
'สุเทพ'ยกทัพ!บุก'ศรส.-ตึกชิน3'
19 ก.พ. 2557
'สุเทพ'กางโมเดลปฏิรูปให้ทหารฟัง ขอสป.กห.หยุดให้'ยิ่งลักษณ์'ใช้เป็นที่ทำงาน ลุยถึง'ศรส.-ตึกชิน3' ย้ำ'จะมาบ่อยๆ' ด้าน'เฉลิม'สั่งจับหากบุก
19 ก.พ.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มวลชน กปปส.เวทีปทุมวันที่ปักหลักค้างคืน ต่างตื่นทำภารกิจส่วนตัวตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อเตรียมตัวเคลื่อนขบวนไปกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ที่ได้ประกาศยกระดับการชุมนุมทางการเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ด้วยการเข้าประชิดตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทุกที่ทุกวัน ไม่ว่าจะอยู่สถานที่ใดก็ตาม
ทั้งนี้ จะเริ่มเคลื่อนตั้งแต่เวลา 10.00 น. โดยเดินทางด้วยรถยนต์จากทุกเวที ส่วนประชาชนที่เดินทางจากต่างจังหวัดเข้ามาสมทบให้มุ่งหน้าไปที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี จนกว่านายกรัฐมนตรีจะอยู่ไม่ได้ ส่วนการรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่การชุมนุม ยังเป็นไปด้วยความเข้มงวด การ์ดยืนประจำตามจุดตรวจตราทั้งรถและบุคคลที่เข้า-ออก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.10 น. นายสุเทพ พร้อมด้วยแกนนำ เข้าเจรจากับ พล.อ.อภิชาติ แสงรุ่งเรือง ผู้อำนวยการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และพลังงานทหาร ซึ่งดูแลรับผิดชอบอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.กห.) พร้อมคณะนายทหาร ที่ห้องกองเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ กรมการเงินกลาโหม สป.กห.
โดยนายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องที่น่ากลัวที่สุดคือ เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นที่มีตัวอย่างที่ดีที่สุดคือ โครงการรับจำนำข้าวทุจริตใช้เงินมากถึง 7-8 แสนล้านบาท ขาดทุนถึง 4-5 แสนล้านบาท ชาวนาก็ไม่ได้รับเงินทำให้ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ซึ่งการทุจริตครั้งนี้เป็นการทำลายชาติที่รุนแรงที่สุด ซึ่งตนรับไม่ได้ ตนเคยเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เคยทำงานในกระทรวงกลาโหม แต่ไม่เคยสั่งให้ทหารทุจริตให้เลย แต่วันนี้การโกงไม่ใช่แค่ 2-5 เปอร์เซ็นต์ แต่โกงถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ แล้วจะเหลือเงินส่วนไหนมาพัฒนาประเทศ อีกทั้ง มีการเล่นพรรคเล่นพวกเป็นการทำลายวงการราชการมีอย่างที่ไหนคนเป็นตำรวจยศสูงถึงพลตำรวจมาบอกว่า มีวันนี้เพราะพี่ให้ กล้าทำอะไรก็ได้ทุกอย่างตามที่เขาสั่งมา โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง และทั้งหมดคือสิ่งที่คนไทยทนไม่ได้ ดังนั้น วันนี้เขาไม่ได้ออกมา เพราะกำนันสุเทพแต่เขาสะสมความในใจมากว่า 10 ปีแล้ว และเขาต้องการปฏิรูปประเทศ เพื่อไม่ให้มีการคอร์รัปชั่นอีกต่อไป พร้อมทั้งให้ประชาชนมีอำนาจปกครองบ้านเมืองจึงต้องรีบปฏิรูป เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม
