
'กปปส.'เคลื่อนพลดาวกระจายแล้ว!
24 ก.พ. 2557
'กปปส.สระบุรี'เป่านกหวีดไล่'ยิ่งลักษณ์'ที่หน้าศูนย์โอท็อป ด้าน'ผอ.ฝ่ายข่าววอยซ์ทีวี'ขอขมา'พุทธะอิสระ'ม็อบพอใจสลายตัวกลับแจ้งวัฒนะ
24 ก.พ.57 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการชุมนุม กปปส.เวทีปทุมวัน เมื่อเวลา 09.00 น. ได้มีการตั้งขบวนประชาชน พร้อมรถหกล้อมบรรทุกเครื่องเสียง จำนวน 2 คัน เพื่อเดินทางไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และตึกชินวัตร 3 อาคารสำนักงานบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ ไม่มีแกนนำของเวทีกปปส.นำขบวนแต่อย่างใด ทั้งนี้ การเคลื่อนขบวนดังกล่าวเป็นไปตามการนัดหมายที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศไว้ เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า จะไปปิดล้อมสถานที่ราชการและธุรกิจในเครือตระกูลชินวัตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยได้เป็นไปอย่างเข้มงวด นอกจากจะมีการตรวจกระเป๋าของผู้ที่ผ่านเข้า-ออกพื้นที่การชุมนุมแล้ว ยังได้มีการตรวจค้นรถจักรยานยนต์ด้วย ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.15 น. ได้มีเหตุวุ่นวายเล็กน้อยที่บริเวณหน้าโรงแรมไอบิส เมื่อผู้ชุมนุมได้รวบชายที่เข้ามาถ่ายรูปในพื้นที่โดยไม่มีทราบสาเหตุ ทั้งนี้ได้สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ชายคนที่ถูกรวบตัวเป็นพนักงานโรงแรมในพื้นที่ได้เข้ามาถ่ายภาพผู้ชุมนุม เมื่อถูกรวบตัวและซักถาม เพื่อให้ยืนยันตัวได้ปล่อยตัวไป โดยไม่มีการทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด
"พุทธะอิสระ"นำมวลชนล้อมวอยซ์ทีวี กดดันธุรกิจตระกูลชินวัตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.30 น. หลวงปู่พุทธะอิสระ นำมวลชนที่แจ้งวัฒนะขึ้นรถบัส จำนวน 5 คัน และรถกระบะอีกหลายคัน มุ่งหน้าเดินสายกดดันธุรกิจตระกูลชินวัตร การเดินทางไม่มีการบอกเป้าหมายล่วงหน้า โดยใช้เส้นทางถนนวิภาวดี จากนั้น เวลาประมาณ 09.20 น. ขบวนรถของมวลชนได้มาหยุดที่บริเวณด้านหน้าสถานีโทรทัศน์ วอยซ์ ทีวี ซึ่งทันทีที่ถึงหน้าสถานีโทรทัศน์ วอยซ์ ทีวี หลวงปู่ฯ ได้ปราศรัยผ่านรถกระจายเสียงว่า จะมีชาวนาที่ปักหลักอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์นำกำลังชาวนาขึ้นรถบัสมาสมทบอีกประมาณ 10 คัน และจะปักหลักค้างคืนอยู่ที่นี่ เนื่องจากชาวนาหลายคนไม่พอใจที่สถานีโทรทัศน์ วอยซ์ ทีวี กล่าวหาชาวนาที่เข้าร่วมชุมนุมว่า เป็นชาวนาตัวปลอม วันนี้จึงต้องการมาแสดงตัวให้เห็นว่าทุกคนเป็นชาวนาตัวจริง
ทั้งนี้ บริเวณด้านหน้าสถานีโทรทัศน์มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยรักษาความปลอดภัยอยู่กว่า 20 นาย นำโดยพ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น. 2 ทำให้มวลชนแสดงความไม่พอใจส่งเสียงโห่ไล่ นอกจากนี้ ยังถูกหลวงปู่ฯปราศรัยตำหนิว่า ตำรวจกินภาษีของประชาชนแต่ไม่ดูแลประชาชน อุดมการณ์ตำรวจหายไปไหน เหตุใดจึงมารับใช้ทรราชย์ หรือว่าจะให้ตั้งที่นี่เป็น สน.วอยซ์ ทีวี แล้วให้ชาวนาแจ้งความร้องทุกข์เรื่องถูกโกงค่าข้าวแทน ทั้งนี้ หากอยากให้ชาวนากลับก็ต้องให้ชาวนาได้ออกรายการสดชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาที่วอยซ์ ทีวี เคยออกข่าวโจมตีว่าเป็นชาวนาปลอม
ล่าสุด นายระวี รุ่งเรือง แกนนำชาวนา ได้เดินทางมาถึงที่วอยซ์ ทีวี แจ้งว่าจะมีกำลังชาวนามาสมทบและเป็นไปได้ที่จะนอนค้างในคืนนี้
"กปปส.สีลม" ดาวกระจายปิดล้อมธุรกิจชิน ด้าน กทม.นำรถน้ำ ฉีดทำความสะอาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.45 น. นายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำกปปส. ยืนยันว่า จะเฝ้าธุรกิจกลุ่มชินฯ จนกว่าหุ้นปิดตลาด โดยแกนนำแต่ละคน จะนำมวลชนแบ่งสายกันไปปิดล้อมสถานที่ต่างๆ ซึ่งเบื้องต้นแกนนำคนอื่นยังไม่แจ้งจุดหมายปลายทาง แต่ในส่วนของตนคาดว่ากำลังมุ่งหน้าไปเส้นกรมศุลกากร ส่วนบรรยากาศการชุมนุม มวลชนส่วนใหญ่ได้ติดตามแกนนำไปปิดล้อมยังจุดต่างๆและมวลชนที่อยู่ปักหลักอยู่ก็พักตามอัธยาศัย ทั้งนี้กทม.ได้นำรถน้ำ เข้ามาฉีดทำความสะอาด บริเวณรอบพื้นที่การชุมนุมเพื่อความสะอาด
