ข่าว

'ปชป.'ชี้'ปู'เจตนามือเปื้อนเลือด!

'ปชป.'ชี้'ปู'เจตนามือเปื้อนเลือด!

19 ก.พ. 2557

'ปชป.' ชี้ ยิ่งลักษณ์' เจตนามือเปื้อนเลือด ขอคืนพื้นที่หวังคงอำนาจใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อัด ถ้อยแถลง 'จำนำข้าว' ไม่ก่อให้เกิดทางออก แจงเหตุผล 'นายกฯ' ดิ้นเรื่องข้าว

 

                           19 ก.พ. 57  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเสียชีวิตของนายสุพจน์ บุญรุ่ง ที่จะมีพิธีฟังศพบ่ายวันนี้ว่า ตนจะเดินทางไปร่วมพิธีในนามของพรรค และขอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นห่างไกลจากบริเวณที่ตำรวจเข้ากระชับพื้นที่ ภาพที่พบคือผู้ถือกล้องวิดีโอเดินไปในทิศทางที่ไม่มีความรุนแรง แต่ปรากฏภาพนายสุพจน์ วิ่งสวนทางประชาชนเหมือนรู้ตัวว่าถูกปองร้าย หรือถูกไล่ยิง และล้มลงในสภาพเลือดท่วมหัวตามที่ปรากฏในคลิป ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะยิงระยะประชิด จึงตั้งข้อสังเกตว่ามีกระบวนการซุ่มยิง จงใจสั่งการให้มีพลแม่นปืน หรือพลซุ่มยิงทำร้ายประชาชน สร้างสถานการณ์เพื่อไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่

                           นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าเป็นการเตรียมการวางแผนเป็นขั้นตอน ต้อนประชาชนไปอยู่ในพื้นที่หน้ากองสลากที่ห่างไกลจากบริเวณขอคืนพื้นที่เพื่อให้พลซุ่มยิงทำร้ายประชาชน เรื่องนี้สอดคล้องกับภาพในโซเชียลเน็ตเวิร์คที่มีการเผยแพร่ภาพพลซุ่มยิง มีภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจถือปืนสไนเปอร์ ต้องถามว่าปืนลักษณะนี้มีการใช้เฉพาะภารกิจสำคัญ หวังผลในระยะไกลได้ ทำไมนำมาใช้ในภารกิจขอคืนพื้นที่ที่สะพานผ่านฟ้า ศรส. และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส.ต้องตอบ วันนี้ตำรวจและประชาชนเสียชีวิตเพราะความบ้าอำนาจต้องการแสดงอิทธิฤทธิ์ให้นายใหญ่เห็นว่ามีศักยภาพที่จะจัดการกับประชาชน โดยไม่มีเหตุผล หรือความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการดังกล่าว

                           "ประชาชนและตำรวจอาจต้องสังเวยชีวิตเพราะคำทำนายของหมอดูพม่า มีการขนอาวุธเต็มอัตราศึก คลิปสำนักข่าวต่างประเทศก็เป็นหลักฐานตำรวจใช้ปืนสั้นยิงใส่ประชาชน เป็นพฤติกรรมอำมหิต แต่ยังกล้าบอกว่าไม่มีการใช้ความรุนแรง นักการเมืองลอยตัวหลบปัญหาส่งตำรวจไปตาย ส่งคนไปสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นนายกที่เจตนามือเปื้อนเลือดทั้งเลือดประชาชนบนท้องถนนและเลือดของชาวนาที่ต้องตายเพราะคำโกหกของนางสาวยิ่งลักษณ์ อยากนั่งในตำแหน่งเชิญตามสบายกฎหมายและกฎแห่งกรรมจะได้ตามไปจัดการกับนางสาวยิ่งลักษณ์"

 

 

'องอาจ' เชื่อปฏิบัติการขอคืนพื้นที่หวังคงอำนาจใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 