"ผมไม่ต้องการเป็นใหญ่หรือเป็นนายกฯ และทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ไม่ได้อยากมีตำแหน่งทางการเมือง แต่ถ้าเราทำให้ยิ่งลักษณ์ออกไปได้ เราจะให้คนกลางที่ประชาชนเคารพนับถือ ซึ่งอาจเป็นข้าราชการพลเรือนสักคนหนึ่ง เป็นพ่อค้า ทหาร หรือเป็นใครก็ได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่เอานักการเมืองมาเกี่ยวข้อง พร้อมปฏิรูปประเทศเพื่อตั้งสภานิติบัญญัติของประชาชน โดยที่ไม่มีนักการเมือง เพราะเราจะแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ถ้าหากมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะจะเสียประโยชน์ และคิดว่าใช้เวลา 1 ปีหรือปีครึ่งก็จบได้" นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่า ที่ตนออกมาชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้หวังผลทางการเมือง หากทำงานนี้สำเร็จนั่นคือ การทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรวมถึงล้างระบอบทักษิณให้หมดไปได้ ตนก็จะวางมือไม่เล่นการเมืองอีกแล้ว รวมถึงไม่ลงเลือกตั้ง หากเสร็จงานนี้แล้วตนไม่ติดคุกเสียก่อนก็จะกลับบ้านที่จังหวัดสุราษฎ์ธานีทันที ก็ขอเชิญทุกท่านไปทานหอยนางรมด้วยกันด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครคิดว่าตนจะต่อสู้ได้นานขนาดนี้ และไม่อยากเชื่อว่า ประชาชนออกมาได้ขนาดนี้ คือสามารถต่อสู้ได้เป็นปี เพราะประชาชนทนเห็นความเสียหายของบ้านเมืองต่อไปไม่ได้
"ผมฝากเรียนสิ่งเหล่านี้ต่อ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ด้วยว่าเราไม่ต้องการให้คุณยิ่งลักษณ์ใช้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นที่ทำงานอีกไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งนายกฯ หรือรมว.กลาโหม เพราะอาคารนี้สร้างจากภาษีประชาชน แต่ยิ่งลักษณ์คือ คนที่ประชาชนไม่ต้องการ และถ้ายิ่งลักษณ์ยังมาทำงานที่นี่ พวกผมก็จะมาล้อมที่นี่ทุกๆ วัน และถ้ายังคงมาอีกก็จะย้ายเวทีมาปักหลักตั้งเวที 24 ชั่วโมงที่นี่ เพราะเราต้องการให้เขาออกไป"นายสุเทพ กล่าว
เลขากปปส. กล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้วประชาชนต้องการให้ตนขึ้นไปตรวจอาคารว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังอยู่หรือไม่ แต่ในเมื่อทหารบอกว่าไม่อยู่ ตนก็เชื่อในเกียรติของทหาร แต่ขอให้บอกพล.อ.นิพัทธ์ด้วยว่า อย่าให้น.ส.ยิ่งลักษณ์มาที่นี่อีก เพราะถ้าครั้งหน้าเรารู้ว่ายังมาอยู่เราจะขออนุญาตเข้าพื้นที่อาคาร แต่ยืนยันว่า เราไม่อยากทะเลาะกับทหาร แต่วันนี้ทนไม่ได้จริง ๆ เพราะต้องจบให้เร็วที่สุด
"วันนี้อยากให้ทหารถามใจตัวเองว่าระบอบทักษิณทรยศกับสิ่งที่ทหารได้ปฏิญาณหรือไม่ และวันนี้เราขอขอบคุณทหารทั้ง 3 เหล่าทัพในเรื่องของการวางตัว แต่ถ้าทหารตัดสินใจอยู่เคียงข้างประชาชนวันไหน เรื่องทุกอย่างจะจบลงทันที และถ้าจบลงแล้ว พวกท่านก็สามารถมาช่วยกำหนดอนาคตของประเทศกันได้ จึงขอให้สำนักงานปลัดฯ มีความชัดเจนเหมือน 3 เหล่าทัพด้วย เพราะวันข้างหน้าท่านต้องทำงานกับประชาชนอีก ตั้งแต่วันนี้จะยกระดับการชุมนุม หากน.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ไหนเราก็จะตามไป แต่ยืนยันว่าไม่ให้เข้าไปในทำเนียบรัฐบาลอย่างแน่นอน" นายสุเทพ กล่าว
