ข่าว

'รักเพื่อไทยให้ใจทักษิณ'มนต์สกัดม็อบชาวนาอีสาน

'รักเพื่อไทยให้ใจทักษิณ'มนต์สกัดม็อบชาวนาอีสาน

22 ก.พ. 2557

'รักเพื่อไทยให้ใจทักษิณ' มนต์สกัดม็อบชาวนาอีสาน : สุมาลี สุวรรณกร, จักรพงษ์ ระวิวรรณรายงาน

               การออกมารวมตัวกันของชาวนาที่เดือดร้อนจากโครงการรับจำนำข้าว เพื่อทวงเงินที่รัฐบาลค้างจ่ายกว่า 1 แสนล้านบาทครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ และมีความสำคัญยิ่งต่อปากท้องของตนเอง

               แต่กลับมีข้อสังเกตว่า ขณะที่ชาวนาส่วนใหญ่ หรืออาจทั้งประเทศพยายามต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของตนเองอยู่นั้น กลุ่มชาวนาภาคอีสานกลับนิ่งเงียบ ไม่แสดงพลังเหมือนการชุมนุมเรียกร้องสิทธิต่างๆ ที่เคยทำมาตลอด

               หากถามว่า คนอีสานเดือดร้อนจากโครงการรับจำนำข้าวไหม คำตอบคือ เดือดร้อน แต่สาเหตุที่ไม่ไปร่วมชุมนุมกดดันรัฐบาล เพราะ คนอีสานยังรักพรรคเพื่อไทยและให้ใจทักษิณ อยู่นั่นเอง

               แม้ก่อนหน้านี้เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา กลุ่มแกนนำชาวนาอีสาน 20 จังหวัด พยายามรวมตัวกันเพื่อชุมนุมกดดันรัฐบาลที่บริเวณสวนน้าชาติ ริมเขื่อนลำตะคอง นครราชสีมา โดยมั่นใจว่าจะมีสมาชิกมาร่วมไม่ต่ำกว่า 10,000 คน แต่เอาเข้าจริงคนที่ไปร่วมชุมนุมแทบจะนับหัวได้

               เรื่องนี้แกนนำเกษตรกรมือเก๋าอย่าง บำรุง คะโยธา อดีตเลขาธิการสมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน (สกย.อ.) ที่เคยพาชาวนาออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลสารพัดปัญหา ยังถึงกับส่ายหัวกับการเคลื่อนไหวในยุคนี้

               เขาบอกว่า ปัญหาการจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของเขานั้นมีอยู่ และเหมือนกับพื้นที่อื่นๆ คือนำข้าวเปลือกไปจำนำแต่ยังไม่ได้รับเงินมานานกว่า 3-4 เดือน แต่ชาวนาเหล่านี้ไม่ไปร่วมชุมนุมกดดันรัฐบาล เพราะพวกเขายังสนับสนุนรัฐบาลพรรคเพื่อไทยอยู่

               "ชาวนาวพวกนี้รักสงบ เรียบง่าย จึงเป็นสาเหตุหลักที่ชาวนาในพื้นที่ไม่เคลื่อนไหวไปชุมนุม แม้จะได้รับความลำบากก็ตาม ส่วนชาวนาใน อ.เมืองและ อ.ยางตลาด ที่เคยเข้าไปชุมนุมกดดันรัฐบาลในกรุงเทพฯ นั้นถือเป็นส่วนน้อยเพราะมีจำนวนไม่มากนัก"

               คล้ายๆ กับแนวคิดของแกนนำอย่าง นคร ศรีวิพัฒน์ อดีตเลขาธิการสมัชชาเกษตรกรรายย่อย (สกย.) ที่เคยพาชาวบ้านเคลื่อนไหวต่อสู้กับรัฐมาหลายยุคหลายสมัย แม้ปัจจุบันจะหันไปทำงานช่วยเหลือเกษตรกรในนามของกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรแล้ว แต่การเคลื่อนไหวในนามสมัชชาเกษตรกรรายย่อยก็ยังคงอยู่

               วันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ นคร นัดสมาชิก สกย.ประชุมใหญ่ที่บ้านหนองวัด ถนนมิตรภาพ ทางเข้าเมืองย่าโม เพื่อหารือกันหลายปัญหา โดยหนึ่งในนั้นคือเรื่องจำนำข้าว และการปฏิรูประบบเกษตรกรไทย ซึ่งหากมีสมาชิกเครือข่ายอื่น หรือเกษตรกรที่มีปัญหาอยากจะร่วมชุมนุมด้วยก็ยินดี

               "การเคลื่อนไหวครั้งนี้ เรามีเป้าหมายชัดเจน เพราะเราต้องการจัดประชุมของเครือข่ายเราเอง โดยจะเอาทุกปัญหามานั่งถกกัน ไม่เว้นแม้แต่เรื่องจำนำข้าว"

               เมื่อถูกตั้งข้อสงสัยถึงจำนวนสมาชิกที่จะมาร่วมชุมนุม อดีตเลขาฯ สกย.ผู้นี้ ออกปากรับประกันทันทีว่า ไม่มีปัญหา เพราะสมาชิกของเขานั้นมีจำนวนชัดเจน ปกติเวลาประชุมใหญ่ประจำปี จะมีสมาชิกมาร่วมไม่ต่ำกว่า 2,000-3,000 คนอยู่แล้วและครั้งนี้ก็เช่นกัน