                           นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง การขอคืนพื้นที่ที่สะพานผ่านฟ้า จนมีผู้เสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บกว่า 60 คน ว่า การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ ขัด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 17 ที่ระบุว่า การเข้าปฏิบัติการตาม พ.ร.ก.นี้ต้องดำเนินการโดยสุจริต แต่เห็นได้ชัดเจนว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ไม่น่าจะสุจริต มีความพยายามหลอกล่อเจรจา แต่อีกด้านหนึ่งใช้กำลังเข้าปราบปราม โดยมีการสร้างเงื่อนไขที่ทำให้ตกลงกันไม่ได้ จึงถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต นอกจากนี้การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ต้องไม่เลือกปฏิบัติ แต่การดำเนินการสลายการชุมนุมมีลักษณะเลือกปฏิบัติ และเกินกว่ากรณีจำเป็น เพราะมีการใช้อาวุธหนัก เบา หลายประเภท ใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมอย่างผิดวิสัยที่ควรจะทำ ดังนั้นการดำเนินการของ ศรส.จึงถือว่าเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ ทั้งนี้มีคำถามว่าทำไมต้องสลายการชุมนุมให้ได้ในวันที่ 18 ก.พ. 57 ทั้งที่ผู้ชุมนุมอยู่บริเวณนั้นมานานแล้ว และสามารถเจรจาเพื่อหาข้อยุติได้ แต่กลับนำไปสู่ความรุนแรง เพราะมีความพยายามสร้างสถานการณ์ที่ประสงค์ให้คงการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปใช่หรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีการสร้างความรุนแรง อาจนำไปสู่ข้ออ้างที่จะไม่ให้ศาลแพ่งมีคำสั่งเพิกถอนการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใช่หรือไม่ เพื่อคงอำนาจการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปหรือไม่

 

 

อัด 'นายกฯ' ถ้อยแถลง 'จำนำข้าว' ไม่ก่อให้เกิดทางออก

 

                           นายองอาจ กล่าวถึงการแถลงผ่านทีวีพูลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ยืนยันว่า โครงการจำนำข้าวเป็นโครงการที่ดีว่า ส่งผลกระทบต่อตัวรัฐบาลและการช่วยเหลือชาวนา เนื่องจากเป็นคำแถลงที่ไม่ก่อให้เกิดการหาทางออกเพื่อช่วยเหลือชาวนาแล้ว แต่จะทำให้ปัญหาลุกลามมากขึ้นจากความเดือดร้อนชาวนาบานปลายกลายเป็นผลกระทบต่อตัวรัฐบาลเอง ทั้งนี้นายกฯ ควรแถลงเพื่อสร้างทางออกมากกว่าการนำเสนอข้อมูลผ่านทีวีพูลเพื่อเอาตัวรอดให้กับรัฐบาล 

                           นายองอาจ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ ป.ป.ช.จะเรียกนายกฯ ไปรับทราบข้อกล่าวหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่โครงการทุจริตจำนำข้าว ในวันที่ 27 ก.พ.นี้นั้น หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนยันว่าโครงการนี้สำเร็จขอให้ทำตามสิ่งที่ได้แถลงว่ายินดีที่จะถูกตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของ ป.ป.ช.จึงขอให้ปฏิบัติตามคำพูดร่วมมือกับ ป.ป.ช.ไปรับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง ตนจะติดตามว่านายกจะทำตามคำพูดหรือไม่

 

 

'จุรินทร์' ร่ายเหตุผลที่ 'ยิ่งลักษณ์' ดิ้นเเถลงเรื่องข้าว

 

                           นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีผู้สนใจหลายคนสอบถามตนมาว่ามติ ป.ป.ช.18/2/57กรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่ ป.ป.ช.แถลง ไม่ได้มีผลให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายกฯรักษาการเลยหรือ ก็ขอตอบว่า กรณีที่ ป.ป.ช.โดยนายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช.ได้แถลงนั้น เป็นแค่การแถลงมติเอกฉันท์ของกรรมการป.ป.ช.ให้เรียกตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ มารับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหาเจตนาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 และข้อหาจงใจใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 นั่นคือ

                           "ในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐมนตรี (นายกรัฐมนตรี) ต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายที่ได้แถลงไว้ตามมาตรา 176 และต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรในหน้าที่ของตน รวมทั้งต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อรัฐสภาในนโยบายทั่วไปของคณะรัฐมนตรี"

                           ซึ่งหากฝ่าฝืนก็จะเป็นเหตุให้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ขณะทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ยื่นถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีทุจริตข้าวถุงอันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรับจำนำข้าวที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีเจ้าของนโยบายและประธานกขช.เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดไว้ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งล่าสุดไว้แล้ว  ปรากฏว่าหลังจาก "องค์คณะไต่สวนถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์" ของป.ป.ช. ได้ดำเนินการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว พบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้งในฐานะนายกฯ และปธ.กขช.มีเจตนาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ นั่นคือนอกจากไม่ระงับยับยั้งโครงการตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 11 (1) แล้วยังประกาศยืนยันเดินหน้าโครงการต่อไปจนเกิดความเสียหายมหาศาล ทั้งที่ได้มีการทักท้วงจากหลายฝ่ายมาโดยลำดับนับตั้งแต่ 

                           1. หนังสือทักท้วงจาก กรรมการป.ป.ช.เรื่องการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว 