ด้านพล.อ.อภิชาต แสงรุ่งเรือง กล่าวว่า จะนำสิ่งที่นายสุเทพกล่าวมาเรียนปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมยืนยันว่าทหารอยู่ในกรอบ ซึ่งปลัดกระทรวงกลาโหมและพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ยังบอกพวกตนว่า การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง พวกเราเป็นฝ่ายความมั่นคงไม่เอนเอียงฝ่ายไหนฝ่ายหนึ่ง เราอยู่ภายใต้กฏหมายและผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น
แต่ทั้งนี้นายสุเทพ กล่าวแย้งทันทีว่า การเมืองแก้ด้วยการเมืองไม่ได้ เพราะขณะนี้สถานการณ์ไม่ปกติ จึงต้องใช้วิธีพิเศษ ซึ่งพล.อ.อภิชาต กล่าวต่อว่า ความเป็นธรรมจะเข้าข้างความถูกต้อง ซึ่งท่านรู้ว่าอะไรคือ ความถูกต้องเราจะไม่ตัดสินใจแทนท่าน พวกท่านคงรู้ข้อมูลที่ถูกต้องอยู่แล้ว และว่าแต่ระดับพลเอกเลยพลทหารก็รู้หมดแล้ว ที่จะเข้าข้างความถูกต้องและเป็นธรรม
จากนั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากจบการเจรจาได้มีเจ้าหน้าที่ทหารนายหนึ่งเดินมาด้านหลังข้างนายสุเทพแล้วนำซองสีน้ำตาลบรรจุเงินที่มีโลโก้ของธนาคารออมสินมามอบให้นายสุเทพพร้อมกับกล่าวว่า ให้นำเงินไปช่วยชาวนาด้วย นายสุเทพจึงรับซองดังกล่าวแล้วกลับไปพบมวลชนทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการพูดคุยกับตัวแทนนายทหารเสร็จสิ้น นายสุเทพ กลับออกมาขึ้นเวที ชี้แจงผลการพูดคุยกับฝ่ายทหาร ถึงการเคลื่อนไหวของมวลชนว่า มีจุดประสงค์เพื่อล้มล้างระบบทักษิณ ไม่มีเจตนาที่จะทะเลาะกับทหาร และเชื่อฝ่ายทหารที่ยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เข้ามาปฏิบัติงานในวันนี้ พร้อมกันนั้น นายสุเทพประกาศกับมวลชนให้ยกระดับการชุมนุม โดยพุ่งเป้าโจมตีธุรกิจในครอบครัวชินวัตร โดยเฉพาะบริษัท เอสซี แอสเซส และเตือนนักลงทุนและบริษัทที่ซื้อหุ้นในเครือชินวัตรให้รีบขายออกโดยเร็ว หากพวกตนดำเนินการอะไรอย่าหาว่าไม่เตือน อย่างไรก็ตาม นายสุเทพและมวลชนได้พักทานอาหารเที่ยงก่อน และจากนั้นเวลา 14.00น.นายสุเทพนำมวลชนเคลื่อนขบวนไปยังศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) ถนนวิภาดีรังสิตต่อทันที และระบุว่า จะเดินทางต่อไปยังอาคารชินวัตร 3 ด้วย
"สุเทพ"แวะเยี่ยม"กปปส.แจ้งวัฒนะ"
เมื่อเวลาประมาณ 14.50 น. นายสุเทพ ได้เคลื่อนขบวนมวลชนจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี ผ่านถนนแจ้งวัฒนะเพื่อมุ่งหน้าไปยังสโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อไปปักหลักชุมนุมกดดันศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) โดยนายสุเทพ ได้ลงจากรถมาขึ้นเวทีพร้อมกับหลวงปู่พุทธะอิสระ เเกนนำกปปส.ที่มารอต้อนรับ ซึ่งนายสุเทพใช้เวลาปราศรัยกับมวลชนประมาณ 5 นาที โดยกล่าวว่า เป็นความตั้งใจมานานที่จะมาเวทีแจ้งวัฒนะ แต่มีหมายจับจึงกลัวว่าตำรวจจะดักจับกลางทาง ทั้งนี้ ขอให้มวลชนปักหลักสู้ต่อไปโดยหลังจากนี้ ตนขอยอมรับข้อเสนอของหลวงปู่ฯ ที่ให้รุกรานธุรกิจตระชินวัตรและเครือข่ายทุกแห่ง จนกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะทนอยู่ไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่นายสุเทพและหลวงปู่ฯ ขึ้นเวทีปราศรัยได้มีฝนตกโปรยปรายลงมาก่อนที่จะตกลงอย่างหนักไล่หลังขบวนมวลชนกปปส.ที่มุ่งหน้าไปศรส.
