ข่าว

'สุเทพ'บุกชิน3จี้โอ๊คโทรหาพ่อกลับไทย

'สุเทพ'บุกชิน3จี้โอ๊คโทรหาพ่อกลับไทย

19 ก.พ. 2557

'สุเทพ'บุกชิน3จี้โอ๊คโทรหาพ่อกลับไทย ระบุจะตัดท่อน้ำเลี้ยง ลั่นมาทุกวันจนกว่าจะเจ๊ง 'คปท.-กปปส.'ตรึงมวลชนปิดล้อมทำเนียบเข้ม


               เมื่อเวลา 16.35 น.วันที่ 19 ก.พ.2557 ที่อาคารชินวัตร 3 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมผู้ชุมุนมกปปส. เดินทางถึงหน้าอาคารชินวัตรทาวเวอร์ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า โดยรถปราศรัยจอดได้เพียงทางเข้าอาคารเท่านั้น เพราะเจ้าหน้าที่ได้นำโซ่มาล็อกประตูเอาไว้ โดยนายสุเทพปราศรัยว่า ตั้งแต่วันนี้เรามาเยี่ยมบริษัทในเครือตระกูลชินวัตร ที่อยู่ภายในอาคารดังกล่าว จะมาตั้งแต่เวลา 08.30 น. โดยจะติดต่อธุรกิจทุกชั้นๆ ละ 500 คน จนถึงเวลาที่บริษัทปิดและจะมาจนกว่าบริษัทเจ๊ง

               ทั้งนี้ตราบใดที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรากเหง้าระบอบทักษิณยังไม่ถอนตัวออกไป ซึ่งอยากบอกพนักงานในบริษัทว่ามาครั้งนี้ไม่ได้มาทำร้ายใคร ไม่ต้องปิดประตูบริษัทและไม่ต้องเอาตำรวจมาเฝ้าอาคาร แต่หากมาแล้วปิดบริษัทไม่ให้เข้าก็จะแจ้งความฐานความผิดเลือกปฏิบัติต่อผู้บริโภค อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไม่อยากทำเรื่องเหล่านี้ แต่เมื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ลาออกและมีคำสั่งเป็นบัญชีเลือดที่ตระกูลชินวัตรต้องชดใช้ และเราต้องตัดท่อน้ำเลี้ยงโดยพุ่งเป้าไปที่ธุรกิจตระกูลชินวัตรทุกอย่าง

               "ฝากบอกนายพานทองแท้ ชินวัตร ให้โทรศัพท์หาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และบอกว่าอาณาจักรชินวัตรกำลังจะพังด้วยมือประชาชน ขอให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาบัญชาการเอง หากชนะจะได้เป็นประธานาธิบดีปกครองประเทศ โดยมีประชาชนเป็นขี้ข้า และหากแพ้จะได้จบกันเสียที"นายสุเทพ กล่าว

               จากนั้นเวลา 16.55 น. นายสุเทพและแกนนำกปปส. นำมวลชนเดินทางกลับเวทีปราศรัยต่างๆ อย่างไรก็ตามระหว่างที่นายสุเทพปราศรัยนั้น มีพนักงานภายในอาคารรวมทั้งพนักงานบริษัทใกล้เคียงได้มายืนเป่านกหวีดพร้อมตะโกนให้กำลังใจ


ลอบยิงรถกปปส.บนโทลล์เวย์เจ็บ2

               เมื่อเวลา 19.50 น. ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร รายงานว่า เกิดเหตุรถกปปส.ถูกยิงบนทางด่วนโทลล์เวย์ใกล้ทางลงลาดพร้าว เมื่อเวลาประมาณ 18.50 น. มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ทราบชื่อนายสัญญา รอกธยาย อายุ 40 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ไม่ทราบขนาด เข้าที่บริเวณขาด้านซ้าย  และนายสมเกียรติ พรมทอง อายุ 24 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณขาขวา ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว โดยแพทย์ให้พักรักษาตัวที่รพ.พระมงกุฏเกล้า

