
'มือปราบหูดำ'จี้สตช.เลิกรับใช้การเมือง-คืนศักดิ์ศรีตำรวจ
'มือปราบหูดำ'จี้สตช. เลิกรับใช้การเมือง-คืนศักดิ์ศรีตำรวจ : ทีมข่าวอาชญากรรม
ความรุนแรงที่เกิดจากปฏิบัติการขอคืนพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เมื่อช่วงสายวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจอย่างยิ่ง จนตำรวจระดับผู้ปฏิบัติออกแถลงการณ์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ในทำนองไม่พอใจแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ซึ่งผู้ที่โพสต์ข้อความระบุในทำนองว่า เอาตัวรอด ปล่อยให้ตำรวจต้องรับผิดชอบหากเกิดกรณีการเอาผิดทางอาญา ล่าสุดมีอดีตตำรวจและตำรวจระดับสูง ซึ่งยังอยู่ในราชการ มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เอาองค์กรตำรวจไปเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (อดีตรอง ผบช.น.) เจ้าของฉายา "มือปราบหูดำ" ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน กรณีการชุมนุมทางการเมืองอย่างโชกโชน เป็นบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องเรื่องนี้ ซึ่งได้เปิดเผยว่า ได้รับการประสานทั้งจากอดีตตำรวจ และตำรวจทั้งระดับสูงและระดับผู้ปฏิบัติการซึ่งยังอยู่ในราชการ ให้ออกมาเป็นตัวแทนในการเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติคำนึงถึงศักดิ์ศรีขององค์กรตำรวจ ไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชาชนดูหมิ่นเกลียดชังตำรวจ
"พี่น้องตำรวจทั้งในและนอกราชการโทรมาหาผม บอกว่ารู้สึกอึดอัดกับสภาพขององค์กรตำรวจที่เป็นอยู่ขณะนี้ เพราะเดิมทีตำรวจกับประชาชนใกล้ชิดกัน พึ่งพาอาศัยกัน เราเป็นที่รักของประชาชน แต่ในเวลานี้ประชาชนกลับเกลียดชังตำรวจ นับวันยิ่งแย่ ประชาชนเขาไม่เชื่อมั่นในตำรวจ แม้กระทั่งตำรวจจราจรที่ทำหน้าที่อยู่ตรงสี่แยก เขาเห็นแล้วยังส่ายหน้า แสดงอารยะขัดขืน ไม่ทำตาม เอานกหวีดเป่า ทำราวกับเป็นตัวอะไรไม่รู้ ซึ่งน่าสะเทือนใจ ซึ่งเขาให้มีใครออกมาทำอะไรบ้างเพื่อไม่ให้ประชาชนเกลียดตำรวจไปมากกว่านี้" พล.ต.ต.วิชัย กล่าว
สาเหตุที่ทำให้ประชาชนรู้สึกเกลียดชังตำรวจนั้น พล.ต.ต.วิชัย บอกว่า เป็นเพราะผู้บังคับบัญชาที่เลือกข้าง ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายการเมือง ทั้งที่ความจริงแล้วตำรวจมีหน้าที่หลักในการจับกุมผู้ร้าย ต้องใช้ความยุติธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย ที่สำคัญคือ ต้องบริการประชาชน ต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน ขณะที่การทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชานั้น ถือเป็นหน้าที่ แต่ต้องคำนึงด้วยว่า คำสั่งนั้นเป็นคำสั่งที่ถูกต้องชอบธรรม หากไม่ชอบธรรม ตำรวจมีสิทธิ์ที่จะไม่ทำตาม
