ข่าว

'ปชป.'เหน็บ'ศรส.'ใช้'เสื้อแดง'เป็นอาวุธลับ

'ปชป.'เหน็บ'ศรส.'ใช้'เสื้อแดง'เป็นอาวุธลับ

22 ก.พ. 2557

'ปชป.' เหน็บ 'ศรส.' เข้าตาจน หมดมุขจัดการกปปส. ใช้ 'คนเสื้อแดง' เป็นอาวุธลับให้ 'ยิ่งลักษณ์' เย้ย 'โต้ง' ออกพันธบัตรแค่มุขใหม่ให้ชาวนามีหวัง

 

                          22 ก.พ.57 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เตรียมจะยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฉบับใหม่ เพื่อให้ข้อห้าม 9 ข้อที่ศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองหมดไป ว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังเข้าตาจน หมดมุขที่จะจัดการกับประชาชน จึงเกรงว่ารัฐบาลจะใช้มุขสุดท้ายคือใช้กลุ่มคนเสื้อแดงให้กลับเข้ามาชุมนุมปะทะหรือชนโดยตรงกับกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จึงเป็นสาเหตุที่คนเสื้อแดง ประกาศรวมพลอีกครั้งเพื่อเป็นอาวุธลับให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

                          โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องก็เกิดขึ้นเมื่อคืน(21 ก.พ.) ที่แยกประตูน้ำที่มีการปาระเบิดใส่ กปปส. ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายว่าต่อไปนี้กองกำลังไม่ทราบฝ่ายโดยการสนับสนุนของรัฐบาลจะเดินหน้าจัดการกับประชาชนอย่างเต็มที่ ถือเป็นสิ่งที่อันรายอย่างยิ่งเพราะรัฐบาลจงใจสร้างสถานการณ์ใช้ความรุนแรง หวังขู่ให้ผู้ชุมนุมยุติหรือลดน้อยลงไป เพื่อกลับมาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใหม่ได้ ทั้งที่ทุกอย่างเป็นพฤติกรรมของรัฐบาล และเป็นผลกรรมที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้สร้างไว้

                          “ขณะนี้นายกฯเล่นซ่อนหากับประชาชนเป็นวันที่ 4 แล้ว ไม่มีประเทศใดในโลกที่ไม่รู้ว่าผู้บริหารสูงสุดของตนใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนี้หรือไม่ ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังประพฤติตัวในการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ และซ่อนตัวอย่างนี้ ไม่เห็นเหตุผลว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะต้องนั่งทับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการต่อไปทำไม ขอวิงวอนว่าอย่านั่งขวางความเจริญ และอย่าสร้างตนเองเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งให้กับประเทศอีกต่อไป” นายชวนนท์ กล่าว

 

'องอาจ' บี้ 'รบ.' เสนอประกาศเลิกพรก.ฉุกเฉินด้วยตัวเอง

 

                          ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่ศรส.พยายามจะแก้เกมศาลแพ่ง โดยจะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเดิม แล้วประกาศใหม่ เพื่อให้ข้อห้าม 9 ข้อหมดไปนั้น ตนคิดว่าไม่น่าจะเป็นผล เชื่อว่า กปปส ก็จะไปฟ้องศาลแพ่งให้ยกเลิกใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก และหากการชุมนุม เหมือนเดิม เป็นไปด้วยความสงบ ปราศจากอาวุธ ศาลแพ่งก็จะมีคำสั่งเหมือนเดิม ดังนั้นรัฐบาลไม่ควรจะตะแบง เอาสีข้างเข้าถู ที่จะใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เล่นงานประชาชนอีกต่อไป และรัฐบาลควรยกเลิกการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วยตัวเอง เพราะขณะนี้แม้มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อยู่รัฐบาลก็ไม่สามารถปฏิบัติตามได้  เพราะพฤติกรรมของผู้ชุมนุมไม่ได้เป็นลักษณะก่อการร้ายต่อความมั่นคงของรัฐ และหากผู้ชุมนุมทำผิด รัฐบาลก็สามารถใช้กฎหมายอื่นได้อยู่แล้ว

 

'ปชป.' เย้ย 'กิตติรัตน์' ออกพันธบัตรแค่มุขใหม่ให้ชาวนามีหวัง

 

                          นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง  รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ออกพันธบัตร เพื่อหาเงินมาจ่ายชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวว่า เป็นเพียงการหามุขใหม่เพื่อให้เกษตรกรยังมีความหวัง ซึ่งนายกิตติรัตน์ทราบดีว่าจะขัดรัฐธรรมมาตรา 181(3)  เพราะจะผูกพันรัฐบาลชุดต่อไปในการรับภาระใช้คืนเงินต้นและดอกเบี้ย

