้แล้ว บันไดขั้นที่ 1 จึงล้มลงอย่างไม่เป็นท่า
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 2. คดีที่อยู่ในการตรวจสอบขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าวกำลังเป็นปัจจัยที่เปิดเผยตัวตน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ปล่อยให้มีการทุจริต รัฐบาลจึงหมดทางไป และ 3. การที่ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองการชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ทำให้การประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ที่คิดว่าเป็นอาวุธชิ้นสุดท้ายในการปราบปรามประชาชนไม่สามารถทำได้ จึงเป็นเหตุให้ความรุนแรงยกระดับทันที เพราะไม้ตายของพรรคเพื่อไทยคือการใช้กองกำลังติดอาวุธเข่นฆ่าประชาชน
นายชวนนท์ กล่าวว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นสอดรับกับการให้สัมภาษณ์ของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่พูดว่าประชาชนครอบครองปืนนับล้านคน สอดรับการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่มีการแสดงความยินดีกับการตายของเด็ก และประกาศยกระดับการชุมนุม มีข้อเสนอไปยังรัฐบาลไม่ให้รับทราบข้อกล่าวหาขององค์กรอิสระ และให้สั่งการให้ตำรวจติดอาวุธ ถือเป็นการประกาศของกบฏประเทศไทย ซึ่งเป็นคำประกาศของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รักษาการรมช.พาณิชย์ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะปฏิบัติตามหรือไม่ ถ้าคิดที่จะทำก็ถือว่าหมดสภาพความเป็นนายกฯ เพราะไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ
"น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะใช้ชีวิตประชาชนอีกกี่ศพเพื่อนั่งทับบนอำนาจ และเห็นว่าแม้อยู่ในอำนาจแต่ก็บริหารประเทศไม่ได้ หากยังดำเนินการเช่นนี้ไม่มีแผ่นดินอยู่แน่นอน น.ส.ยิ่งลักษณ์จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะกำลังปล่อยให้ นปช.ใช้ความรุนแรง จึงขอให้เลิกแสดงละครว่าไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงได้แล้ว เนื่องจากความสูญเสียเกิดขึ้น จากความกระหายอำนาจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หากยังไม่ยอมทบทวนหาทางออกให้ประเทศไทย ไม่เคยมีใครใช้ความรุนแรงเอาชนะความถูกต้องของประชาชนได้"
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้อำนาจตาม พ.ร.บ.มั่นคงในราชอาณาจักร และ พ.ร.บ.ป้องกันสาธารณภัย ที่อยู่กับท้องถิ่นได้ถูกถ่ายโอนไปตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่กลับไม่ออกมาดูแลประชาชน เปิดโอกาสให้มีคนเข่นฆ่าประชาชน ขอให้คืนอำนาจให้ท้องถิ่นเพื่อให้ดูแลชีวิตประชาชนดีกว่า ไม่ใช่เอาอำนาจแล้วหายไปปล่อยให้คนตาย ประเทศไทยต้องการคนที่กล้ารับผิดชอบแก้ปัญหาให้ประเทศก่อนที่จะสูญเสียมากกว่านี้
กระตุก 'ผบ.ทบ.' หยิบอาวุธป้องปชช.