 

"คปท.-กปปส."ตรึงมวลชนปิดล้อมทำเนียบเข้ม


               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่ปักหลักชุมนุมยึดถนนพิษณุโลก บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาล ยังคงเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย มวลชนส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมสถานการณ์ขอคืนพื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาลจากศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) และจับกลุ่มพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่ชุมนุมวานนี้ (18 ก.พ.) ซึ่งล่าสุดจากการปะทะกันที่สะพานผ่านฟ้า ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 1 ราย รวมเป็น 5 ราย ทั้งนี้มวลชนส่วนใหญ่คงปฏิบัติภารกิจส่วนตัวและรับประทานอาหารเช้า ขณะเดียวกัน ก็มีมวลชนบางส่วน ทยอยเดินทางมาสมทบต่อเนื่อง  ส่วนบริเวณถนนราชดำเนินนอก หน้าประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. โดยการนำของ นายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. ยังคงปักหลักชุมนุมต่อเนื่อง เพื่อรักษาพื้นที่เช่นกัน ซึ่งเหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของการ์ดอาสา

               นายกิตติชัย ใสสะอาด คณะทำงานด้านความปลอดภัย คปท. ได้ชี้แจงกับมวลชนให้อยู่ในที่ตั้ง และรักษาพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล บนถนนพิษณุโลก ไว้ และรอการประสานเพื่อเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงการติดตามคำสั่งของศาลแพ่ง จากกรณีที่ นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ยื่นฟ้องว่า การออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาล ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

               นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. กล่าวว่า วันนี้จะไม่มีการนำมวลชนไปสมทบกับกลุ่ม กปปส. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เนื่องจากต้องตรึงกำลังเฝ้าฐานที่ตั้งที่สะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ายึดพื้นที่หรือสลายการชุมนุมได้ ทั้งนี้ จะติดตามสถานการณ์การบุกไล่ล่านายกรัฐมนตรีของกลุ่มกปปส. อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากมีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้นจะนำมวลชนส่วนหนึ่งเคลื่อนขบวนโดยรถยนต์ไปสมทบทันทีเช่นเดียวกับการชุมนุมของ คปท. หากพบว่ามีการเข้าสลายการชุมนุม กลุ่ม กปปส. รับปากว่าจะเคลื่อนขบวนมาช่วยโดยทันทีเช่นเดียวกัน ส่วนเรื่องการเจรจาขอคืนพื้นที่รอบทำเนียบจาก ศรส. ขณะนี้ยังไม่ตกลงว่า จะมีการเจรจาอีกครั้งเมื่อใด เนื่องจากยังไม่มีการติดต่อประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาอีก

               ต่อมาเวลา 15.00 น. นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. ได้นำอุปกรณป้องกัน หน้ากากกันแก๊นน้ำตาและน้ำเกลือ มามอบให้กับนายอิสสระ สมชัย แกนนำ กปปส. ที่มาปักหลักชุมนุมรักษาพื้นที่บริเวณประตู 5 ถนนราชดำเนิน ทำเนียบรัฐบาล ตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ และพูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบ ให้กำลังใจกัน โดยระหว่างที่นายอุทัย กับนายอิสสระ พูดคุยกันอยู่นั้นได้มีเสียงดังคล้ายระเบิดดังขึ้น 1 ครั้ง ที่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ หน้าสำนักงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย (ยูเอ็น) มวลชนและการ์ด กปปส. จึงรุดเข้าตรวจสอบ แต่ไม่พบผู้ก่อเหตุหรือวัตถุต้นเสียงแต่อย่างใด ขณะที่บริเวณ หน้าสำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก สะพานมัฆวานรังสรรค์ ได้มีผู้พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะคล้ายตุ๊กตากระต่ายมีสายไฟพันโดยรอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงกั้นบริเวณโดยรอบ และหน่วยเก็บกู้ระเบิด บช.น. ได้เข้าทำการเก็บกู้ด้วยการใช้ปืนแรงดันน้ำยิงทำลาย ซึ่งจากการตรวจสอบภายหลังการเก็บกู้พบว่า เป็นเพียงตุ๊กตาไฟฟ้าเก่าๆ ไม่มีแบตเตอรี่และวัตถุระเบิดซุกซ่อนภายในแต่อย่างใด ก่อนจะส่งซากตุ๊กตาทั้งหมดให้ร้อยเวร สน.นางเลิ้ง นำไปสืบสวนต่อ

