ข่าว

'จุรินทร์'ประเมิน5ปม'ปู'กอดเก้าอี้

'จุรินทร์'ประเมิน5ปม'ปู'กอดเก้าอี้

22 ก.พ. 2557

'จุรินทร์' ประเมิน 5 ปม เหตุ 'ยิ่งลักษณ์' กอดเก้าอี้ไม่ยอมไขก๊อก หวังต่ออำนาจให้นานที่สุด

 

                          22 ก.พ.57 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวระหว่างการบรรยายเรื่อง "วิกฤติสังคมไทย" ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาธิปัตย์สาขาพิมาย ตอนหนึ่งว่า เหตุที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่ยอมลาออก เพราะยังต้องการยื้อเพื่อต่ออำนาจออกไปให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยเหตุผลอย่างน้อย 5 ข้อคือ

                          1.ต้องการใช้อำนาจรัฐปกปิดความล้มเหลวและการทุจริตในรัฐบาลไว้ให้ได้นานที่สุด เพราะกลัวว่าหากพ้นจากความเป็นรัฐบาล แผลที่ใช้อำนาจรัฐปกปิดไว้จะถูกขุดคุ้ย นำมาแฉและถูกเล่นงานจนรับมือไม่ไหว 2.คดีที่ค้างคาและคดีใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ หากไม่มีอำนาจรัฐในมือก็กลัวว่าจะเพลี่ยงพลํ้า ทั้งในขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมและในวุฒิสภา ทำให้ถูกถอดถอนและมีความผิดในทางอาญาในที่สุดได้

                          รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 3.หากไม่มีอำนาจรัฐในมือ การเคลื่อนไหว เดินทาง ในต่างประเทศของคนในครอบครัวเพื่อทำธุรกิจและการเมืองก็จะไม่มีความสะดวก คล่องตัว และได้รับอภิสิทธิ์เหมือนตอนมีอำนาจรัฐ 4.คนในครอบครัวยังไม่ได้รับการนิรโทษ ล้างผิด ทั้งคดีที่ศาลพิพากษาแล้วและคดีที่อยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งยังไม่ได้คืนทรัพย์ คืนสิทธิ์ตามเป้า หากไม่มีอำนาจรัฐในมือ ความหวังก็จะยิ่งเลือนลาง และ 5.เพื่อสืบทอด รักษาระบอบทักษิณไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

'ทีมกม.ปชป.' ซัด 'ยิ่งลักษณ์' เปิดหน้าชก 'ป.ป.ช.'

 

                         นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี โพสต์ในเฟซบุ๊กกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียกไปรับทราบข้อกว่าวหาในโครงการรับจำนำข้าวว่า การกระทำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นพฤติกรรมที่ต้องการเป็นปฏิปักษ์กับป.ป.ช.อย่างชัดแจ้ง โดยมุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของป.ป.ช.ที่มีการกล่าวหาว่าเร่งรีบทำคดีนี้เกินไป ทั้งที่ข้อเท็จจริงได้มีการยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ ในโครงการรับจำนำข้าวมาตั้งแต่ ปี 55 รวมเป็นเวลา 1 ปี 4 เดือนเศษ และที่สำคัญการใช้เล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมาย เพื่อยื้อคดีนี้ โดยอ้างการขอตรวจเอกสาร ไม่เช่นนั้นจะไม่เข้าใจข้อหาแล้วชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไม่ได้

                         รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทั้งที่รู้ว่าเอกสารบางอย่างป.ป.ช.ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งคาดว่า เมื่อ ป.ป.ช.ไม่ให้ตรวจดูเอกสาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็จะยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ตามพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร และถ้าคณะกรรมการชุดดังกล่าวเห็นด้วยกับป.ป.ช.จะยกอุทธรณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็จะใช้ช่องทางไปฟ้องศาลปกครอง กระบวนการต่างๆเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นแผนการที่มีนักกฎหมายวางแผน ยืดเวลาในกระบวนการตรวจสอบให้นานที่สุด และทำลายความน่าเชื่อถือของป.ป.ช.ควบคู่กันไป

                         “ผมขอแนะนำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ควรสู้คดีความตามข้อเท็จจริง ก็จะสามารถชนะคดีความได้ โดยต้องตระหนักว่าการชนะคดี ไม่ใช่ชนะได้เพราะการวิ่งเต้น แต่การเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างสง่างามจะเป็นแบบอย่างที่ดี อย่าให้ต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยว่า มีอดีตนายกรัฐมนตรีที่ขี้ขลาด หลบเหลี่ยงกระบวนการตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นถ้ามั่นใจว่าบริสุทธิ์ก็อย่าได้หวั่นไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้น” นายราเมศ กล่าว