
3ล้าน!แกนนำเพื่อไทยแห่ฝากออมสิน
3ล้าน!แกนนำเพื่อไทยแห่ฝากออมสิน หวังเสริมสภาพคล่อง หวิดป่วนหลังม็อบนกหวีดบุกเป่า-ตะโกนด่าจนต้องเผ่น
18ก.พ.2557 หลังจากธนาคารออมสินได้ปล่อยกู้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเป็นวงเงิน 20,000 ล้านบาทนั้น ส่งผลให้ลูกได้แห่ถอนเงินเป็นจำนวนมากและวันนี้ก็เป็นวันที่ 2 แล้ว โดยที่ธนาคารออมสินสาขากระบี่ได้มีลูกค้าธนาคารทยอยเดินทางมาถอนเงินฝากกันเป็นจำนวนมาก
ขณะเดียวกันทางด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ได้ประกาศขอให้ทางธนาคารออมสินระบุเลยว่า มียอดถอนออกไปเท่าใด ตนและมวลชนคนเสื้อแดงจะนำเงินไปฝากให้เท่ากับที่ถูกถอนออกไปนั้น
เมื่อเวลา 14.00 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรค นายคณิน บุญสุวรรณ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัครส.ส.บัญชีราบชื่อ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เดินทางไปฝากเงินที่ธนาคารออมสิน สาขาอาคารบางกอก ทาวเวอร์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยระบุว่า เพื่อเป็นการช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับธนาคารออมสินในการปล่อยกู้ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อนำไปช่วยชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว
ทั้งนี้ พนักงานธนาคารระบุว่า ยอดเงินฝากที่แกนนำพรรคเพื่อไทยนำมาฝากในวันนี้(18 ก.พ.) นั้น เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมียอดรวมทั้งสิ้นประมาณ 3 ล้านกว่าบาท อาทิ นายจารุพงศ์ ฝากเป็นจำนวน 1 ล้านบาท นายสมพงศ์และนายวรวัจน์ ฝากเป็นจำนวน 5 แสนบาท นายชูศักดิ์ฝากเป็นจำนวน 4 แสนบาท นายพร้อมพงศ์ฝากเป็นจำนวน 2 แสนบาท และนายโภคินฝากเป็นจำนวน 1 แสนบาท
นายสมชาย กล่าวว่า จากกรณีที่ประชาชนไปถอนเงินจากธนาคารออมสินเป็นจำนวนมากนั้น เกรงว่าธนาคารออมสินอาจจะขาดสภาพคล่อง ดังนั้นแกนนำพรรคเพื่อไทยจึงทำเป็นตัวอย่างในการช่วยเหลือชาวนาโดยการมาฝากเงินที่ธนาคารออมสินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับธนาคาร ทั้งนี้ ในการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทยในวันนี้(18 ก.พ.) จะแจ้งให้สมาชิกพรรคร่วมกันนำเงินไปฝากธนาคารออมสินด้วย รวมทั้งจะรณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันฝากเงินกับธนาคารออมสินอีกด้วย คาดว่าช่วง 1 - 2 วันนี้น่าจะเพิ่มสภาพคล่องให้กับธนาคารออมสินได้มากขึ้น น่าจะพอให้ธนาคารออมสินดำเนินการปล่อยกู้ต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่เงินยังไม่ถึงชาวนานั้น เพราะมีการขัดขวางการดำเนินการ ใช้ชาวนาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ดี เพราะชาวนาเดือดร้อน ขอการันตีแทนรัฐบาลว่า ชาวนาทุกคนจะได้เงินทุกบาททุกสตางค์แน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่แกนนำพรรคเพื่อไทยกำลังฝากเงินกับธนาคารออมสินอยู่นั้น ปรากฎว่ามีกลุ่มพนักงานออฟฟิศที่ทำงานอยู่ภายในอาคารบางกอก ทาวเวอร์ประมาณ 30 คน ได้ลงมารวมตัวกันที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าธนาคารออมสิน โดยมีการเป่านกหวีดพร้อมทั้งนำป้ายกระดาษข้อความด่าทอมารอต้อนรับแกนนำพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ ยังตะโกนขับไล่ด้วยว่า “ขี้โกง ออกไป” ตั้งแต่แกนนำพรรคเพื่อไทยเริ่มฝากเงินจนกระทั่งตัดสินใจเดินทางกลับ
แห่ถอนอีก4หมื่นล.-ขอเงินธ.ก.ส.คืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ธนาคารออมสินถูกถอนเงินฝากไปถึง 3 หมื่นล้านบาทต่อเนื่องถึงเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ยอดถอนเงิน 4 หมื่นล้านบาท ขณะที่มีเงินฝากเข้ามา 1.2 หมื่นล้านบาท รวม 2 วันยอดถอนเงิน 7 หมื่นล้านบาท
'กรณ์'เย้ย!'ทำได้แค่นี้จริงหรือ'?
นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว"Korn Chatikavanij" ความว่า
"ผมเห็นรัฐมนตรีเรียงแถวกันไปฝากเงินออมสินแล้วอดมีคำถามในใจไม่ได้ว่า 'ทำได้แค่นี้จริงหรือ'?
ชาวนาเขาเดือดร้อนกันจนแขวนคอตายไปกว่าสิบคนแล้ว พวกคุณยังมัวเล่นมุกสร้างกระแส คุณสมชาย คุณชัชชาติ คุณปลอดประสพ ควรจะเรียงแถวไปกระทรวงพาณิชย์เพื่อกดดันให้ขายข้าวเอาเงินให้ชาวนา จะเป็นสิ่งที่ระดับรัฐมนตรีควรทำมากกว่า
รัฐบาลบีบบังคับธนาคารออมสินให้เป็นเครื่องมือจนแบงค์แทบแตก ล่าสุดผู้อำนวยการลาออกไม่ยอมมีส่วนร่วมทำความเสียหายแก่องค์กรต่อไป
ส่วนทางธกส. ได้ออกมาชะลอการใช้เงินกู้จากออมสิน แต่ก็ชี้แจงว่าสามารถชำระเงินจำนำข้าวด้วยเงินกู้ได้ โดยไม่ต้องรอระบายข้าวเพราะมีมติครม. วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๗ เพิ่มวงเงินกู้ให้อีก ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท
การมีมติเพิ่มวงเงินครั้งนั้นสร้างความลำบากใจให้แก่สำนักบริหารหนี้ (กระทรวงการคลัง) อย่างมาก ถึงกับทำให้มีหนังสือลงนามโดย ผอ.สำนักขอให้รัฐมนตรี 'ทบทวนและยืนยัน' คำสั่งอีกครัง
สาเหตุที่สบน. ไม่สบายใจนั้นเป็นเพราะข้าราชการรู้ดีว่า ในวันที่มีการอนุมัติโครงการเจ้าปัญหานี้ในวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๖ ครม.ได้มีมติให้รับฟังความคิดของกระทรวงการคลังเพื่อนำไปปฏิบัติ และกระทรวงการคลังเองได้มีหนังสือถึงครม. ยืนยันว่า 'เพื่อรักษาวินัยทางการคลัง' โครงการจำนำข้าวปี ๕๖/๕๗ ต้องอยู่ในวงเงินเดิม ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีการระบุชัดเจนด้วยว่าในส่วนของ ธกส. นั้นต้องไม่เกินวงเงิน ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทเดิม
เมื่อเป็นเช่นนี้ การอนุมัติเพิ่มวงเงินอีก ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทหลังยุบสภาจึงสุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะขัดรัฐธรรมนูญ เพราะมองอย่างไรก็เป็นการผูกพันรัฐโดยรัฐบาลรักษาการด้วยหนี้ใหม่ก้อนโต
ถ้าโครงการจำนำข้าวเป็นโครงการที่ประกาศไว้แต่แรกว่าจะมีการชำระด้วยเงินกู้อย่างเดียวโดยไม่มีการระบายข้าว ก็ยังอาจจะพออธิบายได้ว่าเมื่ออนุมัติโครงการก็เท่ากับการอนุมัติเงินกู้ แต่รัฐบาลพูดเองมาตลอดว่าจะไม่กู้เกิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะมาจากการขายข้าว ดังนั้นจะอ้างวันนี้ว่าการ'อนุมัติโครงการ'เสมือนกับการ'อนุมัติเงินกู้'แต่แรกไม่ได้ และที่สำคัญถ้าจะแก้เพิ่มวงเงินก็ต้องแก้ในขณะที่ยังมีอำนาจอยู่ คือก่อนยุบสภาฯ
