
ลูกค้าออมสินขอนแก่นทยอยถอนต่อเนื่อง
ลูกค้าธนาคารออมสินขอนแก่นยังขาดความเชื่อมั่น ทยอยถอนเงินจากบัญชีและสลากออมสินอย่างต่อเนื่อง ชาวนาไม่เชื่อรัฐบาลจ่ายเงินจำนำข้าวได้
19ก.พ.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ว่านายวรวิทย์ ชัยลิปมนตรี ผอ.ออมสินได้ลาออก จากตำแหน่งไปแล้ว แต่บรรยากาศที่ธนาคารออมสินหลายสาขาที่จังหวัดขอนแก่น ยังคงมีประชาชนที่เป็นลูกค้าธนาคารทยอยมาถอนเงิน และยังมีบางรายได้มาด้อมๆมองๆดูเหตุการณ์ว่า มีจำนวนคนมาถอนเงินหรือปิดบัญชีธนาคารมากน้อยแค่ไหน เพื่อประเมินสถานการณ์ว่าจะถอนเงิน ปิดบัญชีหรือยังคงบัญชีไว้ เนื่องจากยังคงมีกระแสข่าวการถอนเงินในหลายจังหวัด
ขณะเดียวกันพนักงานธนาคารได้พยายามชี้แจงและทำความเข้าใจกับลูกค้า แต่ไม่ได้ห้ามถ้าหากว่าจะถอน แต่จากการสังเกตดูพนักงานธนาคารส่วนใหญ่มีสีหน้าที่ค่อนข้างกังวล กับสถานการณ์ที่มีประชาชนมาถอนเงินจำนวนมาก แทบทุกสาขาจะมีผู้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ยอดถอนเงินสูงกว่าปกติหลายสิบเท่าในแต่ละวัน และถ้าถอนเงินจำนวน 500,000 บาทขึ้นไปธนาคารจะออกเป็นเช็คให้
ข้าราชการเกษียณรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ถอนเงินจากบัญชีธนาคารที่ฝากไว้ให้กับหลานไปแล้ว แม้ว่าจำนวนไม่มากแต่เนื่องจากไม่มั่นใจว่าธนาคารจะมีความมั่นคงถ้าไม่ถอนเกิดธนาคารมีปัญหามากกว่านี้ ถ้าคิดจะถอนอาจจะยุ่งยาก นอกจากนี้ยังมีเงินอีกส่วนหนึ่งที่ออมกับสลากออมสินจำนวน 1 ล้านบาท ที่ยังไม่ได้ถอนออกมา จึงกังวลว่า ถ้าธนาคารมีปัญหาเงินส่วนนี้อาจจะสูญหาย เอาคืนไม่ได้
ชาวนาไม่เชื่อรัฐบาลจ่ายเงินจำนำข้าวได้
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลในการจ่ายเงินจำนำข้าว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17 - 18 กุมภาพันธ์ 2557 จากประชาชน ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,253 หน่วย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 47.81 เชื่อว่าไม่สามารถจ่ายได้ รองลงมา ร้อยละ 16.76 เชื่อว่าจ่ายได้ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง ร้อยละ 16.28 เชื่อว่าจ่ายได้ครบ 130,000,000 (หนึ่งแสนสามหมื่นล้านบาท) ร้อยละ 14.84 เชื่อว่าจ่ายได้ครึ่งหนึ่ง 65,000,000 (หกหมื่นห้าพันล้านบาท) และร้อยละ 4.31 ไม่แน่ใจ/ไม่ระบุ
ชาวนาผนึกโรงสีผุด3มาตการช่วยชาวนา
นายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้หารือกับสมาคมโรงสีข้าวไทย และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือชาวนา โดยได้ข้อสรุปแนวทางช่วยเหลือออกมา 3 แนวทาง คือ การเชิญชวนให้ชาวนาและพี่น้องประชาชนโยกบัญชีเงินฝากจากสถาบันการเงินอื่นไปฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้ ธ.ก.ส. มีเงินทุนหมุนเวียนไปใช้ช่วยเหลือชาวนา
ส่วนแนวทางที่ 2 ให้มีการจัดตั้งกองทุนชาวนาไทย โดยได้เปิดบัญชีออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชื่อ กองทุนเพื่อช่วยเหลือชาวนาไทย เลขที่บัญชี 020033119718 สาขาจังหวัดนนทบุรี เพื่อขอรับบริจาคจากประชาชนที่สนใจ เพื่อให้ความช่วยเหลือชาวนาที่มีความเดือดร้อน โดยรายละเอียดแนวทางการช่วยเหลือและการใช้เงินจะมีการจัดทำรายละเอียดต่อไป
สำหรับแนวทางที่ 3 จะผลักดันให้มีการจัดตั้งธนาคารชาวนาไทย เพื่อให้เป็นธนาคารของชาวนาอย่างแท้จริง แม้จะมีการมองว่าเป็นแนวทางที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่เชื่อว่ามีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะ ธ.ก.ส. เองก่อนที่จะเป็นธนาคารอย่างทุกวันนี้ ก็เริ่มต้นมาจากแนวคิดในการช่วยเหลือชาวนา
นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทวงพาณิชย์ กล่าวว่า แนวทางทั้ง 3 สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งเป็นระยะเร่งด่วน ระยะกลางและยาว โดยเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำ ก็คือ การระดมเงินฝากไปช่วย ธ.ก.ส. โดยขอชักชวนให้ประชาชนย้ายบัญชีเงินฝากจากแบงก์ที่ไม่ช่วยชาวนาไปฝากที่ ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นธนาคารที่ช่วยชาวนาแทน และตนเองก็จะโยกเงินจากบัญชีเงินฝากจากแบงก์ที่มีอยู่ 2 แบงก์ ไปฝากที่ ธ.ก.ส. เช่นเดียวกัน
ทางด้านการจัดตั้งกองทุนชาวนาไทย เห็นว่า น่าจะเริ่มทำได้ทันทีเช่นเดียวกัน ซึ่งเงินส่วนหนึ่งจะมาจากการบริจาค และกำลังเสนอรัฐบาลให้เข้าไปช่วยเหลือ โดยนำเงินภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บจากโรงสีในการขายข้าวให้ผู้ส่งออก และให้ผู้ส่งออกเป็นคนจ่าย ซึ่งมีเงินปีละหลายพันล้านบาท เข้ามาสนับสนุนกองทุน โดยการใช้เงินช่วยเหลือ เช่น การให้กู้ยืม การชดเชยดอกเบี้ย ซึ่งจะมีคณะกรรมการกองทุนเป็นผู้ดูแล โดยเห็นว่า ควรจะมีกองทุนเพื่อช่วยเหลือชาว เหมือนกับสินค้าเกษตรอื่นๆ เช่น อ้อย และยางพารา
ส่วนการจัดตั้งธนาคารชาวนาไทย เป็นมาตรการที่จะดำเนินการในระยะกลางและระยะยาว เพราะเป็นแนวคิดที่มีมานานแล้ว อยากให้ชาวนามีธนาคารเป็นของตนเอง ใช้เงินตัวเอง บริหารงานเอง ช่วยเหลือกันเอง ซึ่งการตั้งธนาคารเชื่อว่าจะมีโรงสี ผู้ส่งออก และนักธุรกิจที่สนใจ เข้ามาร่วมในการจัดตั้ง และให้ชาวนาได้มีส่วนร่วมในการถือหุ้นด้วย โดยหากทุกฝ่ายร่วมมือกัน และไม่นำประเด็นการเมืองมาเกี่ยวข้อง ก็คงจะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก เหมือนธนาคารทหารไทย ที่มีที่มาจากทหาร
ชาวนาเคลื่อนพลเข้ากรุงทวงเงินจำนำข้าว
ที่จ.อุทัยธานี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ , นายนพดล พลเสน อดีต ส.ส.อุทัยธานี และนายเผด็จ นุ้ยปรี นายก อบจ.อุทัยธานี ได้นำมวลชนซึ่งเป็นชาวนา พร้อมรถอีแต๊ก รถไถนา และรถที่ใช้ในการเกษตร นับร้อยคัน ไปรวมตัวที่ศูนย์โอทอปเมืองพระชนกจักรี ต.หาดทนง อ.เมือง จ.อุทัยธานี จากนั้น ได้เคลื่อนขบวนไปตามถนนสาย 333 เข้าสู่ถนนสายเอเชีย มุ่งหน้ากรุงเทพฯ เพื่อรวมตัวกับชาวนาจังหวัดต่างๆ ทวงเงินจำนำข้าวจากรัฐบาล โดยการเคลื่อนขบวนครั้งนี้ได้นำสัมภาระเตรียมพร้อมที่จะชุมนุมแบบยืดเยื้อ
ทั้งนี้ ที่จ.อุทัยธานี มีชาวนาเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล 21,979 ราย เป็นจำนวนเงินกว่า 3,716 ล้านบาท ถึงปัจจุบัน ธ.ก.ส.สามารถจ่ายเงินตามโครงการรับจำนำข้าวไปแล้ว 4,397 ราย เป็นเงินกว่า 900 ล้าน บาท คงค้างจ่าย 17,852 ราย คิดเป็นเงินอีกกว่า 2,800 ล้าน บาท
นายณัฐชัย พวงสมบัติ ประธานสภาเกษตรกร จ.นครสวรรค์เปิดเผยว่า ชาวนาจากทางภาคเหนือตอนล่าง ทั้งจาก จ.น่าน สุโขทัย พิจิตร กำแพงเพชร จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยนัดรวมตัวที่จะเดินทางพร้อมกับผู้ชุมนุมจากจ.นครสวรรค์ โดยกลุ่มชาวนาทั้งภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ประกอบ น่าน สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ อุทัยธานี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี ปทุมธานี นนท์บุรี สุพรรณบุรี นครปฐม และปราจีนบุรี มีมติที่จะเคลื่อนไหวพร้อมกัน นับตั้งแต่วันนี้ ( 19) เพื่อกดดันรัฐบาลให้จ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าว คาดว่าตัวเลขของชาวนาที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ จะมากกว่า 10,000 คน