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'ส.ส.นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ' ตอนหนึ่งว่า " อำนาจ+อาวุธ ใช้ปกป้องใคร ? โดยเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา นายสุดชาย บุญไชย แกนนำกลุ่มเพื่อนทักษิณ ขึ้นเฟซบุ๊ก ขู่จับตัวลูกสาวฝาแฝดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เป็นตัวประกัน ต่อมา วันที่ 16 ม.ค.นายสุดชาย และภรรยา ถือดอกไม้ธูปเทียนไปขอขมา ผบ.ทบ.ที่กรมทหารราบที่ 11 ผมก็สมน้ำหน้านายสุดชาย ว่าคงโดนของแข็งเข้าให้แล้ว ผมไม่แปลกใจที่ ผบ.ทบ.ใช้อำนาจของปกป้องลูกสาวของท่านได้
เฟซบุ๊กดังกล่าว ระบุว่า แต่ 2 วันที่ผ่านมา มีลูกชาวบ้านถูกฆ่าตายกลางถนน 3 คน 2 คนสุดท้ายเสียชีวิตทั้งพี่และน้อง คนไทยเศร้าโศก เสียใจ ร่ำไห้ น้ำตาแทบจะเป็นสายเลือด ผู้คนหมดที่พึ่งแล้ว ท่าน ผบ.ทบ.ครับ อำนาจและปืนที่ท่านมีอยู่ในมือ ท่านคิดจะใช้เพียงปกป้องเพียงลูกสาวฝาแฝดของท่านเท่านั้นหรือครับ ท่านไม่คิดจะปกป้องลูกหลานชาวบ้านตาดำๆ บ้างเลยหรือครับ ผมน้อยใจท่านจริงๆ ท่าน ผบ.ทบ.ครับ สังคมที่ทำร้ายเด็ก ข่มเหงสตรี ดูหมิ่นนักบวช เป็นสังคมที่ต่ำช้า เลวทราม วันนี้ เราเดินมาถึงจุดนั้นแล้ว รีบแก้ไขปัญหาเถอะครับ สังคมวันนี้มันมิใช่ประชาธิปไตยอีกต่อไปแล้ว หยิบอาวุธ หยิบปืน ที่ซื้อจากภาษีของประชาชนมาปกป้องประชาชนเถอะครับ "
เรียกร้อง 'ผบช.ก.' สแกนเฟซบุ๊ก 'ฮาร์ดคอร์แดง' แฝงตัว 'กปปส.' ชี้ทางก่อเหตุ
นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ไร้ประสิทธิภาพในการดูแลชีวิตประชาชน จึงขอฝากความหวังไปที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ให้ลุกขึ้นมาใช้อำนาจกองปราบ หรือกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ราชประสงค์ จงใจที่จะก่อความรุนแรงกับเด็ก
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้ไปตรวจสอบเฟซบุ๊กของฮาร์ดคอร์เสื้อแดง ที่แสดงความสะใจต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นในทุกเพจ เพราะตำรวจไม่เคยนำเรื่องเหล่านี้ไปสอบสวนเลย ทั้งๆ ที่มีการแสดงออกว่าปลอมตัวเป็น กปปส.เข้าไปสังเกตการณ์ที่เวทีราชประสงค์ จึงขอให้หาตัวมาสอบปากคำเพื่อหาความจริงให้ได้ เพราะมีการระบุชัดเจนว่าแฝงตัวเข้าไปเพื่อดูช่องทาง สำหรับการยิงระเบิดที่เวทีราชประสงค์ เช่นเดียวกับกรณี ลุงยิ้ม ตาสว่าง ที่เกี่ยวข้องกับหลายเหตุการณ์และระบุว่า มีกองกำลังของตัวเอง รวมทั้งเข้าไปแฝงตัวในพื้นที่การชุมนุมด้วย ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่าการยิงระเบิดทำให้เด็กเสียชีวิตเป็นความจงใจให้เกิดเหตุดังกล่าวเพื่อสร้างวิกฤต ถ้าไม่มีจิตใจเดรัจฉานจริงๆ ทำไม่ได้ เพราะจงใจให้เกิดมิคสัญญี สงครามกลางเมืองในประเทศไทย
"มีข้อมูลว่าความรุนแรงจะมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีข่าวถึงขนาดจะมีการใช้คาร์บอมบ์ด้วย จึงขอให้ผู้บัญชาการสอบสวนกลางลุกขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ เพราะมีอำนาจที่จะตรวจสอบการกระทำผิดในโซเชียลมีเดีย เพื่อปรามไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีก เนื่องจากตำรวจมีหน้าที่รักษากฎหมาย และดูแลความปลอดภัยของประชาชน และเห็นว่าการเคลื่อนไหวของ นปช.ในการชุมนุมแต่ละครั้งนั้น มีพฤติกรรมแบ่งแยกประเทศเพื่อปกครอง มีการปลุกระดมประชาชนให้ใช้อาวุธโดยผู้บริหารของประเทศ คือ นายจารุพงศ์"