หลวงปู่ฯ กล่าวหลังส่งนายสุเทพว่า ยินดีที่นายสุเทพรับข้อเสนอที่เคยหารือเอาไว้ โดยขอให้มวลชนเตรียมความพร้อม เพราะในวันที่ 20 ก.พ. มวลชนแจ้งวัฒนะอาจต้องเปลี่ยนที่นอน โดยขอให้มวลชนช่วยสำรวจสถานที่ตั้งธุรกิจตระกูลชินวัตรที่อยู่ใกล้พื้นที่ชุมนุมมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังไม่ขอเปิดเผยแนวทางการเคลื่อนมวลชนว่า จะมีลักษณะใด แต่ยืนยันจะไม่ทิ้งเวทีที่แจ้งวัฒนะ ทั้งนี้ ขอย้ำว่าการจัดการกับธุรกิจของของตระกูลชินถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะหากสามารถจัดการได้ก็จะทำให้ตระกูลชินหมดฤทธิ์
หลวงปู่ฯ ยังกล่าวถึงการจัดพื้นที่จราจรว่า นอกจากแนวโน้มการเปิดช่องทางจราจรด้านข้างเวทีชุมนุมเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้รถใช้ถนนแจ้งวัฒนะมากขึ้นแล้ว อาจมีการยุบแนวบังเกอร์ด้านหลังศูนย์ราชการ เพื่อให้รถเดินทางสะดวกและลดความรับผิดชอบของการ์ดที่ต้องเข้าไปดูแลในจุดดังกล่าวด้วย
"เทือก"นำมวลชนถึง"ศรส.แล้ว-"เฉลิม"สั่งจับหากบุก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น.ที่สโมสรตำรวจที่ตั้งศูนย์รักษาสงบ (ศรส.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้การปิดทางเข้า-ออกด้านหน้า พร้อมขึงรั้วลวดหนามไว้หลายชั้น เพื่อเตรียมพร้อมหลังจากที่นายสุเทพ ประกาศนำมวลชน พร้อมแกนนำจำนวนหนึ่งเดินทางมาชุมนุม
จากนั้น เวลา 15.00 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.ศรส.เดินจากห้องทำงานในตึก บช.ปส.ไปตรวจเยี่ยมกำลังพลที่มาดูแลความสงบภายในสโมสรตำรวจ โดยร.ต.อ.เฉลิมปราศรัยกับกำลังพล ว่า สถานที่แห่งนี้คือ สถานที่ราชการ เป็นทรัพย์สมบัติแผ่นดิน ไม่ใช่สถานที่ที่ใครจะไปจะมาก็ได้ ใครทำความผิดบุกรุกสถานที่ราชการถือเป็นความผิดซึ่งหน้า หากใครบุกรุกสามารถจับได้เลย เราไม่กลัวม็อบที่มีอาวุธสงคราม เราเกรงว่า พี่น้องสุจริตชนที่ถูกนายสุเทพหลอกลวงมาจะได้รับอันตรายมากกว่า ขอเตือนด้วยความหวังดี แน่จริงให้นายสุเทพเข้ามาคนเดียว จะให้กองร้อยน้ำหวานเข้าไปจับคนเดียวเหมือนกัน
"เทพเอ้ย ฟังแล้วอย่ามายุ่งกับสโมสรตำรวจ มาแล้วให้ผ่านไป ด่าผมได้ แต่อย่าด่าสถาบันตำรวจ และสำหรับตำรวจจากนี้จะไม่มีรอยเล็บข่วน ขอให้ทุกคนยืนไว้อาลัย 1 นาที ให้ตำรวจที่เสียชีวิต ขอให้เป็นศพสุดท้ายในการแก้ไขปัญหาการชุมนุม” หลังจากกล่าวจบ ร.ต.อ.เฉลิม เดินกลับเข้าห้องทำงานในตึกบช.ปส.ทันที
หลังจากที่ ร.ต.อ.เฉลิม ปราศรัยจบไม่ถึง 5 นาที ขบวนของนายสุเทพ ก็เดินทางมาถึงและผลัดกันปราศรัยโจมตี ร.ต.อ.เฉลิม ทันที ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดเพลงผ่านรถติดเครื่องขยายเสียงตอบโต้
โดยนายสุเทพ ปราศรัยว่า รัฐบาลหมดความชอบตั้งแต่วันที่ปฏิเสธอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ จึงไม่ชอบธรรมทางกฎหมายและไม่ชอบธรรมทางการเมือง เพื่อให้ตำรวจทราบว่า ประชาชนไม่ต้องการระบอบทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชั่วร้ายไม่ต่างจากทักษิณขอให้ตำรวจตรึกตรอง เราทำเพื่อลูกหลาน จะได้ตอบลูกหลานได้ว่า ไม่ได้รับใช้ทรราช ตนเคยเป็นรองนายกฯ ดูแลตำรวจไม่เคยสั่งให้ตำรวจทำสิ่งชั่วร้าย เหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ผอ.ศรส.สั่งการให้เข่นฆ่าประชาชนในขณะที่ประชาชนนั่งสวดมนต์ ทำให้ตำรวจเสื่อมเสียเกียรติยศ แต่ตนเชื่อตำรวจส่วนใหญ่เป็นคนดี ซึ่งตนจะจัดทนายฟ้อง ร.ต.อ.เฉลิม และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ข้อหาสั่งฆ่าประชาชน หากทำอีกจะมารื้อ ศรส.ด้วยมือประชาชน
