ข่าว

ยูเครนปะทะม็อบดับ21เจ็บหลายร้อย

ยูเครนปะทะม็อบดับ21เจ็บหลายร้อย

19 ก.พ. 2557

ตร.ปราบจลาจลยูเครนทำการสลายผู้ประท้วง ที่ชุมนุมในจตุรัสกลางกรุงเคียฟ เมื่อวานต่อเนื่องถึงเช้าวันนี้ ทำให้เกิดการนองเลือดมีผู้เสียชีวิตอ 21 คน ผู้บาดเจ็บหลายร้อย

 
 
 
          วันที่ 19 ก.พ.57  จตุรัสเอกราชในกรุงเคียฟกลายเป็นสมรภูมิรบหลังตำรวจทั้งฉีดน้ำ ยิงแก๊สน้ำตา กระสุนยาง และกระสุนจริง เข้าสลายกลุ่มผูู้ประท้วงราว 2 หมื่นคนเพื่อขอคืนพื้นที่ หลังจากได้กำหนดเส้นตายให้ผู้ประท้วงออกไปจากจตุรัสภายในเวลา 6 โมงเย็นของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น แต่ผู้นำพรรคฝ่ายค้านที่เป็นแกนนำผู้ประท้วงยังคงกล่าวปราศรัยบนเวทีต่อไป และเรียกร้องให้ประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช ยุติการปราบปรามผู้ชุมนุม โดยบอกว่าอย่าปล่อยให้ยูเครนกลายเป็นประเทศที่เลือดนองแผ่นดิน 
 
          การปะทะระหว่างสองฝ่ายเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้าวันอังคาร หลังจากผู้ประท้วงพยายามเคลื่อนขบวนไปยังรัฐสภาและฝ่าแนวตำรวจเพื่อกดดันการประชุมแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการลดทอนอำนาจของประธานาธิบดี ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านกล่าวหาว่ารัฐบาลพยายามเตะถ่วงและไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการปะทะขยายวงกว้างไปยังจุดอื่น และตำรวจเข้าบุกทำลายแบร์ริเออร์ของผู้ชุมนุมรอบจตุรัส แต่ผู้ประท้วงตอบโต้ด้วยก้อนหิน กระบอง และระเบิดขวด รวมทั้งจุดไฟเผายางรถยนต์และบุกทำลายสถานที่ราชการ  หนึ่งในแกนนำผู้ประท้วงประกาศว่ารัฐบาลซาตานจะต้องถูกทำลายย่อยยับ และคนชั่วสมควรตาย
 
          เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิต 21 คนจากเหตุปะทะ ได้แก่ ผู้ประท้วง 14 คนและตำรวจ 7 นาย โดยผู้ประท้วงบางคนเสียชีวิตจากกระสุนจริง ถูกรถชน หรือ สำลักควันไฟ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีกหลายร้อยคนได้แก่ ตำรวจ 272 นาย และผู้ชุมนุม 221 คน 
 
          หลังเหตุนองเลือด ประธานาธิบดียานูโนโควิชได้พบเจรจากับนายวิทาลี คลิตช์โก้ ผู้นำพรรคฝ่ายค้านในคืนวันเดียวกัน แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความรุนแรง
 
          นานาชาติต่างแสดงความกังวลต่อความรุนแรงในยูเครน โดยแคทเธอรีน แอชตัน หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป เรียกร้องให้ยูเครนเร่งแก้ไขวิกฤติที่ต้นตอของปัญหา นอกจากนี้ลิธัวเนียเตือนว่ายูเครนเสี่ยงถลำเข้าสู่สงครามกลางเมืองและเรียกร้องให้อียูลงโทษคว่ำบาตรผู้นำรัฐบาลยูเครน ขณะที่บัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น ส่วนรัสเซียกล่าวโทษว่าเหตุรุนแรงในยูเครนเป็นผลโดยตรงจากนักการเมืองชาติตะวันตกและองค์กรยุโรปที่ทำเป็นไม่เห็นพฤติกรรมก้าวร้าวของกลุ่มหัวรุนแรงในกลุ่มผู้ประท้วง
 
          วิกฤติในยูเครนเริ่มขึ้นจากกระแสความไม่พอใจของพรรคฝ่ายค้านต่อประธานาธิบดีที่ระงับการลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับสหภาพยุโรป และหันไปทำข้อตกลงกับรัสเซียที่จะรับเงินช่วยเหลือ 15,000 ล้านดอลลาร์ และฝ่ายค้านยกระดับการชุมนุมเป็นการเรียกร้องให้ปลดรัฐบาลและจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีก่อนกำหนด