ข่าว

'เฉลิม'มึน!ศาลไม่ถอนพ.ร.ก.แต่ห้าม9ข้อ

'เฉลิม'มึน!ศาลไม่ถอนพ.ร.ก.แต่ห้าม9ข้อ

20 ก.พ. 2557

'เฉลิม'เตรียมยื่นขอความรู้ศาลทำอะไรได้บ้าง เหน็บหากบอกว่า'ม็อบ'กระทำโดยชอบต่อไปจะได้ไม่ต้องทำงาน รับเจออย่างนี้มึน ประชดเตรียมคืนปริญญาเอก

 
                         20 ก.พ.57 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงคำพิพากษาศาลแพ่งที่ไม่เพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ออกข้อห้ามหลายข้อ ว่า ศาลยังอนุญาตให้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ แต่เนื้อหาสำคัญมี 2 ข้อคือ 1.ศาลสั่งห้ามสลายการชุมนุม ตนถูกใจมาก เพราะจากนี้ต่อไปตำรวจจะไม่ต้องเดินมือเปล่าไปหาม็อบและถูกฆ่าตายเหมือนที่ผ่านมา ตนจะมีคำสั่งไม่ให้ตำรวจไปยุ่งกับม็อบ ถือว่าเป็นผลดีกับตำรวจ และ2.ศาลสั่งห้ามจับกุมผู้มาร่วมชุมนุมเกินกว่า 5 คน ซึ่งตนจะไม่จับ ส่วนเรื่องอื่นๆ ฝ่ายกฎหมายของ ศรส.จะดูว่าจะอุทธรณ์คำสั่งศาลหรือไม่
 
                         ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า แต่ตนในฐานะคนเรียนกฎหมาย ในช่วงบ่ายวันนี้จะยื่นคำร้องขอความรู้ถึงอธิบดีศาลแพ่งโดยตรง ดังนี้ 1.ข้างทำเนียบรัฐบาลมีการซ่องสุมอาวุธ มีบุคคลตามหมายจับ และสร้างบังเกอร์เอาไว้ ลักษณะนี้ถือเป็นม็อบตามที่ศาลสั่งหรือไม่ รวมทั้งตำรวจจะเข้าไปจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ และตรวจค้นอาวุธสงครามได้หรือไม่ 2.ผู้ชุมนุมที่กระทรวงมหาดไทย มีการลักอาวุธปืนเอ็ม 16 ของเจ้าหน้าที่ไป ลักษณะนี้ศาลจะอนุญาตให้ตำรวจทำอะไรได้หรือไม่ 3.มีคนส่วนน้อยสร้างสิ่งกีดขวางให้จราจรติดขัดจะถือว่าเป็นม็อบตามที่ศาลให้ความหมายหรือไม่ 4.ตำรวจดูแลกระทรวงพลังงานได้แล้ว หากคนอ้างว่าเป็นม็อบไปยึดคืนตำรวจจะทำอย่างไร หากตำรวจไม่ยอมจะถือว่าเป็นการสลายม็อบหรือไม่ 5.หากหลวงปู่พุทธะอิสระ ปิดศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ทั้งหมดถือว่าเป็นการกระทำโดยชอบของม็อบหรือไม่ และตำรวจดำเนินการได้แค่ไหน 6.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ได้นำกำลังไปปิดสถานที่ราชการ ลักษณะนี้ตำรวจจะสามารถทำอะไรได้บ้าง และ 7.การที่นายสุเทพประกาศบุกสถานที่ราชการ และบริษัทเอกชน ถือว่าการดำเนินการของม็อบทำชอบแล้วใช่หรือไม่ ทั้งนี้ หากศาลตอบว่า สิ่งที่ม็อบทำถือเป็นการกระทำโดยชอบก็ดี พวกตนก็ไม่ต้องทำงาน ปล่อยให้ว่างกันไป หรือกรณีนายสุเทพ ประกาศจะบุก ศรส.ถ้าศาลบอกว่า เป็นการแสดงออกของม็อบ ตนก็จะยก ศรส.ให้นายสุเทพไป เพราะปฏิบัติตามคำสั่งของศาล
 