               เมื่อถามถึงการเคลื่อนไหว หรือการชุมนุม สมัยนี้ทำไมการรวมตัวกันของเกษตรกรทำได้ยากกว่าสมัยก่อน นคร บอกว่า ต้องยอมรับว่า กระแสพรรคเพื่อไทย ยังครองใจคนอีสาน และ กระแสรักทักษิณ ยังมีอยู่ ประกอบกับคนอีสานยังเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะสามารถหาเงินมาจ่ายให้พวกเขาได้แน่นอน ทำให้ยังมีความหวังและรอรัฐบาลทุกลมหายใจ

               "ทุกวันนี้จะทำอะไร จะต้องไปอธิบายให้คนอีสานเขาเข้าใจ เพราะหากจะไปชักชวนให้ออกมาเคลื่อนไหวทำอะไรนั้น เขาจะไม่ฟัง ถามว่าเดือดร้อนไหม คำตอบคือเดือดร้อน และ เดือดร้อนมากกว่าภาคอื่นๆ ติดหนี้มากกว่าภาคอื่น แต่คนออกมาเคลื่อนไหวน้อย เพราะกระแสประชานิยมยังแข็งปึ๊กในอีสาน เพราะฉะนั้นอย่าไปหวังจะระดมคนออกมาเพื่อทำนั่นทำนี่ในตอนนี้ เพราะคนอีสานเขายังรอรัฐบาลอยู่" นคร ย้ำ

               ในขณะที่แกนนำชาวนาอีกคนที่เพิ่งมีบทบาทไม่นานอย่าง ประภาส ชมปากเกลี้ยง แกนนำชาวนาจาก จ.อำนาจเจริญ บอกว่า ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของเกษตรกรถูกแก้เกมโดยฝ่ายรัฐตลอด ทำให้ไม่สามารถรวมตัวหรือเรียกระดมพลกันได้สักครั้ง

               ประภาส บอกว่า ตอนนี้มีตัวแทนเกษตรกรที่เดือดร้อนไปชุมนุมอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่กลายเป็นไปรวมกับกลุ่มอื่น ไม่ได้รวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนเพื่อแสดงสัญลักษณ์กดดันรัฐบาลเหมือนสมัยก่อน
 
               "ตอนที่พวกผมนัดรวมตัวกันที่ลำตะคองเมื่อปลายเดือนมกราคม ตั้งใจว่าจะมีเกษตรกรมาเยอะจากทั่วอีสาน 20 จังหวัด แต่พอมาจริงๆ น้อยมาก เรียกว่าแทบจะไม่มีเลย สาเหตุเพราะถูกรัฐสกัด ทั้งผู้ว่าฯ นัดประชุม และเคลียร์ปัญหาให้จบที่จังหวัด รวมไปถึงการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เก็บใบประทวนของเกษตรกรไว้ และขู่ว่าหากใครมาชุมนุม จะไม่ให้ใบประทวนคืน ทำให้ไม่มีใครกล้ามา"
   
               ขณะที่ชาวนาตัวจริงอย่าง ณรงค์ พันโกฏิ จากบ้านดอนสะนวน ต.หลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ บอกว่า สาเหตุสำคัญที่ชาวนากาฬสินธุ์ไม่ไปร่วมชุมนุมกับชาวนาจังหวัดอื่นๆ หรือกลุ่ม กปปส. เพราะเชื่อว่าการเคลื่อนไหวเป็นความขัดแย้งทางการเมือง ต้องการล้มรัฐบาล

               ที่สำคัญกว่านั้น ชาวนาภาคอีสานมองว่า โครงการรับจำนำข้าวเปลือก ตั้งแต่ปี 2554-2556 ก็ประสบผลสำเร็จ ชาวนาได้ประโยชน์ แต่ในปีนี้ประสบปัญหา ชาวนาไม่ได้เงินเพราะรัฐบาลขาดเงินกู้ ซึ่งยอมรับว่ากระทบกับครอบครัวบ้าง แต่ก็ไม่มากนัก เพราะการทำนาของชาวนาภาคอีสาน ยังมีต้นทุนต่ำกว่าภาคกลาง ส่วนใหญ่ได้ข้าวขึ้นเล้าเสร็จแล้ว ก็ออกไปหาปูหาปลา เก็บผักสวนครัวมาบริโภค ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสและยังมีความมั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาได้

               นี่คือมุมมองที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สาเหตุที่ชาวนาภาคอีสานไม่ออกมาแสดงบทบาท หรือแสดงพลังเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ตนเองอย่างที่ควรจะเป็น เหมือนกับที่ชาวนาหลายๆ จังหวัดกำลังต่อสู้กันอยู่ ก็เพราะชาวนาภาคอีสานยัง "รักเพื่อไทย ให้ใจทักษิณ" ไม่มีวันเปลี่ยนนั่นเอง

...................................

(หมายเหตุ  : 'รักเพื่อไทยให้ใจทักษิณ'  มนต์สกัดม็อบชาวนาอีสาน : สุมาลี สุวรรณกร, จักรพงษ์ ระวิวรรณรายงาน )