
ภัยแล้งปีนี้หนักสุดรอบ10ปี
19 ก.พ. 2557
ภัยแล้งปีนี้หนักสุดรอบ10ปี ส่งผลการเลี้ยงครั่งของชาวอ.สบปราบ : โดย...ประภาภรณ์ เครืองิ้ว
จากการประเมินของหลายฝ่ายมีความกังวลถึงเรื่องสถานการณ์ภัยแล้งปี 2557 ว่า จะมีความรุนแรงเนื่องจากปี 2556 ที่ผ่านมาในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสภาพอากาศหนาวเย็นผิดปกติ อาจเป็นการส่งสัญญาณทางธรรมชาติว่าจะต้องมีการรับมือกับภัยธรรมชาติมากขึ้น ล่าสุดสถานการณ์ภัยแล้งได้คุกคามชาวบ้านนาปราบ ต.นายาง อ.สบปราบ จ.ลำปาง ส่งผลให้ชาวบ้านไม่สามารถทำการเกษตรได้ รวมทั้งสัตว์เลี้ยงต้องได้รับผลกระทบขาดแคลนแหล่งน้ำ
สำหรับบ้านนาปราบ เป็นหนึ่งหมู่บ้านที่ได้ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก แม้ว่าชาวบ้านในพื้นที่จะมีการหาแนวทางในการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งแล้วก็ตามทั้งเรื่องการสร้างฝายชะลอน้ำ แต่เมื่อเข้าช่วงเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงแล้งจัด น้ำกลับแห้งขอด ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่สามารถทำการเกษตรได้ ทำให้ต้องขาดรายได้ในช่วงดังกล่าวไปและต้องร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอน้ำไว้อุปโภคบริโภค
นายสมศักดิ์ ปั้นวิชัย ผู้ใหญ่บ้านนาปราบ ต.นายาง อ.สบปราบ เปิดเผยว่า สภาพพื้นที่บ้านนาปราบ มีประชากรกว่า 400 คน 150 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะวัวที่ในพื้นที่มีมากกว่า 300-500 ตัว รวมทั้งมีพื้นที่การเกษตรกว่า 600 ไร่ ซึ่งช่วงฤดูแล้งชาวบ้านต้องได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนแหล่งน้ำ โดยเฉพาะในปีนี้ที่ภัยแล้งมาเร็วกว่าทุกปี
ปกติแล้วแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เช่น ห้วยแม่ปราบ จะต้องค่อยๆแห้งในช่วงเดือนมีนาคม แต่ขณะนี้เดือนกุมภาพันธ์ แหล่งน้ำตามธรรมชาติแห้งขอดส่งผลกระทบต่อชาวบ้านและเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์และปลูกผักที่จะต้องหาแหล่งน้ำเพื่อทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ ล่าสุดเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวต้องพาวัวไปกินน้ำไกลกว่า 1-5 กิโลเมตร หรือไม่ต้องรอคิวในการกินน้ำจากบ่อโยกที่มีเพียงอันเดียวเท่านั้น โดยเป็นบ่อโยกของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก.)ที่สร้างไว้เมื่อปี 2540 โดยชาวบ้านจะได้ใช้ช่วงฤดูแล้งเท่านั้นและจะใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับสัตว์เลี้ยง
ขณะที่น้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค ชาวบ้านจะต้องสูบน้ำจากแม่น้ำวังมาใช้ ซึ่งจากการประเมินของชาวบ้านพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำวังปีนี้มีปริมาณน้อยกว่าปีที่ผ่านมา สร้างความวิตกกังวลให้ชาวบ้านในพื้นที่ว่าถ้าช่วงเดือนเมษายนจนถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่แล้งจัด ปริมาณน้ำจะเป็นอย่างไร เบื้องต้นชาวบ้านได้เตรียมกักเก็บน้ำด้วยการจัดเตรียมกระ สอบทรายเพื่อไปกั้นน้ำเพื่อให้เครื่องสูบน้ำไฟฟ้า สามารถทำงานได้
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เป็นปัญหาของชาวบ้านขณะนี้ คือ เรื่องแหล่งน้ำเลี้ยงสัตว์ที่มีเพียงแห่งเดียวและคาดว่าจะไม่เพียงพอ เพราะเฉลี่ยแล้ววัวที่เลี้ยงในพื้นที่ต้องมีกินน้ำเฉลี่ยวันละ 2-3 ครั้ง และบางรายต้องพาวัวไปกินน้ำไกลหลายกิโลเมตร เนื่องจากหญ้าที่มีอยู่ในพื้นที่ไม่เพียงพอจึงต้องพาวัวไปหาหญ้าที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาแล้งอย่างยั่งยืน ชาวบ้านในพื้นที่จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อกั้นแม่น้ำวัง เนื่องจากช่วงหน้าน้ำหลาก แม่น้ำวังจะเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ขณะที่ช่วงหน้าแล้งน้ำกลับแห้งขอด รวมทั้งขอให้มีการสร้างฝายชะลอน้ำบริเวณห้วยแม่ปราบ ซึ่งถือเป็นลำห้วยที่หล่อเลี้ยงในการทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ ตลอดจนขอให้ก่อสร้างถังกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ เพื่อกักเก็บน้ำจากบ่อสูบน้ำที่มีเพียงหนึ่งเดียวของหมู่บ้าน