                          “ไม่รู้จะทำอย่างไรไอ้นั่นก็ผิด ไอ้นี่ก็ผิด แต่ผมในฐานะคนไทยมีสิทธิ์ขอความรู้จากศาล ถ้าท่านไม่ให้ความรู้มาในฐานะผอ.ศรส.ผมทำงานไม่ได้ เรื่องนี้ไม่ได้ประชด แต่กลัวลูกน้องติดคุก ส่วนหมาย ฉ.เดิมที่ออกไปก่อนนี้ก็ยังมีปัญหาว่า หากพวกที่ถูกหมาย ฉ.ไปขอศาลอาญาให้ยกเลิกหมายจับ หากยกเลิกเราก็จับไม่ได้ แต่ไม่เป็นไรก็ไปใช้ประมวลกฎหมายอาญาเป็นหลัก ทำได้เท่าไรก็เท่านั้น เพราะถ้าทำมากเดี๋ยวขัดคำสั่งศาล พวกผมจะติดคุก ต้องระมัดระวัง” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
 
                         ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่ออีกว่า ขอย้ำว่า เมื่อปี 53 พรรคเพื่อไทยไปร้องต่อศาลแพ่งให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งศาลแพ่งแห่งนี้บอกว่า เป็นอำนาจฝ่ายบริหารแล้วยกคำร้อง แต่มาศาลแพ่งยุคนี้ให้ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ แต่มีข้อกำหนด 9 ข้อ ก็ว่ากันไป สังคมตัดสินได้ ไม่ใช่ตน แต่ศาลวินิจฉัยอย่างนี้ ตนมึน เดี๋ยวจะเอาปริญญาเอกไปคืนแล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ตนไม่ท้อ รุกรบ ห้าวหาญ ส่วนที่แกนนำกปปส.จะไปฟ้องต่อศาล เพื่อเอาผิดน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมนั้น พวกนี้โง่ เพราะท่านไม่เกี่ยวข้องด้วย
 
                         อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 12.00 น. ร.ต.อ.เฉลิม แถลงผลจับกุม น.ส.กนกวรรณ สถิตย์ไพรวัลย์ พร้อมพวกรวม 5 คน ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับกุมได้พร้อมของกลางยาบ้า 5 แสนเม็ด รถกระบะ 3 คัน และโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณด่านตรวจสลกบาตร 126 ต่อเนื่องโรงแรมจำปาทอง รีสอร์ท จังหวัดกำแพงเพชร
 
                         โดยการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากสายลับแจ้งว่า น.ส.กนกวรรณ พร้อมพวกจะลักลอบขนยาบ้าจากภาคเหนือมาส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยใช้รถกระบะเป็นยานพาหนะในการลำเลียง ชุดสืบสวนจึงได้ติดตามจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางดังกล่าว 
 
                         ทั้งนี้ พล.ต.ต.พุทธิชาติ เอกฉันท์ รอง ผบช.ปส. กล่าวว่า ยาบ้าดังกล่าวจากการตรวจสอบพบว่า เป็นเครือข่ายยาเสพติดของมูเซอดำ 
 
                         นอกจากนี้ ยังสามารถจับกุมนายอัซรี กลาแต และนายรุสดี ดอเลาะ พร้อมของกลางยาไอซ์ 3 กิโลกรัม และยาบ้า 216,000 เม็ด รถเก๋ง 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ  3 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้ที่ถนนวิภาวดีรังสิตหน้าสนามบินดอนเมือง หลังสืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้ลักลอบขนยาเสพติดมาจากพื้นที่ภาคกลาง เพื่อส่งมอบให้กลุ่มผู้ค้าเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามจนสามารถจับกุมได้ และจากการตรวจสอบพบว่า ยาบ้าดังกล่าวเป็นของเครือข่ายยาเสพติด พันโทยี่เซ
 
                         ส่วนกรณีที่นายสุเทพ ท้า ร.ต.อเฉลิม ต่อยเมื่อวานนี้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ขอยอมแพ้ พร้อมวอนให้นายสุเทพ หยุดเคลื่อนไหว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปกวาดล้างอาชญากรรม และปราบปรามยาเสพติด ส่วนที่บอกว่าหากกลัวแพ้ให้ไปต่อยกับนายสาธิต วงศ์หนองเตย แกนนำกปปส.อีก 1 คนแทนนั้น ก็ขอไม่สู้ เพราะนายสาธิต สูงแค่ข้อศอก กลัวโลกจะประณาม
 
 
 
 
 
