
ใครขโมยกระปุกออมสินเด็ก?
ใครขโมยกระปุกออมสินเด็ก? : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล
สมัยที่ผมยังเด็กๆ ธนาคารแห่งแรกที่รู้จัก ก็คือ "ธนาคารออมสิน" เพราะทางธนาคารส่งเจ้าหน้าที่ไปเปิดบัญชีให้แก่นักเรียน ตอนนั้นเข้าใจว่าจะเริ่มต้นที่ 20 บาท และฝากติดต่อกันมาเรื่อยๆ เมื่อโตขึ้นหน่อยคุณพ่อก็พาไปสำนักงานใหญ่ของธนาคารออมสิน ซึ่งในเวลานั้นยังอยู่ที่สี่แยกคอกวัว เพื่อซื้อกระปุกหรือกระป๋องออมสิน ซึ่งมีรูปร่างแบบตู้ไปรษณีย์ มีสีสันต่างๆ เมื่อนำเศษสตางค์ใส่กระป๋องจนเต็มแล้ว ก็นำกลับไปที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่ก็จะเปิดกระป๋องนำเหรียญ 5 สตางค์-เหรียญบาท ออกมาใส่ถาดไม้ซึ่งแยกเป็นช่องเล็ก-ใหญ่ ตามขนาดของเหรียญ เพื่อรวมยอดเงินเข้าบัญชีให้แล้วก็จะให้กระป๋องใบใหม่กลับมา
ผมคิดว่า ธนาคารออมสินคงจะดำเนินวิธีการนี้กับนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นการฝึกนิสัยประหยัด มัธยัสถ์ อดออม ตามพระราชดำริของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ซึ่งพระราชทานกำเนิดธนาคารออมสินแล้ว ยังทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีความเข้มแข็งจากเงินออมของเด็กๆ เหล่านี้
การที่ธนาคารออมสินปล่อยเงินกู้จำนวนประมาณ 5,000 ล้านบาท แก่ ธ.ก.ส.เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้นั้น แม้ผู้บริหารธนาคารออมสินจะกล่าวว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการจำนำข้าว ส่วน ธ.ก.ส.จะนำเงินไปทำอะไรก็เป็นความลับของลูกค้า ซึ่งธนาคารไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ผมเชื่อว่า ธนาคารออมสินก็ต้องทราบวัตถุประสงค์ของ ธ.ก.ส.ในครั้งนี้ เป็นอย่างดี และก็น่าจะทราบด้วยว่า หนี้ของ ธ.ก.ส.ดังกล่าว มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นหนี้เสีย หรือหนี้สูญ
ตามจริงแล้ว ผมค่อนข้างจะเห็นใจผู้บริหารธนาคารออมสิน ที่ตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่หน้าที่ของผู้บริหารธนาคารที่ดีก็คือ การรักษาผลประโยชน์ของลูกค้า รักษาวินัยทางการเงิน และกล้าที่จะยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะความเสียหายของธนาคารที่อาจจะเกิดขึ้นจากการกู้ของ ธ.ก.ส.ครั้งนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อลูกค้าอื่นๆ ของธนาคาร ซึ่งส่วนหนึ่งก็คือเด็กๆ ที่ฝากเงินไว้กับธนาคาร
ครับ ธนาคารแห่งนี้ มีคำขวัญว่า “ธนาคารออมสิน รัฐบาลเป็นประกัน” แต่เวลานี้น่าจะเปลี่ยนใหม่เป็น “รัฐบาล ธนาคารออมสินเป็นประกัน” อันมีที่มาจากนโยบายประชานิยมกำมะลอ และการใช้เงินงบประมาณอย่างอีลุ่ยฉุยแฉกของรัฐบาลเอง
ในสมัยที่ ท่านผู้หญิงมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาและวิทยาศาสตร์ ของพรรคอนุรักษนิยม ใน ค.ศ.1970 แต่ในขณะนั้นอังกฤษกำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง แธตเชอร์ จึงตัดงบประมาณของกระทรวงศึกษาฯ หลายอย่าง แต่สิ่งที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากก็คือ การตัดงบประมาณสำหรับการซื้อนมที่ให้นักเรียนในโรงเรียน อันทำให้ได้รับฉายาว่า “แธตเชอร์ผู้ฉกนมเด็ก”
กลับมาที่เมืองไทยในตอนนี้ คิดกันเล่นๆ ว่า หาก ธ.ก.ส.ไม่สามารถชำระหนี้คืนธนาคารออมสินได้ตามกำหนด แน่นอนว่า เงินกู้ 5,000 ล้าน ก็จะเป็นภาระหนักของออมสิน แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ย่อมเกิดปัญหาแก่ลูกค้าและเด็กๆ ที่ฝากเงินกับธนาคารออมสินเอง
และเมื่อถึงตอนนั้น คุณยิ่งลักษณ์ก็คงจะได้รับฉายาว่า “ยิ่งลักษณ์ผู้ขโมยกระป๋องออมสินเด็ก”