"ปีนี้มองว่าน่าจะแล้งหนักในรอบ 10 ปี ได้ เพราะน้ำในลำห้วยแห้งขอดเร็วผิดปกติ ขณะเดียวกันแม่น้ำวังก็เริ่มแห้ง ตอนนี้ชาวบ้านอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุมัติงบประมาณในการสร้างฝายหรือขุดลอกแม่น้ำวัง เพื่อให้มีน้ำขึ้นมาและให้ชาวบ้านได้ทำการเกษตรบ้าง เพราะที่ผ่านมาในพื้นที่ทำการเกษตรได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทำให้ชาวบ้านไม่มีรายได้เลยและหวังว่าปีนี้ฝนจะมาเร็วเพื่อที่ชาวบ้านจะได้ทำการเกษตรได้" นายสมศักดิ์ กล่าว
ขณะที่นายจำลอง จันทรบุตร อายุ 66 ปี ชาวบ้านบ้านนาปราบ กล่าวว่า นอกจากภัยแล้งจะกระทบการเลี้ยงวัวและการเกษตรแล้ว ยังกระทบกับการเลี้ยงครั่งของชาวบ้านด้วย ซึ่ง อ.สบปราบ เป็นอำเภอหนึ่งที่มีการเลี้ยงครั่งจำนวนมากเนื่องจากครั่งมีราคาดี โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 100-250 บาท และเก็บผลผลิตจำหน่ายได้ปีละครั้งเท่านั้น ประกอบกับตัวครั่งจะชอบอยู่ในพื้นที่อากาศเย็นชื้นและจะต้องมีน้ำหล่อเลี้ยง แต่ปีนี้กลับพบว่าอุณหภูมิในพื้นที่สูง และแหล่งน้ำแห้งขอด ชาวบ้านกังวลว่าจะกระทบกับครั่งที่กำลังเติบโตขณะนี้ได้
สำหรับครั่งเป็นแมลงชนิดหนึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Laccifer lacca kerr จัดอยู่ประเภทเป็นเพลี้ยชนิดหนึ่ง ประโยชน์ที่ได้รับจากครั่งคือครั่งจะขับสารชนิดหนึ่งซึ่งมีลักษณะเป็นเหมือนยางหรือชันออกมาไว้ป้องกันตัวเองจากศัตรู การที่ขับถ่ายออกมานี้เรียกว่าครั่งดิบ สารเป็นสีแดงม่วงลักษณะคล้ายขี้ผึ้งสีเหลืองแก่หรือยางสีส้มที่มีคุณสมบัติเป็นสมุนไพร เป็นยารักษาโรคโลหิตจาง โรคลมขัดข้อ นอกจากนี้ยังนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการทำเชลแล็ก แล็กเกอร์ เครื่องใช้ เครื่องประดับต่างๆ ย้อมสีผ้า สีโลหะ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในวงการอุตสาหกรรมทำเป็นเชลแล็กทาไม้ ทำสีสำหรับย้อมผ้าไหม ใช้เคลือบผิวอาหาร ช็อกโกแลต ผลิตภัณฑ์ยา ผิวผลไม้ ถนอมอาหารและใช้ในวงการอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง
ด้านนายยุทธนุภาพ อานุภาพยรรยง ปลัดอำเภอสบปราบ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ทางอำเภอได้วางแผนการช่วยเหลือทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยระยะยาวได้วางแผนในการพัฒนาแหล่งน้ำที่แก้ปัญหาเรื่องของอุทกภัยและภัยแล้งได้ ด้วยการก่อสร้างฝายชะลอน้ำหรืออ่างเก็บน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ ขณะที่ระยะสั้นจะขอสนับสนุนงบประมาณจากท้องถิ่น เข้ามาช่วยเหลือในการอนุมัติงบประมาณในการซื้อกระสอบทรายมากั้นแหล่งน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และรองบประมาณจากคลังจังหวัดที่จะอนุมัติมายังอำเภอ เพื่อจะดำเนินการขุดลอกคลองแม่น้ำวัง ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ อ.สบปราบ ยังมีพื้นที่เสี่ยงที่จะประสบปัญหาภัยแล้ง อีก 3 ตำบล ได้แก่ แม่กัวะ สบปราบ และสมัย ซึ่งทางอำเภอได้มีมอบหมายให้กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เร่งสำรวจแหล่งน้ำ เพื่อวางแนวทางในการช่วยเหลือต่อไป
................................
(ภัยแล้งปีนี้หนักสุดรอบ10ปี ส่งผลการเลี้ยงครั่งของชาวอ.สบปราบ : โดย...ประภาภรณ์ เครืองิ้ว )