“เหลิมนายกับเรามาชกกันตัวกันหน้าตำรวจนี่ ถ้าแพ้ตนมอบตัว ถ้าตนน็อคมเหลิม เหลิมคลานตามตน ว่าไงเหลิม มาพบกับกำนันแก่ๆอย่างตนมั้ยเหลิม” นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มกปปส.ได้เดินทางออกจากหน้าสโมสรตำรวจ ในเวลา 16.15 น. ไปยังตึกชินวัตร 3 ต่อไป โดยไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ
"กำนันเทือก"ถึงตึกชิน แล้ว ย้ำจะมาเยี่ยมบ่อยๆ
ล่าสุด เวลา 16.30 น.นายสุเทพ นำมวลชนเดินทางไปถึงอาคารชินวัตร 3 ที่ตั้งของบริษัท เอสซี แอสเซท ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยเป็นผู้บริหารอยู่ และปราศรัยถึงเหตุผลในการออกมาชุมนุม และโจมตีน.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมจะส่งคนมาติดต่อธุรกิจ ชั้นละ 500 คน ทุกวัน ยืนยันว่า จะไม่ทำร้ายใคร ไม่ต้องให้ตำรวจมาเฝ้า อย่างไรก็ตาม นายสุเทพ สังเกตเห็นว่า มีตำรวจมารักษาความปลอดภัยที่อาคาร
กปปส.หวิดปะทะทหารที่จะลากลวดหนามปิดหน้าสนง.ปลัดกห.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น.มวลชนกลุ่ม กปปส.ทยอยเดินทางมารวมตัวพร้อมกับเป่านกหวีด รวมถึงนำรถกระบะติดตั้งเครื่องขยายเสียงมาอยู่ที่ร้านจำหน่ายรองเท้ายี่ห้อ บาจา ฝั่งตรงข้ามสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ภายในเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อรอสมทบกับผู้ชุมนุมกลุ่มใหญ่ที่นำโดยนายสุเทพ ที่อาจจะเดินทางมาภายหลัง
ขณะที่ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมยังคงมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยภายในอาคารมีกำลังเจ้าหน้าที่ทหารหลายกองร้อยที่เป็นการสนธิกำลังจากกองบัญชาการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงาน ทหารจากหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน และกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน อีกทั้ง ทหารหน่วยปฏิบัติการจิตวิทยาได้แจ้งผ่ายเครื่องขยายเสียง ทำความเข้าใจและขอร้องไม่ให้ผู้ชุุมนุมเข้ามาในพื้นที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ส่วนบริเวณรอบนอกใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรักษาความปลอดภัย ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีกำลังประมาน 13 กองร้อย แต่จะมีการปรับกำลังเพิ่มเติมตามสถานการณ์ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนและเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด(อีโอดี)ได้ตั้งจุดตรวจโดยรอบทางเข้ามายังบริเวณนี้ และกระจายกำลังในหลายจุด ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารเตรียมหน่วยบริการเปลี่ยนยางรถยนตร์เพื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น หลังเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีรายงานว่ามีการโรยตะปูเรือใบบริเวณใต้ทางด่วนก่อนถึงทางเข้าเมืองทองธานี
