
เชื่อ'รบ.-ศรส.'ยื่นอุทธรณ์หลังพรก.ฉุกเฉินเป็นหมัน
23 ก.พ. 2557
"ปชป." เชื่อ "รัฐบาล-ศรส." ยื่นอุธรณ์คำพิพากษาศาลแพ่ง หลังพ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นหมัน ประณามเหตุกราดยิงกปปส.จ.ตราด สุดอำมหิต จี้"นายกฯ"บี้ตร.หาคนผิดมาลงโทษ
วันที่ 23 ก.พ.57 เมื่อเวลา 10.20 น. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เตรียมยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลแพ่ง เกี่ยวกับการบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในวันที่ 24 ก.พ.นี้ โดยอ้างว่า การประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในครั้งนี้ เป็นการประกาศในลักษณะเดียวกันกับปี 2553 และอ้างว่าการชุมนุมประชาชนมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2553 และปี 2556-2557 มีความแตกต่างกันอย่างมาก เนื่องจากรัฐบาลในสมัยนั้น ที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ศาลมีคำพิพากษาอย่างชัดเจน ว่าการชุมนุมของกลุ่มนปช. เป็นการชุมนุมไม่สงบ ติดอาวุธ มีความรุนแรง แต่ในทางกลับกัน การชุมนุมในขณะนี้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า เป็นการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ สงบ ปราศจากอาวุธ ทั้งนี้ ก็เป็นสิทธิของศรส. ที่จะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลแพ่ง แต่เกรงว่าคำอุทธรณ์จะเป็นหมัน เพราะข้อเท็จจริงชัดเจนว่า กลุ่มกปปส. เป็นผู้ถูกกระทำความรุนแรงมากกว่า และการชุมนุมไม่มีลักษณะในการก่อการร้าย ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ตามมาตรา 11 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็มีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลแพ่ง รัฐบาลไม่ควรไขสือ ดื้อแพ่ง แกล้งโง่ เพราะการกระทำของรัฐบาล เสมือนเป็นการดิสเครดิตศาลแพ่ง ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด มองศาลในทางลบ
“ การที่รัฐบาล และศรส. อ้างว่า ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยได้นั้น เชื่อว่ารัฐบาลกำลังบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะถึงแม้รัฐบาลจะไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ก็ตาม แต่รัฐบาลก็สามารถดูแลความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายอื่นๆ ได้ เช่น การที่รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา จับกุมแกนนำในข้อหากบฎ รัฐบาลก็ยังสามารถทำได้” นายองอาจ กล่าว
"ปชป."ประณามเหตุกราดยิงกปปส.จ.ตราด สุดอำมหิต
นายองอาจ แถลงถึงกรณีเหตุการณ์ยิงกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ที่อ.เขาสมิง จ.ตราด เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอประนามเหตุการร์ความรุนแรงครั้งนี้ ที่เป็นการกระทำที่อุกอาจ อำมหิต ทั้งที่การชุมนุมของประชาชนเป็นการชุมนุมที่สงบภายใต้รัฐธรรมนูญ ปราศจากอาวุธ ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการเจตนาจงใจให้เกิดความรุนแรงในบ้านเมือง และขอตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากที่ศาลแพ่ง มีคำสั่งเกี่ยวการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 19 ก.พ. เป็นต้นมา สถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้นรายวัน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นกับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ขณะนี้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องปกติ โดยรัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ทำตัวเป็นมนุษญ์ล่องหน ควรออกมาปรากฎตัวต่อสาธารณะ เพื่อแสดงความรับผิดชอบ และสั่งการดำเนินการอย่างจริงจังไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก เพื่อหาคนผิดมาลงโทษ หากไม่รับผิดชอบ ประชาชนอาจคิดได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้มีอนาจรัฐในบ้านเมืองมีความประสงค์ให้เกิดขึ้นเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่
ด้านน.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นเวลาเกือบ 5 วัน ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หายตัวไป ซึ่งเป็นปริศนาของประชาชน ตนจึงขอตั้งข้อสังเกตว่า ทุกครั้งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ หายตัวไป มักจะมีเหตุการณ์ความรุนแรงที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตตลอดมา อีกทั้ง ยังต้องข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะนี้นั้น เกิดจากกองโจรที่เป็นขาอีกข้างหนึ่งของรัฐบาล เนื่องจากภายหลังที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทำหนังสือไปยังศรส. ว่าจะไม่ขอปฏิบัติตามคำสั่งของศรส.อีกต่อไป จึงทำให้ต้องใช้กองโจรในการสร้างเหตุรุนแรง เพื่อยังคงรักษาพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อไป ดังนั้น ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี หยุดพฤติกรรมของทีมที่ปรึกษาสายเหยี่ยว หยุดฟังคำแนะนำของนายทหารแก่ๆ ตำรวจแก่ๆ ที่เสนอแนะให้ออกมาปราบปรามกับประชาชน ให้ลุกขึ้นมาบัญชาการด้วยตนเอง ตัดสินใจด้วยตัวเองอย่างเป็นรูปธรรม และอยากถามไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าถ้าเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในจ.ตราด คนที่เสียชีวิตเป็นบุตรชาย นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะรู้สึกอย่างไร



