ข่าว

วางบึ้มลวงฆ่าจนท.ก่อนกดซ้ำนักข่าว-ตร.เจ็บ

วางบึ้มลวงฆ่าจนท.ก่อนกดซ้ำนักข่าว-ตร.เจ็บ

18 ก.พ. 2557

คนร้ายใช้แผนลวงเจ้าหน้าที่ก่อนบึ้มซ้ำ ทำนักข่าวเจ็บ 4 ราย ในจำนวนนี้มีสื่อเครือเนชั่น สัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์ " และ ปฑิตตา หนูสันทัด ได้รับบาดเจ็บ

 
 
  
 
          วันที่ 18 ก.พ.57  เมื่อเวลา 08.50 น.  พ.ต.อ.สุธน สุขวิเศษ ผกก.สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส น.ท.อมร ควรหาเวช ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 พ.ต.ท.เนติธร วัตตธรรม นักวิยาศาสตร์ สบ.3 กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ร.ต.ต.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส ได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 20 กก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ไปลอบวางระเบิดจนเสาไฟฟ้าริมถนนสายเพชรเกษม ช่วงบริเวณรอยต่อบ้านยาโงะกับบ้านบูเก๊ะบากง ม.3 ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ จนเสาไฟฟ้าหักโค่น เหตุเกิดในช่วงคืนที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าเข้าตรวจสอบ เกรงคนร้ายจะวางแผนลวงเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่
 
          ที่เกิดเหตุพบกล่องกระดาษต้องสงสัยคล้ายระเบิดวางอยู่ที่บริเวณไหล่ถนน ใกล้กับเสาไฟฟ้าที่หักโค่น จำนวน 5-6 กล่อง และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบที่ละกล่องอย่างระมัดระวัง  พบว่ากล่องแรกใช้อาวุธปืนลูกซองยิงทำลาย ส่วนกล่องที่ 2-4 เป็นระเบิดจริง เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาในการใช้เครื่องแรงดันน้ำพลังสูงยิงทำลาย ส่วนกล่องที่ 5 เจ้าหน้าที่เห็นผิดสังเกตจึงได้ใช้เชือกไปคล้องไว้แล้ว ก่อนที่จะแจ้งให้ทุกคนในที่เกิดเหตุหาที่กำบัง เมื่อดึงกล่องออกมาพบว่าข้างใต้กล่องเป็นตัวจุดชนวนระเบิด ที่คนร้ายได้เชื่อมต่อไว้กับระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้งต้มหนัก 80 กก. ที่ลอบนำไปวางไว้ริมถนนห่างจุดเกิดเหตุ ประมาณ 30 เมตร จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ  และรถยนต์ได้รับความเสียหาย 
 
          นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์กระบะหุ้มเกราะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนส์ทอง ทะเบียน กค- 6554 ยะลา ซึ่งเป็นรถตัดสัญญาณของชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายที่กระจกหลังแตก และรถยนต์เอนกประสงค์ยี่ห้อมิตซูบิซิ รุ่นปาเจโรสปอร์ต สีดำ ทะเบียน กค- 6775 นราธิวาส ของนายแวดาโอ๊ะ หะไร ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทย.พี.บี.เอส. และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำ จ.นราธิวาส ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายที่กระจังหน้าและฝากระโปรง
 
          ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหลุมระเบิด พบลึก 2 เมตร กว้าง 4 เมตร โดยมีซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน 
 
          จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พ.ต.อ.สุธน เปิดเผยว่า คนร้ายได้มีการวางแผนลวงไว้เป็นอย่างดี ด้วยการวางระเบิดจริงและระเบิดปลอมเพื่อให้เจ้าหน้าที่เกิดความสับสน โดยต้องการมุ่งหวังชีวิตของเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องขณะเข้าตรวจ
 