นอกจากนี้ ธนาคารกสิกรไทย สาขาแจ้งวัฒนะ ภายในเมืองทองธานี ที่อยู่เยื้องกับอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ได้แจ้งปิดทำการกะทันหัน ในช่วงเช้า ทำให้มีพนักงานบางส่วนที่เดินทางมาถึงแล้ว ต้องเดินทางกลับ ซึ่งจากการสอบถามพนักงานธนาคารดังกล่าว ทราบว่าผู้บริหารไม่ได้แจ้งสาเหตุที่ให้หยุดทำงานในวันนี้(19 ก.พ.) โดยต้องขอประเมินสถานการณ์การชุมนุมเบื้องต้นก่อน ขณะที่มีการจัดงานตามอาคารต่างๆ ในเมืองทองธานี โดยที่อาคารชาแลนเจอร์มีการจัดงานประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททดลอง และงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีครูและนักเรียนหลายพันคนมาร่วมงาน รวมถึงมีงานบางกอกเฟอร์นิเจอร์เอ็กซ์โป 2014 ที่อาคารอิมแพค เมืองทองธานี รวมถึงมีการเข้าค่ายลูกเสือที่บริเวณทะเลสาปเมืองทองธานี จึงทำให้การจราจรภายในเมืองทองธานีหนาแน่น
อย่างไรก็ตามในเวลา 09.30น. มีเหตุกระทบกระทั่งกันเล็กน้อยระหว่างมวลชนกับเจ้าหน้าที่ทหาร เนื่องจากมีมวลชนจำนวนหนึ่งมายืนอยู่ด้านหน้าสำนักงานปลัดฯ จึงทำให้เจ้าหน้าที่รีบลากขดลวดหนามมาเพื่อที่จะปิดทางเข้า แต่ปรากฏว่ามวลชนได้ขวางไม่ให้นำมาปิด และได้กระชากกลับที่เดิมโดยที่ไม่มีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด
"กปท." ปักหลักชุมนุมอย่างสงบ เปิดทางปชช.สัญจรผ่านพื้นที่ชุมนุมได้ปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่แยกผ่านฟ้าลีลาศ ในช่วงเช้าเป็นไปอย่างปกติ โดยมวลชนส่วนใหญ่ได้ใช้เวลาพักผ่อนในเต็นท์ และทำธุระส่วนตัว รวมถึงติดตามข่าวสารที่ทางทีมงานกองทัพธรรมได้เปิดการรายงานข่าวสารจากสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ผ่านจอโปรเจคเตอร์ด้านหน้าเวที นอกจากนั้นได้มีมวลชนจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่ของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยนายเทือง เต๋ทา ผู้ชุมนุม กปท. วัย 65 ปี ชาวเชียงใหม่ เปิดเผยว่าหลังจากเหตุการณ์เมื่อ 18 ก.พ.ยุติไปแล้ว ไม่ได้มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เกิดขึ้นอีกตลอดช่วงกลางคืนต่อเนื่องถึงช่วงเช้า สำหรับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่การชุมนุม กปท. ไม่ทำให้ตนหวาดกลัว ทั้งนี้ยืนยันจะร่วมชุมนุมต่อไป
ขณะที่การสัญจรและการเข้าออกพื้นที่ ได้มีการปิดการจราจรถนนราชดำเนินขาเข้า ช่วงหน้าสำนักงานสภาทนายความ ถึงแยกป้อมพระสุเมรุ ไม่ให้รถขนาดสี่ล้อขึ้นไปผ่าน ขณะที่พื้นที่ชุมนุมยังเปิดให้ประชาชนที่ต้องการไปขึ้นเรือโดยสารผ่านเข้า-ออก ตามปกติ อย่างไรก็ตามเหตุความรุนแรงที่เกิดแยกผ่านฟ้า ได้พบความเสียหาย โดยเฉพาะรถกะบะ, รถตู้ของตำรวจ และรถตักของเจ้าหน้าที่ ทำให้ประชาชนที่เดินผ่านพื้นที่ และมวลชน กปท. เข้าไปบันทึกภาพรูปซากรถเป็นที่ระลึกด้วย ทั้งนี้ส่วนที่ได้รับความสนใจถ่ายภาพมาก คือ หลุมระเบิดที่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ หน้าวัดปรินายกวรวิหาร ที่มีภาพว่าถูกปาเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บ โดยการ์ด กปท. ได้นำรั้วเหล็กมาวางกั้น พร้อมนำโล่ห์และเสื้อตำรวจมาวางไว้เป็นสัญลักษณ์
และเมื่อเวลา 08.20 น. ผู้ชุมนุม กปท. ได้ทยอยขึ้นรถโดยสาร ขนาด 6 ล้อ ของกองทัพธรรม ที่เตรียมไว้จำนวนหลายคันเพื่อเตรียมพร้อมเดินทางไปยังสำนักปลัด กระทรวงกลาโหม ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศไว้
..................................................................
(ขอบคุณภาพ : FM100.5 News)