                           2. การอภิปรายไม่ไว้วางใจ2ครั้งของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ทั้งการทุจริตการขายข้าวแบบ จี ทู จี และการทุจริตข้าวถุง

                           3. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับทราบรายงานความเสียหายเฉพาะฤดูแรกของการรับจำนำฤดูเดียวว่าสร้างความเสียหายถึง2แสนล้านบาทจากประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการ (น.ส.สุภา ปิยะจิตติ) แต่ยังเดินหน้าโครงการต่อไป ทั้งยังใช้อำนาจโยกย้าย น.ส.สุภา ออกจากตำแหน่งให้พ้นทาง  

                           4. สตง.ได้มีหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้ทบทวนและยุติโครงการ เพราะเกิดปัญหาทั้งการทุจริตการรับจำนำ การระบายข้าวและการค้างชำระหนี้ค่าข้าวแก่เกษตรกรโดยป.ป.ช.มีมติให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มารับทราบข้อกล่าวหาต่อป.ป.ช.ในวันที่ 27 ก.พ. เวลา 14.00 น. จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะต้องชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในเวลา 15 วันหลังจากเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา และหลังแก้ข้อกล่าวหา หากป.ป.ช.ชี้มูลว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ กระทำผิดจริง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีในทันที จากนั้นป.ป.ช.ก็อาจส่งคดีไปให้อัยการเพื่อส่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต่อศาลฏีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีอาญา มาตรา 157 และส่งวุฒิสภาเพื่อถอดถอนต่อไป หากวุฒิสภามีมติด้วยคะแนนเสียงเกินกว่า 3 ใน 5 ก็จะมีผลให้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และต้องถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

                           ประเด็นที่จะต้องติดตามถัดจากนี้ไปคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะขอเลื่อนวันเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 27 ก.พ.ออกไปหรือไม่ และจะขอยืดเวลาการแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาออกไปด้วยหรือไม่ เพื่อ "ถ่วงยื้อ" เวลาอยู่ในอำนาจออกไปให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ !!! แต่ถึงแม้จะใช้เล่ห์เหลี่ยมอย่างไรก็คาดว่าจะซื้อเวลาออกไปได้อีกไม่นาน

                           ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจว่า "ไม่มีการทุจริตจำนำข้าวของฝ่ายนโยบายและความหวังของชาวนาที่จะลืมตาอ้าปากกำลังถูกทำลายเพราะเกมการเมือง" นั้น ถือเป็นการโกหกและปัดสวะที่ไร้ความรับผิดชอบที่สุด เพราะการทุจริตเริ่มต้นจากฝ่ายนโยบาย ที่ผ่านมาฝ่ายนโยบายบางคนก็ถูกปปช.ชี้มูลไปแล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ชาวนาถูกเบี้ยวค่าข้าวก็ถูกเบี้ยวต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 ก่อนการชุมนุมและยุบสภา ที่ออกมาแถลงทั้งหมดจึงแค่ "ข้อแก้ตัว" กับการ "โยนบาป" ให้คนอื่นและเจตนาลดนํ้าหนักการแจ้งข้อหา

 

 

'จุฤทธิ์' โวยรัฐบาลจัดสรรเงินทำคุก 3 หมื่นล้าน แต่ไม่มีเงินจ่ายจำนำข้าว

 

                           นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ดำเนินการก่อสร้างเรือนจำทัณฑสถานทั่วประเทศ งบประมาณ 30,000 ล้านบาท แต่รัฐบาลกลับบอกไม่มีเงินจ่ายชาวนา แต่พบว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อก่อสร้างเรือนจำ โดยที่จังหวัดพังงามีเรือนจำแล้วสองแห่งแต่มีการจัดซื้อจัดจ้างวงเงิน 500 ล้านบาทสร้างเรือนจำแห่งใหม่ ทั้งๆ ที่มีเรือนจำอยู่แล้ว 2 แห่ง ที่ตะกั่วป่ามีผู้ต้องหา 500 คน ส่วนที่พังงามีผู้ต้องหา 700 คน และโครงการนี้ประชาชนคัดค้านเป็นจำนวนมากแต่ไม่ปรากฏเป็นข่าว ทั้งนี้เรือนจำที่จะสร้างใหม่อยู่ใกล้โรงเรียนอนุบาลและวิทยาลัยเทคนิคโดยอยู่ในศูนย์ราชการ จึงมีคำถามว่าทำไมรัฐบาลสร้างเรือนจำในเขตชุมชนเมือง ทำไมสร้างในเมืองท่องเที่ยว และทำไมบอกไม่มีเงินจ่ายชาวนาจึงมีเงินสร้างเรือนจำใหม่