"ตำรวจชั้นผู้น้อยเขาโทรมาระบายกับผม เขาไม่เห็นด้วยที่เอาเขามาอยู่อย่างนี้ แล้วยังถูกประชาชนเกลียด ซึ่งเขาไม่ได้ต่อต้านใคร เพียงแต่ไม่เข้าใจว่า ที่ทำอยู่วันนี้ทำเพื่อคนคนเดียวหรือไม่ เขาอยากให้ตำรวจกับประชาชนกลับไปรักกันเหมือนเดิม อยากให้ตำรวจมีศักดิ์ศรี ซึ่งขณะนี้กำลังรวมตัวกันเพื่อแสดงพลัง แต่คงไม่ไปขึ้นปราศรัยในเวทีการเมือง เพียงแต่ต้องการสื่อสารไปยังประชาชนให้เข้าใจตำรวจ" พล.ต.ต.วิชัย กล่าว
วิธีการที่จะเรียกศรัทธาจากประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือใครก็ได้ที่เป็นตัวแทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องแถลงการณ์ให้ชัดเจนว่า 1.ตำรวจจะยืนเคียงข้างกับประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย 2.ตำรวจจะจงรักภักดีจะเป็นข้าราชการที่ดีของพระเจ้าอยู่หัว 3.ตำรวจจะทำหน้าที่เพื่อชาติ หากมีการแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเช่นนี้ เชื่อว่า ภาพลักษณ์ของตำรวจในสายตาของประชาชนจะดีขึ้น
"สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องประกาศจุดยืนว่าจะอยู่เคียงข้างประชาชนทุกกลุ่ม และจะปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เลือกข้าง ยกตัวอย่างสมัยที่ผมทำหน้าที่ดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งกลุ่มพันธมิตรและกลุ่มเสื้อแดง เมื่อครั้งที่เป็น ผบก.น.1 ประชาชนก็ไม่ได้รู้สึกแย่กับตำรวจเช่นนี้ เพราะยึดหลักว่า เราคือมิตรของตำรวจ มีผู้ชุมนุมมาเราก็จัดกำลังไปดูแลความปลอดภัยให้ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวก ประสานหาน้ำ หาสุขา หรือสิ่งอื่นใดก็แล้วแต่ที่เราจะสามารถอำนวยความสะดวกไปให้ เขาก็รู้สึกว่าเราเป็นมิตร ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ส่วนงานด้านดูแลความมั่นคง สถานที่สำคัญ ก็จัดกำลังไปดูอย่างเข้มแข็ง ขณะที่การบังคับใช้กฎหมายก็ทำ แต่จะเลือกเวลา อย่างเช่น ขณะที่เขากำลังชุมนุมจำนวนมากขนาดนี้ก็เลือกที่จะยังไม่จับกุม ให้ฝ่ายสืบสวนถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน พอสถานการณ์คลี่คลายค่อยไปจับกุมย้อนหลัง เพราะคดีมันมีอายุความ หากทำเช่นนี้ก็ไม่เกิดความรุนแรง" พล.ต.ต.วิชัย กล่าว
อดีตรอง ผบช.น. ซึ่งผ่านงานด้านควบคุมฝูงชนมาอย่างโชกโชน บอกด้วยว่า การปฏิบัติการขอคืนพื้นที่แล้วมีตำรวจถืออาวุธออกไปให้ผู้ชุมนุมเห็นนั้น เป็นการเพิ่มความเกลียดชังแก่ประชาชนอย่างรุนแรง ซึ่งตำรวจควรทบทวน เข้าใจว่า ต้องมีหน่วยที่ใช้อาวุธเพื่อสกัดกั้นกลุ่มที่ใช้ความรุนแรง ซึ่งตำรวจหน่วยนี้ไม่ควรแสดงตัว ควรไปอยู่ในพื้นที่ที่พร้อมจะปฏิบัติงาน ไม่ใช่ถือปืนออกมายืนให้เห็นกันอย่างที่ปรากฏ เพราะยิ่งแสดงตัวมากเท่าไหร่ยิ่งสร้างความเกลียดชังแก่บประชาชนมากเท่านั้น
...............................
(หมายเหตุ : 'มือปราบหูดำ'จี้สตช. เลิกรับใช้การเมือง-คืนศักดิ์ศรีตำรวจ : ทีมข่าวอาชญากรรม)