 
          สำหรับผู้สื่อข่าวที่ได้รับบาดเจ็บจากแรงอัดของระเบิด ประกอบด้วยนางสาวสัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์ ผู้สื่อข่าวเครือเนชั่น ,น.ส.ปฑิตตา หนูสันทัด ผช.ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทย.พี.บี.เอส.และเครือเนชั่น ,น.ส.มูรนี มามะ ผช.ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์สยามรัฐ และ นางสาวสลิกกา ว่องไว ผช.ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทย.พี.บี.เอส ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอกจากแรงกระแทกของอานุภาพระเบิด และได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลบาเจาะ ก่อนจะย้ายไปที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากในจำนวนนี้ ทั้ง  น.ส. สัญฐิติ และ น.ส. ปฑิตตา  เคยประสบเหตุระเบิดและมีอาการแทรกซ้อนจากผลพวงระเบิดมาแล้ว
 
          น.ส.สัญฐิติ  เปิดเผยว่า  ได้เข้าไปติดตามภารกิจของเจ้าหน้าที่ในการเก็บกู้วัตถุระเบิดตามปกติ หลังจากที่ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา โดยทุกคนที่เข้าพื้นที่ได้พยายามระมัดระวังตัวระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากคนร้ายได้มีการวางแผนเป็นอย่างดีในการซุกซ่อนระเบิดไว้ในหลายจุด เพื่อหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำให้ผู้สื่อข่าวที่เข้าไปบันทึกภาพได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากแรงกระแทกของอานุภาพระเบิด
 
          "ผู้สื่อข่าวที่เข้าไปพยายามอยู่ในจุดที่เชื่อว่าปลอดภัยระดับหนึ่ง จึงทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บที่รุนแรง แต่เนื่องจากแรงกระแทกที่รุนแรงของระเบิดทำให้ทุกคนหูอื้อและแน่นอก โดยเฉพาะปฑิตตา  น้องมูรนี และตัวเอง  ซึ่งเรา 3 คนเคยโดยระเบิดมาแล้วเมื่อเดือนต.ค. ปี 56ที่ผ่านมา ซึ่งทุกคนอยู่ระหว่างการรักษากระดูกสันหลังและขาจากแรงกระแทกเดิม ซึ่งเมื่อเจอแรงกระแทกซ้ำอีกในวันนี้ทำให้อาการเจ็บเหล่านั้นกลับมาเกิดขึ้นอีก จึงต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อรอตรวจอย่างละเอียด" นางสาวสัญฐิติ กล่าว
 
          ด้านนางสาวปฑิตตา กล่าวว่า วันนี้ได้เข้าไปเก็บภาพเจ้าหน้าที่กู้ระเบิดซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตรและหลบอยู่ด้านหลังรถเก็บกู้ของอีโอดี ซึ่งโชคดีที่ตัวรถช่วยบังสะเก็ดระเบิดไว้ได้ แต่ต้องเสียหลักจากแรงกระแทกที่รุนแรงมากจนล้มลงกับพื้น ทำให้มีแผลถลอกด้านหลังเล็ก แต่สักครู่ต่อมาพบว่าขาด้านขวาเริ่มชาและอ่อนแรงลง จึงให้ขอนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการ
 
          "เหตุระเบิดครั้งที่แล้วทำให้หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทส่งผลให้ขาขวาอ่อนแรง โดยแพทย์ให้ใช้ไม้เท้าค้ำยันร่างกายเวลาเดินมาระยะหนึ่งก่อนตัดสินใจวางไม้เท้าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเมื่ออาการเริ่มดีขึ้นแต่ก็ยังพบแพทย์เป็นประจำ  โดยในวันที่  23 ก.พ.นี้แพทย์โรงพยาบาล มอ.หาดใหญ่ได้นัดพบอีกครั้ง แต่ก็ต้องมาเจอผลกระทบจากระเบิดรอบนี้ซึ่งอยู่ระหว่างการรอผลจากแพทย์เพื่อวินิจฉัยว่าต้องผ่าตัดหรือไม่"นางสาวปฑิตตา กล่าว
 
          อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผู้สื่อข่าวที่ได้รับบาดเจ็บทุกรายยังยืนยันว่า ยังมีขวัญกำลังใจดีอยู่ หากหายจากอาการบาดเจ็บก็พร้อมปฎิบัติหน้าที่ในฐานะผู้สื่อข่าว
 


..................................
(หมายเหตุ ภาพประกอบข่าว)