"ผบ.ตร."ไม่หนักใจ!คำสั่งศาลแพ่ง กลับมาทบทวนแผนปฏิบัติ
 
 
                         พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา สบ 10 พร้อมคณะได้เข้าเยี่ยมอาการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์การชุมนุม จำนวน 24 ราย พร้อมมอบเงินและกระเช้า เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน โดยรายแรกได้เข้าเยี่ยม ด.ต.ธีรเดช เล็กภู่ ผบ.หมู่ ป.สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี ฮีโร่เตะระเบิดบริเวณแยกผ่านฟ้า 
 
                         พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า วันนี้ได้มาเยี่ยมตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่แยกผ่านฟ้า จำนวน 24 ราย โดยมีอาการสาหัส 12 ราย ส่วนใหญ่ถูกสะเก็ดระเบิด รายที่หนักสุดยังรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู จากเหตุการณ์นี้มีตำรวจเสียชีวิต 1 ราย สำหรับ ด.ต.ธีรเดช ที่ลุกขึ้นเตะระเบิดนั้น ถือว่าเป็นผู้ที่มีความกล้าหาญในการตัดสินใจทำให้เกิดการสูญเสียน้อยลง ตำรวจจะพิจารณาความดีความชอบเลื่อนยศสูงขึ้นเป็นตำรวจชั้นสัญบัตรยศ ร.ต.ต. โดยจะเข้าที่ประชุม ก.ตร.ครั้งต่อไป ส่วนการสอบสวนคดีได้มอบให้ พล.ต.อ.เอก สอบสวนข้อเท็จจริงทุกฝ่าย การสอบสวนขอเวลาสักระยะในการเก็บหลักฐาน เพราะที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่กว้าง
 
                         พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีศาลแพ่งมีคำสั่งห้ามตำรวจสลายการชุมนุมนั้น ไม่รู้สึกหนักใจ เพราะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น จึงต้องมีการทบทวนแผนปฏิบัติ ต้องทำตามกฎหมาย ที่ผ่านมาตำรวจได้พยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เพื่อประคองสถานการณ์การชุมนุมให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ส่วนจะต้องมีการทำหนังสือไปถึงศาลแพ่ง เพื่อขอรับทราบแนวทางปฏิบัติของ ศรส.ต่อไปหรือไม่ คงต้องมีการหารือในที่ประชุม ศรส.อีกครั้ง 
 
                         ผบ.ตร. กล่าวยอมรับว่า การที่ประเทศไทยไม่มีกฎหมายเฉพาะด้านในการควบคุมฝูงชนทำให้การปฏิบัติงานต่างๆ ยากขึ้น ส่วนที่มีเสียงสะท้อนของผู้ใต้บังคับบัญชาบางส่วนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องรับฟัง และนำมาปรับการทำงานต่อไป พร้อมปฏิเสธว่า ยังไม่ทราบเรื่องการตั้ง กปปส.ตำรวจ โดยย้ำว่า ตำรวจต้องมีหน้าที่รักษากฎหมาย และความปลอดภัยของประชาชน
 
                         ด้าน พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวว่า วันนี้จะลงพื้นที่เกิดเหตุ เพราะเหตุดังกล่าวเป็นสถานการณ์ต่อเนื่อง ตั้งแต่จุดผ่านฟ้ามีการโยนระเบิดใส่ตำรวจ ต่อเนื่องหน้าบริษัทเทเวศน์ประกันภัย มีประชาชนถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย อีกจุดคือ กลางถนนราชดำเนินก่อนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นจุดที่มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 3 ราย เรื่อยมาจนถึงจุดสะพานผ่านพิภพ เป็นจุดที่ ปจ.ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมกดดันให้ถอยร่น โดยจะเก็บวัตถุพยานทั้งหมดเท่าที่ทำได้เพื่อเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 
                         พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวต่อว่า ได้นำเครื่องสแกนสามมิติลงพื้นที่ เพื่อถ่ายภาพให้เห็น 360 องศา จะได้มองย้อนเหตุการณ์และคำนวณเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ใกล้เคียงเหตุการณ์จริงมากที่สุด ส่วนหลักฐานตอนนี้มีการสอบพยานในที่เกิดเหตุให้ไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ เก็บเศษวัตถุระเบิดที่ได้จากผู้บาดเจ็บไว้แล้ว จากนี้จะลงพื้นที่เพื่อแสวงหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำไปสู่การหาตัวผู้กระทำผิด