สำหรับบรรยากาศบนเวที ได้มีการนำเทปการปราศรัยขอนายสุเทพ เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา มาเปิดสลับกับผู้ปราศรัยบนเวที
เมื่อเวลา 10.35 น.ขบวนกปปส.นำโดย นายชุมพล จุลใส แกนนำกปปส.นำขบวนม็อบเคลื่อนถึงที่หมายแรก กระทรวงพลังงาน จอดรถปราศรัยประตู 2
"กปปส.สระบุรี"เป่านกหวีดไล่ยิ่งลักษณ์ที่หน้าศูนย์โอท็อป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางไปปฏิบัติภารกิจด่วนที่จังหวัดสระบุรีนั้น ซึ่งนายกฯได้เยี่ยมชมสินค้าโอท็อป ( otop)
บรรยากาศ มีกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. 2 คน เดินทางมาด้วยรถกระบะ ติดเครื่องขยายเสียง ป้ายทะเบียน ตย 187 กรุงเทพมหานคร มาจอดบริเวณด้านหน้าศูนย์โอท็อปคอมเพล็กซ์ พร้อมกล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ตนต้องการพบนายกรัฐมนตรี เพื่อถามว่า มาที่นี่ทำไม เพราะวันนี้เป็นวันทำงานไม่ใช่วันหยุด สถานที่ทำงานอยู่ที่ กทม. ตอนนี้บ้านเมืองมีคนตายจำนวนมาก ทำไมนายกฯ จึงเดินทางมาที่นี่
ขณะเดียวกัน กลุ่มชุมนุม กปปส.จำนวน 8 คน เดินทางมาด้วยรถกระบะ ทะเบียน ฌป 2384 กทม.มาเป่านกหวีดขับไล่นายกฯ จึงทำให้นายบัญญัติ วงษ์ประยูร นายกเทศมนตรีตำบลพุแค เป็นตัวแทนเจรจาผู้ชุมนุมให้ออกไปก่อน แต่ผู้ชุมนุมไม่ยอมกลับ และยังคงพูดผ่านเครื่องขยายเสียงบนรถเช่นเดิม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานรถยก เพื่อเตรียมพร้อมหากเกิดกรณีฉุกเฉิน
โดยพ.ต.อ.ภูบาล ทับจันทร์ รองผูับังคับการสภ.สระบุรี กล่าวว่า ได้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สระบุรี ดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบสถานที่จำนวน 1 กองร้อยและมีเจ้าหน้าที่อพปร.ตั้งแนวป้องกันด้านหน้าทางเข้าศูนย์โอท็อปฯ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเน้นการเจรจากับผู้ชุมนุมเนื่องจากเป็นผู้ที่รู้จักกันดี
"ผอ.ฝ่ายข่าววอยซ์ทีวี" ขอขมา "พุทธะอิสระ" ม็อบพอใจสลายตัวกลับแจ้งวัฒนะ
เมื่อเวลา 14.15 น. นายประทีป คงสิทธิ์ ผอ.ฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ วอยซ์ ทีวี เป็นตัวแทนเข้ามาขอขมากับหลวงปู่พุทธะอิสระ ซึ่งหลวงปู่ฯ ระบุว่า ควรนำดอกไม้ธูปเทียนมาขอขมาด้วย ส่วนข้อเรียกร้องที่ระบุว่า วอยซ์ ทีวี กล่าวหาชาวนาที่มาชุมนุมกับกปปส.เป็นชาวนาตัวปลอมต้องมีการถ่ายทอดสดเพื่อแก้ข้อกล่าวหานั้น นายประทีป ต่อรองขอให้เป็นการอัดเทปไปออกอากาศภายหลัง โดยหลวงปู่ฯได้ปฏิเสธอัดเป็นเทปรายการ เพราะตอนที่กล่าวหาเป็นการออกรายการสด นายประทีปจึงได้ขอเวลาไปหารือกับทีมงาน โดยระหว่างนี้หลวงปู่ฯได้ปราศรัยว่า จะให้เวลาไม่เกิน 15.00 น. หากไม่ได้รับคำตอบและไม่ทำตามข้อเรียกร้องก็จะนำมวลชนค้างคืน
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เมื่อเวลา 15.00 น. นายประทีปพร้อมทีมงานถ่ายทอดสดได้ออกมาพบหลวงปู่ฯ โดยนายประทีปได้ถือพานดอกไม้มาขอขมาตามที่ได้รับคำแนะนำไป ซึ่งหลวงปู่ฯได้เทศนาตักเตือนการทำหน้าที่สื่อต้องตรงไปตรงมา ไม่เสนอเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์กับผู้บริหารเท่านั้น ขณะที่ ตัวแทนชาวนาได้มีการชี้แจงว่า พวกตนเป็นชาวนาจริงโดยมีการแสดงหลักฐานที่มีการนำข้าวไปขายให้กับรัฐ ซึ่งมีการค้างจ่ายมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2556 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ หลังขอขมาหลวงปู่ฯ ได้ให้อภัยและรับการขอขมา ถือเป็นการสิ้นสุดข้อเรียกร้อง เพราะตลอดการเจรจาเพื่อขอขมาและการแสดงเอกสารว่าเป็นชาวนาตัวจริงนั้น วอยซ์ทีวีได้ถ่ายทอดสดตามที่หลวงปู่ฯร้องขอ ซึ่งหลวงปู่ฯได้นำมวลชนกลับเวทีแจ้งวัฒนะทันทีที่บรรลุเจตนารมณ์การเดินทางมาวันนี้
"4องค์กรวิชาชีพสื่อ"ออกแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบและการคุกคามสื่อ
แถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ
เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างการชุมนุมของกปปส.นับเป็นสัญญาณความรุนแรงที่มีโอกาสบานปลายมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกรณีกลุ่มคนร้ายใช้รถกระบะขับโฉบเข้าโยนระเบิดและกราดปืนเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายกปปส.ที่อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บร่วม 50 ราย รวมทั้งเด็ก สตรี และคนชรา กรณีคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าที่ชุมนุมที่บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ราชประสงค์ กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้เด็กสองคนพี่น้องต้องเสียชีวิต และชาวบ้านบาดเจ็บอีก 21 คน รวมทั้งความรุนแรงที่เกิดขึ้นบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ จนทำเกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนผู้ร่วมชุมนุม เป็นการกระทำอันมีลักษณะเป็นการวางแผนและปฏิบัติการอย่างมีเป้าหมายและหวังผล ให้ผู้ชุมนุมมีการบาดเจ็บล้มตายแบบไม่เลือกหน้าเห็นได้ชัดว่าเป็นการจงใจสร้างสถานการณ์อย่างไร้มนุษยธรรมและป่าเถื่อนโหดร้ายอย่างยิ่ง
องค์กรวิชาชีพสื่อ 4 องค์กร ประกอบด้วย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย มีความเห็นต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ดังนี้
1.เราขอประณามการกระทำเช่นนี้ เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่มีเจตนาทำร้ายชีวิตประชาชนอย่างชัดเจน รวมทั้งขอคัดค้านการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใดก็ตาม
2.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการที่ต้องรับผิดชอบดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศ เร่งทำการสืบสวนสอบสวนนำตัวผู้กระทำความผิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาลงโทษโดยไม่ละเว้นการบังคับกฎหมายต่อฝ่ายใด องค์กรวิชาชีพสื่อ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าที่รัฐ ที่รักความเป็นธรรมต่างไม่อาจยอมรับได้กับเหตุการณ์เหล่านี้ ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ผู้ถืออำนาจรัฐและรับผิดชอบรักษาความสงบต้องเร่งสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อนำคนก่อเหตุเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเร็วที่สุด เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นอีก
3.เรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.และแนวร่วมที่ต่อต้านรัฐบาล รวมทั้งกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาลต้องใชัสิทธิการชุมนุม การแสดงออกทางการเมืองที่สงบและปราศจากอาวุธภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดและระงับการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ แกนนำของผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายและเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงต้องรับประกันความปลอดภัยของประชาชนที่ได้ใช้สิทธิการชุมนุมอย่างสงบอย่างแท้จริง รวมไปถึงการไม่ปิดกั้นคุกคามการทำงานของนักข่าวในภาคสนาม และการปิดล้อมกดดันใดๆ ต่อสถานีวิทยุและโทรทัศน์รวมไปถึงสำนักข่าวต่างๆ
4.สื่อมวลชนทุกแขนงควรตระหนักถึงการเสนอข่าวในสถานการณ์ความขัดแย้ง ที่ต้องเสนอข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้สาธารณชนสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนำมาเป็นข้ออ้างในการยั่วยุ เพื่อให้เกิดความรุนแรง
สุดท้ายนี้ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอเป็นกำลังใจให้สื่อมวลชนทุกแขนงทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ซื่อสัตย์ในวิชาชีพ ยึดถือประโยชน์ของสาธารณะและประเทศชาติเป็นหลัก
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
24 กุมภาพันธ์ 2557
'ม็อบกปปส.'ปฏิบัติการ'ดาวกระจาย'
...........................................
(ขอบคุณภาพ : @teeratr, @nikhon, @Rattiya_bluesky)