               เวลา 15.30 น. นพ.นิรันดร์  พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พร้อมกับ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ เวทีกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ(กปท.) ที่สะพานผ่านฟ้า ตรวจสอบหาหลักฐานข้อเท็จจริงหลังเกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเมื่อวันที่ 18 ก.พ. รอบพื้นที่การชุมนุม โดยเฉพาะจุดที่เกิดเหตุปะทะ เพื่อหาข้อมูลหลักฐาน ทั้งนี้ นพ.นิรันดร์ กล่าวว่า วันนี้เป็นเพียงการเข้าดูจุดเกิดเหตุในเบื้องต้น ซึ่งยังไม่พบว่ามีการเข้าตรวจสอบพื้นที่และการตรวจหาพยานวัตถุจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและไม่มีการปิดกั้นจุดเกิดเหตุแต่อย่างใด เนื่องจากส่วนหนึ่งถูกผู้ชุมนุมขัดขวางไว้ โดยในวันพรุ่งนี้ (20 ก.พ.) จะประสานร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ แกนนำกองทัพธรรมและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจสอบพยานหลักฐานและเจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบโดยจะระบุเวลาแจ้งต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง ทั้งนี้ อนุกรรมการจะเร่งดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์ความรุนแรงตั้งแต่มีการชุมนุมของ กปปส. ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้  และขอยืนยันว่า กสม.ต้องการให้รัฐบาลและกลุ่มกปปส.หาข้อยุติจากการเจรจาโดยเร็วเพื่อลดความสูญเสียของประชาชน

               ส่วนพญ.คุณหญิง พรทิพย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีข้อมูลที่สับสนและคลาดเคลื่อนเผยแพร่ไปยังสาธารณะชน โดยเฉพาะการแถลงข่าวของศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. ที่ออกมาชี้แจงข้อมูลทั้งที่ยังไม่มีการตรวจสอบอย่างแท้จริง จึงเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะถอยมาอยู่ตรงกลางไม่ควรออกมาให้ข้อมูลฝ่ายเดียว เพราะถือเป็นคู่ขัดแย้ง อีกทั้งควรจะมีหน่วยงานกลางลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ซึ่งขณะนี้มองว่าเหลือมีเพียงหน่วยงานนี้เพียงที่เดียวแล้วที่จะเข้ามาตรวจสอบได้ และเชื่อว่าการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาและให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายได้

 


“เพื่อไทย”ประณาม“สุเทพ”นำม็อบบุกทำเนียบฯหวังยั่วยุ

 

               นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายสุเทพนำมวลชนบุกไปยังทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ถือเป็นการกระทำที่ยั่วยุให้เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชน


กลุ่มรักเชียงใหม่51แห่ให้กำลังใจจนท.ตร.

               เมื่อเวลา 13.00 น.นายกฤษณพงษ์  พรมบึงรำ รองประธานองค์กรสาธารณะประโยชน์ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51นายวรวุฒิ รุจนาภินันท์ หรือ “ดีเจแดง สองแคว” แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และกลุ่มคนเสื้อแดง กว่า 100 คน ที่แต่งชุดดำ ได้รวมตัวกันบริเวณที่ทำการกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 โรงแรมแกรนด์วโรรส เพื่อเดินทางไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการคืนพื้นที่ของกลุ่มกปปส. ที่กรุงเทพฯ พร้อมทั้งร่วมแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ โดยมี พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