มาถึงวันนี้รัฐบาลควรทำอย่างไร รัฐบาลยังไม่ยอมขายข้าว ซึ่งน่าจะหมายความว่ารัฐบาลขายข้าวไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุใดก็แล้วแต่
ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือชาวนาเดือดร้อนหนัก รัฐบาลต้องหาทางช่วยเหลือ ดังนั้นเมื่อรัฐบาลไม่ยอมขายข้าว รัฐบาลจึงต้องเสี่ยงทำผิดกฎหมายด้วยการพยายามกู้เงินมาจ่าย ถ้ามีคนพร้อมเสี่ยงกับรัฐบาลก็ช่วยไม่ได้ อย่างน้อยให้ชาวนาได้เงินไปก่อน หลังจากนั้นศาลก็จะไม่มีแรงกดดันด้วยข้อกล่าวหาว่าไม่เห็นใจชาวนา และศาลจะได้พิจารณาตามข้อเท็จจริงว่าการกู้เงินนั้นขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าผิดทุกคนที่เกี่ยวข้องก็ต้องรับโทษไป แต่ธกส. จะมีปัญหาหนักที่สุดเพราะคงจะไม่ได้เงิน ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทคืน และคงต้องมีการฟ้องร้องเอาคืนจากผู้ที่อนุมัติปล่อยเงิน สุดท้ายรัฐบาลก็คงต้องใช้เงินภาษีเพิ่มทุนมหาศาลให้กับธนาคารเพื่อไม่ให้ธนาคารต้องล้มละลาย
ส่วนถ้าศาลวินิจฉัยว่าไม่ผิดทุกอย่างก็จบโดยไม่เป็นปัญหา เพียงแต่รอดูว่าสุดท้ายแล้วเป็นเพราะอะไรข้าวจึงขายไม่ได้ใครโกงบ้าง และโครงการจำนำข้าวโดยสรุปได้สร้างภาระขาดทุนให้กับคนไทยรวมกี่แสนล้านบาท"
พบกระสอบอคส.หล่นชายแดนตาก
ผู้สื่อข่าวรายงานจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ชาวพม่า 3 คน ได้เก็บกระสอบเปล่าสำหรับบรรจุข้าวสารไว้จำนวนกว่า 10 ใบ หล่นอยู่บริเวณชายแดนไทย - พม่า ริมฝั่งแม่นน้ำเมย ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด ซึ่งจากากรตรวจสอบพบว่า รถยนต์ที่นำกระสอบดังกล่าวไปฝั่งพม่าจำนวน 1 รถบรรทุก ได้นำกระสอบส่งไปยังฝั่งพม่าทั้งหมดแล้ว ชาวพม่าบอกว่า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนรถ แต่ขับไวจนกระสอบข้าวสารหล่น จึงเก็บไว้ คาดว่าจะไปเอาข้าวสารมาจากประเทศพม่า เพื่อนำเข้ามาประเทศไทย แต่ที่แปลกใจคือ ทำไมต้องใช้กระสอบของอคส. ไปบรรจุฝั่งพม่า ปกติกระสอบบรรจุข้าวสารในฝั่งพม่า มีราคาถูกกว่าของประเทศไทย
ชาวพม่า รายหนึ่งบอกว่า พบการใช้กระสอบที่มีอักษร อคส. นี้ 3 ครั้งแล้ว โดยส่งไปฝั่งพม่า ซึ่งผิดสังเกตมาก จากเดิมไม่เคยพบกระสอบลักษณะนี้



