
มอบแสงสว่างนำทางผู้ลี้ภัย
ไลฟ์สไตล์ : มอบแสงสว่างนำทางผู้ลี้ภัย
ยังมีผู้ได้รับความเดือดร้อนทุกข์ยากจากปัญหาความขัดแย้งทางความคิด ศาสนา การเมืองและภัยพิบัติทางธรรมชาติ จนกลายสภาพเป็นผู้ลี้ภัยรอความช่วยเหลือนับสิบล้านคน เพื่อเป็นหนึ่งมือยื่นเข้าไปบรรเทาปัญหาดังกล่าว มูลนิธิอีเกีย โดยอีเกีย ประเทศไทย จึงจับมือสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ เปิดตัวโครงการ "อนาคตที่สดใสกว่าของผู้ลี้ภัย" ชวนผู้มีน้ำใจมอบแสงสว่างให้ค่ายผู้ลี้ภัยเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น พร้อมจัดแถลงข่าวที่องค์การสหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร บ่ายวันก่อน
มิเรย์ จิราร์ ผู้แทนยูเอ็นเอชซีอาร์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ยูเอ็นเอชซีอาร์ก่อตั้งมากว่า 64 ปี โดยสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ทำหน้าที่ป้องกันสิทธิมนุษยชนและความเป็นอยู่ของผู้ลี้ภัย ซึ่งที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยไปแล้วหลายสิบล้านคน โดยปัจจุบันมีผู้ลี้ภัยทั่วโลกกว่า 10.5 ล้านคน เฉพาะในปี 2556 มีผู้ลี้ภัยมากถึง 2 ล้านคนถือเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 20 ปี และในจำนวนนี้ 1.2 แสนคนอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย 9 แห่งบริเวณชายแดนไทย-พม่า ที่น่าสนใจคือประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ลี้ภัยทั่วโลกเป็นเด็ก พวกเขาจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยที่ไม่มีแสงสว่างให้ใช้หลังพระอาทิตย์ตกดิน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยอย่างมาก กิจวัตรในชีวิตประจำวันเช่นการเดินไปห้องน้ำ ตักน้ำ หรือแม้แต่เดินกลับที่พัก ล้วนทำได้ยากลำบากและเสี่ยงอันตรายยิ่ง
"สถานที่ที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ไปจัดตั้งแคมป์นั้นมักห่างไกลและทุรกันดาร ในเต็นท์ที่พักจะมีเด็กๆ วัยเรียนที่ต้องทำการบ้าน ต้องหาเทียนมาจุดให้แสงสว่าง เหล่านี้ทั้งยากและอันตรายอาจเกิดไฟไหม้ได้ ผู้หญิงต้องออกจากบ้านไปหาอาหาร ต้องกลับมาก่อนสิ้นแสงสว่าง การมีแสงสว่างจึงจำเป็นมากเพราะช่วยให้วิถีชีวิตในสถานการณ์ไม่ปกติเป็นปกติได้ ที่สำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัย ถ้ามีแสงสว่างก็ทำให้พวกเขาเดินทางตอนกลางคืนได้ แม้แต่กิจกรรมง่ายๆ อย่างการเข้าห้องน้ำเป็นต้น นอกจากนี้กรณีค่ายผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่มักอยู่ตามชายแดน อย่างชายแดนของประเทศซูดานใต้ ที่มีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง หากกลางคืนไม่มีแสงสว่างก็จะได้รับอันตรายได้ สำหรับสถานการณ์ค่ายลี้ภัยในเมืองไทยตอนนี้ ถือว่าเป็นปกติแล้ว ผู้ลี้ภัยกำลังได้กลับบ้านและสิ่งที่พวกเขาต้องการคือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" มิเรย์ กล่าว
ด้าน ศุภฤกษ์ วิเชียรโชติ รองผู้จัดการแผนกปฏิบัติการสายธุรกิจอีเกีย ประเทศไทย ให้รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยผ่านอีเกียว่า จัดทำในลักษณะเมื่อลูกค้าซื้อหลอดไปแอลอีดีรุ่นเลียด ดาเร่ ที่บางนา ตั้งแต่วันนี้ถึง 29 มีนาคมนี้ มูลนิธีอีเกียจะบริจาคเงิน 1 ยูโรหรือ 41 บาทในทุก 1 หลอด เพื่อมอบแสงสว่างให้ค่ายผู้ลี้ภัย โดยเงินบริจาคทั้งหมดที่รวบรวมได้จากโครงการจะนำไปใช้ติดตั้งไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ตะเกียงพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในที่พักอาศัย และเทคโนโลยีด้านพลังงานหมุนเวียนต่างๆ อาทิ เตาปรุงอาหารประหยัดพลังงานของค่ายผู้ลี้ภัยใน 5 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ สาธารณรัฐชาด เอธิโอเปีย จอร์แดน และซูดาน โดยที่ผ่านมาอีเกียได้จัดโครงการนี้ไปแล้วใน 40 ประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร สวีเดน สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อิตาลี ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น แคนาดา และไทย เป็นต้น



