
'อีโอดี'ผ่าระเบิดปริศนาถล่มตำรวจสลายม็อบ
'อีโอดี'ผ่าระเบิดปริศนาถล่มตำรวจสลายม็อบ
เหตุการณ์ขอคืนพื้นที่ของ ศรส. บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้ชาวไทยต้องสูญเสียเลือดเนื้ออีกครั้ง
ภาพอันน่าสะเทือนใจที่ประชาชนผู้รักสันติอหิงสาถูกกระสุนปริศนาเจาะเข้าศีรษะจบชีวิตอย่างอเนจอนาถ หรือแม้กระทั่งภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนถูกกระหน่ำยิงด้วยอาวุธสงครามเสียชีวิตบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์ "ลูกระเบิดปริศนา" ถูกขว้างมาตกอยู่ในแนวป้องกันของตำรวจควบคุมฝูงชน ก่อนที่ตำรวจคนหนึ่งจะใช้สัญชาตญาณแห่งความอยู่รอดเตะระเบิดออกไป แต่ไม่ทันกาลเนื่องจากระเบิดทำงาน ระเบิดใส่เท้านายตำรวจใจเพชรบาดเจ็บสาหัสทันที
ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดเสียวให้แก่คนไทยทั้งประเทศชนิดต้องเบือนหน้านี้ แต่ในโลกโซเชียลมีเดียนั้นมีประชาชนนับพันออกมายกย่องชมเชยในความกล้าหาญของ "ตำรวจ" ที่เตะลูกระเบิดออกไปให้พ้นแนวป้องกันเพื่อป้องกันชีวิตตนเองและปกป้องชีวิตเพื่อนตำรวจหลายสิบนาย แต่ขณะเดียวกันในอีกมุมหนึ่งมีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ระเบิดที่ขว้างใส่ตำรวจควบคุมฝูงชนน่าจะเป็น "ลูกซ้อม" หรือ STUN Bomb เพราะหากเป็นระเบิดจริงเชื่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจมีตำรวจบาดเจ็บล้มตายมากกว่านี้
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว "คม ชัด ลึก" ได้สอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดเพื่อไขข้อข้องใจเกี่ยวกับระเบิดปริศนาลูกนี้ โดย พ.ต.อ.กำธร อุ้ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) วิเคราะว่า ระเบิดดังกล่าวเป็นระเบิดสังหาร ชนิดเอ็ม 67 ที่มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรง เพราะตำรวจที่อยู่บริเวณนั้นบาดเจ็บหลายนาย ส่วนที่มีคนตั้งข้อสังเกตเรื่อง ระเบิดลูกดังกล่าวคาดสีขาวนั้น มองว่า ผู้ใช้น่าจะนำเทปมาพัน เพื่อความปลอดภัยในการเคลื่อนย้าย แต่ขณะนำมาใช้คงดึงเทปออกไม่หมด จึงมีร่องรอยติดอยู่กับตัวระเบิด
เช่นเดียวกับ พ.ท.ทรงพล เอี่ยมบุญฤทธิ์ สมาชิกชมรมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ให้ความเห็นว่า ระเบิดเอ็ม 67 เป็นระเบิดที่ใช้ในราชการทหาร ตำรวจ ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ขว้างต้องเป็นผู้ชำนาญได้รับการฝึกมาอย่างดี เพราะปกติเมื่อขว้างขึ้นไป คลิปหรือกระเดื่องกันความปลอดภัยจะหลุดในอากาศ จากนั้นยังมีเวลาอีกประมาณ 4-5 วินาทีจึงจะระเบิด โดยชิ้นส่วนจะตกลงพื้น ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถเก็บหลักฐานจากร่องรอยและชิ้นส่วนดังกล่าวได้
"แต่เหตุการณ์ที่สะพานผ่านฟ้าฯ ระเบิดดังกล่าวไม่มีชิ้นส่วนตกหล่น เชื่อว่า คนขว้างจะต้องกล้า และมีความชำนาญพอสมควร คือ เขากล้าที่จะดึงคลิปหรือกระเดื่องนิรภัยไว้ในมือก่อนจะขว้างออกไป ระเบิดแบบนี้หาได้ไม่ใช่ง่ายๆ อาจจะมีในตลาดมืดตามแนวชายแดน แต่ระเบิดชนิดนี้ยังมีใช้ในส่วนราชการทหาร และตำรวจ" พ.ท.ทรงพล กล่าว
ส่วนข้อสงสัยที่ระบุว่า ระเบิดลูกดังกล่าวจะเป็น STUN Bomb หรือลูกซ้อม พ.ท.ทรงพล มองว่า คงไม่ใช่เพราะ STUN Bomb จะเป็นแท่งคล้ายแท่งไอศกรีม เวลาแตกระเบิดจะมีควันสีขาวฟุ้งกระจาย แต่ในจุดเกิดเหตุที่สะพานผ่านฟ้าฯ พบ ควันฟุ้งกระจายเป็นสีดำ ซึ่งเป็นระเบิดชนิดสังหารหวังผลถึงชีวิตแน่นอน นอกจากนี้ในจุดที่ขว้างระเบิดไปนั้น ก่อนหน้านี้แนวของตำรวจเป็นช่องโหว่ ไม่มีการปิดกั้น ทำให้คนร้ายเล็งเห็นเป้าหมาย จึงขว้างเข้าไปในกลุ่มของตำรวจ แต่พอดีตำรวจเข้ามาปิดแนว ทำให้ลูกระเบิดตกไปกระทบกับโล่กำบังของตำรวจ และตกอยู่หน้าแนวกั้น ก่อนจะระเบิดขึ้นทันที
แม้เหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้จะไม่มีตำรวจท่านใดเสียชีวิต แต่การกระทำดังกล่าวยังเป็นเรื่องที่น่าหวาดหวั่น ซึ่งเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะต้องสืบค้นหาความจริงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากฝีมือคนกลุ่มใด อย่าปล่อยให้เป็นปมค้างคาจนกลายเป็นการเพิ่มเชื้อไฟให้พี่น้องชาวไทยหันหน้าห้ำหั่นกันเองอีกต่อไป
......................................
(หมายเหตุ : 'อีโอดี'ผ่าระเบิดปริศนาถล่มตำรวจสลายม็อบ)



