
รัฐเร่งปิดเกม'ยิ่งเปลี่ยนอำนาจเร็ว'
รัฐเร่งปิดเกม'ยิ่งเปลี่ยนอำนาจเร็ว' : ขยายปม/สมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl
ปฏิบัติการ "คืนพื้นที่ให้คนกรุงเทพฯ" ภายใต้การนำของ "ศูนย์รักษาความสงบ" (ศรส.) ทำให้มีประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 64 คน เสียชีวิต 4 คน เหตุการณ์สูญเสียดังกล่าวไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
การที่ "ศรส." ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจขอคืนพื้นที่ 5 จุด ได้แก่ กระทรวงพลังงาน, สะพานผ่านฟ้าลีลาศ, แจ้งวัฒนะ, ทำเนียบรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย โดยเริ่มจาก "กระทรวงพลังงาน" การขอคืนพื้นที่เป็นไปอย่างเรียบร้อย เพราะมีมวลชนไม่ถึง 100 คน ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปฏิบัติหน้าที่หลายร้อยนาย ทำให้สามารถควบคุมแกนนำและมวลชนไว้ได้ไม่เกิดเหตุรุนแรง
แต่จุดที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงคือ พื้นที่ผ่านฟ้าลีลาศ ซึ่งเป็นพื้นที่ของ "กองทัพธรรม" ภายใต้การนำของ "สมณะโพธิรักษ์" มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเจรจา 2 ชุด ชุดแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก จ.สระแก้ว ตกลงกันได้ โดย "กองทัพธรรม" ยินยอมเปิดพื้นที่จราจรให้ระดับหนึ่ง ดูเหมือนเรื่องจะจบ แต่จู่ๆ ปรากฏมีตำรวจภูธรภาค 2 อีกชุดเข้ามาจะขอขยายคืนพื้นที่มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ผู้ชุมนุมไม่ยอมและเกิดเหตุเผชิญหน้ากัน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางเข้าไปยังพื้นที่ของผู้ชุมนุม จนเกิดเหตุมีอาวุธหนักยิงเข้ามายังกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ตำรวจแตกกระเจิงและมีการยิงปะทะกันจนตำรวจต้องถอยกลับยังที่ตั้ง หลังเกิดเหตุดังกล่าวพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 64 ราย เสียชีวิต 4 ราย
นั่นเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินว่า "กองทัพธรรม" ไม่น่าจะมีกองกำลังคอยคุ้มครองเหมือน "เวทีแจ้งวัฒนะ" ของ "หลวงปู่พุทธะอิสระ" แต่เมื่อเข้าเคลียร์พื้นที่กลับผิดคาด
จากเหตุการณ์ครั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตถึงสาเหตุที่ "ศรส." เร่ง "เคลียร์พื้นที่" 5 จุด เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เป็นไปได้ว่าการเร่งขอคืนพื้นที่ต้องกระทำก่อนที่ศาลแพ่งจะพิพากษาการออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลชอบหรือไม่ ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ หากศาลตัดสิน "ไม่เป็นประโยชน์" ต่อรัฐบาลก็อาจทำให้การเคลียร์พื้นที่และการจับกุมแกนนำผู้ชุมนุมทำได้ลำบาก จึงเกิดสถานการณ์เผชิญหน้าและแตกหักขึ้น
รวมถึงกระแสข่าวลือตามคำทำนายอ้างเรื่องไสยศาสตร์ที่ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ต้องเข้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เพราะหลังจากวันนั้นจะไม่มีโอกาสได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก
แต่ถ้า "ศรส." สามารถ "เคลียร์พื้นที่" ได้ทั้ง 5 จุด ฝ่ายรัฐบาลจะพลิกกลับมายืนในจุดได้เปรียบทางการเมือง เพราะขณะนี้รัฐบาลเป็นมวยรอง ทำอะไรก็ผิดพลาดทุกเรื่อง
ตั้งแต่ช่วงเช้า "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" ออกมาแถลงเพื่อทำความเข้าใจกับชาวนาและประชาชนทั้งประเทศผ่านทางทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เพื่อยืนยันเกี่ยวกับนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความมั่นคั่ง มั่นคงเเละรายได้ให้แก่ชาวนา แต่มีกลุ่มต่อต้านรัฐบาลมาบ่อนทำลายจนโครงการรับจำนำข้าวทำต่อไปไม่ได้ มีการสกัดกั้นไม่ให้รัฐบาลจ่ายเงินให้ชาวนา ขัดขวางเป็นกระบวนการไม่ให้รัฐบาลได้กู้เงิน ทั้งที่โครงการนี้ไม่มีการโกงตามข้อกล่าวหา หากรั่วไหลยินดีให้ตรวจสอบด้วยกฎหมายของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)
หลังจาก "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" แถลงช่วงเช้าเสร็จสิ้น ปรากฏว่า ช่วงบ่าย "ป.ป.ช." นำโดย "วิชา มหาคุณ" ได้แถลงมติที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ให้เรียก "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" มารับข้อกล่าวหาคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ ข้อกล่าวหาใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการตามอำนาจหน้าที่
ภาษานักเลงเรียกว่า "ตบหน้า" เพราะเพิ่งแถลงไม่มีทุจริตยังไม่ทันข้ามวัน "ป.ป.ช." ก็แถลงตามหลังให้ "นายกฯ" มารับทราบข้อกล่าวหาทุจริตทันที !
ขณะนี้สถานการณ์ของ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" เจอแรงกดดัน 2 ด้าน ทั้งจากกลุ่มผู้ชุมนุมที่มี "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการ กปปส.เป็นแกนนำ จากนี้ไปจะเปลี่ยนเป็นเกมไล่ล่าปิดล้อม "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" และคณะรัฐมนตรี อีกด้านจะได้รับแรงกดดันจากกฎหมายที่แต่ละคดีจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการพิจารณามาให้เห็น
จุดเปลี่ยนของ "รัฐบาล" จากนี้ไปให้จับตายุทธศาสตร์ของ "ศรส." จะเดินเกมแบบไหนหากเดินหน้าหวังปิดเกมรับรองเปลี่ยนอำนาจเร็ว !
............
(หมายเหตุ : รัฐเร่งปิดเกม'ยิ่งเปลี่ยนอำนาจเร็ว' : ขยายปม/สมถวิล เทพสวัสดิ์ @Somthawin_kcl)