นางสาวมัลลิกา กล่าวว่า ขอเรียกร้องฝ่ายความมั่นคงให้พิจารณาว่า นายจารุพงศ์ เป็นกบฏที่ปลุกระดมที่ให้คนไทยฆ่ากันหรือไม่ เพราะใช้อำนาจรักษาการรมว.มหาดไทยในการสร้างความรุนแรงแทนที่จะดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินให้กับประชาชน หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ถือว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่สมควรเป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีอีกต่อไปเพราะมีขบวนการกองโจรเกิดขึ้นเพื่อรักษาอำนาจให้รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องเลือกหยุดปัญหาโดยไม่ให้เกิดความรุนแรงมากไปกว่านี้
บี้ 'ปู' ไปรับทราบข้อกล่าวหาปมจำนำข้าว
นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบหมายให้นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รักษาการเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่าให้กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์เร่งหาเงินจ่ายชาวนาให้ได้ภายในสัปดาห์หน้า และจะต้องชัดเจนว่าจะได้รับเงินวันไหน หลังจากชาวนาเสียชีวิตเป็น 10 คน
"ไม่ทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพิ่งตื่นหรืออย่างไร เพราะสัปดาห์หน้าจะต้องไปรับทราบข้อกล่าวหากับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงต้องการให้เป็นคำแก้ตัวให้กับตัวเองใช่หรือไม่ ดังนั้นชาวนาต้องจำคำพูดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าจะได้เงินจริงหรือไม่ และให้จำหน้าไว้อย่าปล่อยให้ลอยตัวหากไม่ได้เงิน เจอหน้าให้ตามทวง อีกทั้งอย่ายอมจำนนกับรัฐบาลลวงโลก ที่หลอกชาวนาทุกวัน พร้อมกันนี้ฝากถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่ากลัว ป.ป.ช.ถ้าไม่โกง ไม่ผิด ไม่รู้เห็นเป็นใจในการโกงและถ้าไม่โง่ที่จะไปชี้แจง ก็อย่ากลัว ขอให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงหากคิดว่าบริสุทธิ์จริง"
เปรียบ 'ยิ่งลักษณ์' ใช้ยุทธศาสตร์เหมือน 'ทักษิณ'
นายจุฤทธิ์ แถลงเปรียบเทียบเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ว่า เป็นยุทธศาสตร์เหมือนกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยใช้กับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตอนนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ เรียกว่าเป็น โจรประจอก แต่ตอนนี้เป็นขบวนการโจรหน้าตัวเมีย ทำบันได 4 ขั้น คือ 1. ใช้กำลัง 2 . สร้างความหวาดระแวงให้คนไม่กล้าขัดขวางการรักษาอำนาจและมาชุมนุม 3. จะมีการแยกเงินนอกระบบมาจ้างโจรก่อการร้ายให้ 77 จังหวัดทั่วประเทศเหมือน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4. จะมีการปูนบำเหน็จให้คนที่ก่อการ ได้เป็นอำมาตย์ เป็นความพยายามรักษาอำนาจด้วยการกระทำนอกกฎหมาย ซึ่งตนเชื่อว่าจะไม่มีทางประสบความสำเร็จ ถ้าใช้ยุทธศาสตร์นี้กับไทยทั้งประเทศ ต่อไปพรรคเพื่อไทยจะไม่มีที่ยืนในประเทศไทย เพราะไม่มีใครสนับสนุนความรุนแรง