                          โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมจะต้องรับผิดชอบ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ระบายข้าวไม่ได้ แต่เพราะมีการนำข้าวของเกษตรกรไปจำหน่าย จนเหลือข้าวคุณภาพต่ำจึงไม่สามารถขายเอาเงินมาใช้หนี้ให้ชาวนาได้ ส่วนที่รัฐบาลระบุว่าจะพยายามระบายข้าวให้ได้ประมาณสัปดาห์ละ 1,500-2,000 ล้านบาทนั้น ถ้าคิดแล้วการระบายข้าวในลักษณะนี้รัฐบาลจะใช้เวลาทั้งหมด 56 สัปดาห์ หรือ 14 เดือน จึงจะจ่ายเงินชาวนาได้หมด ถ้าชาวนาโชคดีจะได้รับเงินประมาณ เดือน เม.ย.58 แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติ จะไม่ได้รับเงินจากโครงการดังกล่าวแม้แต่บาทเดียว เพราะขณะนี้รัฐบาลไม่มีทั้งข้าวและเงิน แต่พยายามหนีปัญหาการโกงกิน การชักดาบเงินของชาวนา

 

'ปชป.' เฉ่ง 'พรรคร่วมรบ.' รุมกินโต๊ะ หวังดิสเครดิต 'กกต.'

 

                          นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลมีมติร่วมกันในการกดดันให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เดินหน้าจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อย และสามารถเปิดสภาผู้แทนราษฎรได้ ภายในวันที่ 4 มี.ค.ว่า ในทางปฏิบัติแล้วเป็นไปไม่ได้ ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและพรรคร่วมจะต้องตัดสินใจบนผลประโยชน์ของประเทศและทฤษฎีที่สามารถปฏิบัติได้ ซึ่งจะเป็นทางออกในการแก้ไขภาวะสูญญากาศได้อย่างแท้จริง

                          โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลเลิกกดดันกกต. ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ กกต. และสำหรับใน 28 เขตที่ยังไม่มีผู้สมัครนั้น ทำไมรัฐบาลถึงไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของกกต.  ที่ให้รัฐบาลเป็นผู้ประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ แต่รัฐบาลกลับพยายามยืนยันว่าจะไม่ประกาศพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ จึงเห็นว่าขณะนี้เรากำลังพายเรือในอ่าง สุดท้ายก็กลับมาที่เดิมว่าใครจะเป็นผู้กำหนดวันสมัครรับเลือกตั้งขึ้นมาใหม่ และหนังสือที่รัฐบาลส่งกลับไปยังกกต. ไม่ใช่มติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่เป็นหนังสือของกฤษฎีกา ว่าอำนาจในการประกาศเลือกตั้งใหม่เป็นของ กกต.ส่งผลให้กกต.ไม่สามารถส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้

                          “เชื่อว่ารัฐบาลจงใจทำอย่างนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการที่กกต.จะนำเรื่องนี้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ถ้ารัฐบาลมีความมั่นใจว่าอำนาจจัดการเลือกตั้งเป็นของกกต. ก็ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ (ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม) กล้าระบุออกมาว่าเป็นมติครม. ยืนยันความเห็นของกฤษฎีกา เพื่อกกต.จะได้นำความเห็นยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยโดยเร็ว ว่าอำนาจในการกำหนดวันสมัครรับเลือกตั้งใหม่ เป็นของรัฐบาลหรือของกกต. ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไรที่รัฐบาลโดยครม.จะไม่เร่งรัดรีบดำเนินการเพื่อให้ออกจากภาวะสูญญากาศทางการเมือง ขอให้รัฐบาลเลิกพูดบนผลประโยชน์ของตัวเอง เลิกยืนกระต่ายขาเดียว” นายชวนนท์ กล่าว

                          ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรื่องเดียวกันว่า ถ้าทำตามข้อเรียกร้องของพรรคร่วมรัฐบาล ที่จะครบกำหนดเปิดสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ยาก และรัฐบาลก็รู้ว่ากกต.ทำไม่ได้  แต่คงหวังผลกดดันและดิสเครดิตกกต. ด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ 1. มี 28 เขตที่ยังไม่มีผู้สมัคร ยังไม่มีความลงตัวว่าจะดำเนินการอย่างไร การที่จะดำเนินการให้เสร็จในวันที่ 4 มี.ค. ก็คงเป็นไปได้ยาก 2.การเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมายังไม่เรียบร้อย ทำให้ต้องเลือกตั้งย้อนหลังในหลายเขต ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะกำหนดเลือกตั้งได้เมื่อไหร่ และ 3.การให้ประกาศผลคะแนนในเขตที่สามารถเลือกตั้งเสร็จแล้วไปก่อน ก็คงไม่สามารถปฏิบัติได้ เพราะในความเป็นจริงถึงแม้จะมีการเลือกตั้งได้ในหลายเขต แต่การจะประกาศให้ผู้สมัครคนใดได้เป็นส.ส. จะต้องรอผลคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าด้วย

                          รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ควรใช้การรวมตัวของพรรคร่วมรัฐบาลมากดดันกกต. แต่ควรให้กกต.ทำหน้าที่ไปตามครรลองของการปฏิบัติได้จริง สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพราะกกต.คงไม่อยากทำอะไรที่ผิดกฎหมาย แล้วต้องไปขึ้นศาล ติดคุกเหมือน กกต.บางชุดในอดีต ทางที่ดีรัฐบาลควรร่วมมือกับกกต.ให้การเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศอย่างแท้จริง ไม่ใช่ให้เป็นทางออกของรัฐบาลและของบางคนเท่านั้น