
'มัลลิกา'จวก'ปู'ตีหน้าเศร้าโกหกชาวนา
'ปชป.' จวก 'ปู' ตีหน้าเศร้า ท่องบทเก่าโกหกชาวนา ชี้ปฏิบัติการ 'ศรส.' ขอคืนพื้นที่หวังคงอำนาจพ.ร.ก.ฉุกเฉิน-ข่มชาวนาให้เลิกชุมนุม บี้ 'รบ.' ลาออก หลังทำออมสินป่วน
18 ก.พ.57 นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำแถลงของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ชี้แจงผ่านทีวีพูลเกี่ยวกับปัญหาโครงการจำนำข้าว ว่า เป็นการโกหกนับครั้งไม่ถ้วน และไม่มีสิ่งใหม่ใช้สื่อบิดเบือนใส่ร้าย เป็นการสร้างปัญหาเพิ่มเติมให้กับวิกฤติความขัดแย้งและชาวนาในปัจจุบัน โดยจงใจใส่ร้ายชาวนา ผู้ชุมนุม และจงใจไม่รับผิดชอบการบริหารที่ล้มเหลว กลับอ้างว่าประสบความสำเร็จทั้งที่ไม่กล้าพบหน้าชาวนาที่ไปพบที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แต่กลับแถลงออกทีวีพูดข้างเดียวไม่มีการตอบคำถามว่าจะจ่ายเงินชาวนาเมื่อไหร่ อย่างไร จึงถือเป็นเกมการเมืองของรัฐบาลยิ่งลักษณ์เพื่อต้มตุ๋นชาวนา เสแสร้งเสียใจออกทีวีตบตาชาวนา เพราะโครงการนี้มีการทุจริตปิดบัญชีไม่ได้ชาวนาถูกโกงเกิดก่อนที่จะมีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ดังนั้นคำพูดของนางสาวยิ่งลักษณ์ จึงเป็นคำต้มตุ๋นหลอกลวงประชาชน ไม่มีอะไรใหม่ โดยคนที่บ่อนทำลายข้าวและชาวนาคือนางสาวยิ่งลักษณ์และโครงการจำนำข้าว
ทั้งนี้ ความพยายามป้ายสีให้คนอื่นแล้วยังอ้างว่าโครงการประสบความสำเร็จนั้น เป็นการประจานตัวเอง เพราะมีการใช้งบมหาศาลแต่เงินไม่ถึงมือชาวนา จึงถือเป็นความล้มเหลวไม่ใช่ความสำเร็จ จนชาวนาเอารวงข้าวไปประจานให้ต่างชาติเข้าใจว่าโครงการนี้ล้มเหลวและยังเป็นโครงการแรกที่ทำให้ชาวนาผูกคอตายแล้ว 10 ราย นอกจากนี้ยังมีความพยายามทำลายหลักฐานด้วยการเผาโกดังข้าว โดย ป.ป.ช.กำลังไต่สวนในเรื่องนี้เพื่อดำเนินคดีอาญากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการในโครงการนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์จึงควรเตรียมคำชี้แจงไปพูดในศาลและ ป.ป.ช.มากกว่า ไม่ใช่โกหกผ่านทีวีพูล และขอเรียกร้องให้ทีวีพูลเปิดโอกาสให้ชาวนาได้แถลงผ่านทีวีพูลเท่ากับเวลาที่นายกฯได้ใช้ เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าสิ่งที่นางสาวยิ่งลักษณ์พูดกับที่ชาวนาพูด ข้อมูลไหนเป็นข้อมูลจริง
ด้านนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ต้องแก้ไขไม่ใช่แก้ตัว เพราะตอนบริหารก็หนีสภาเป็นนายกรักษาการก็หนีชาวนา แต่หนีความจริงไม่พ้นจากการบริหารราชการแผ่นดินที่ล้มเหลว แก้ปัญหาสินค้าราคาแพงไม่ได้ สินค้าเกษตรตกต่ำ และมีการคอร์รัปชั่นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะโครงการจำนำข้าว มีการจัด ครม.ต่างตอบแทนจนเกิดการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพไม่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ แม้กระทั่งนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกและรมว.คลังก็หมดสภาพถูกชาวนาขับไล่ไม่ให้ความเชื่อถืออีกต่อไป เพราะฉะนั้นนางสาวยิ่งลักษณ์ที่อาสาเป็นนายกคนต่อไปต้องแสดงวิสัยทัศน์ว่าแก้ปัญหาอย่างไรไม่ใช่แก้ตัวหรือหนีปัญหา ขอให้เปลี่ยนนามสกุลจาก ชินวัตรเป็น แซ่ลี้ภัย เพราะเหมาะสมที่สุดกับการทำงานของนางสาวยิ่งลักษณ์
'ชวนนท์' ชี้ปฏิบัติการ 'ศรส.' ขอคืนพื้นที่ หวังคงอำนาจพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความพยายามขอคืนพื้นที่ของ ศรส.ในหลายจุดว่า การชุมนุมของประชาชนใช้สิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้วว่าเป็นการชุมนุมตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ แต่การกระทำของ ศรส.มีความพยายามเป็นขั้นเป็นตอนที่จะกล่าวหาผู้ชุมนุมว่า ใช้อาวุธ ใช้ยาเสพติด ใช้ความรุนแรง โดยทุกครั้ง ศรส.จะโยงว่าผู้ชุมนุมมีการซุกซ่อนอาวุธ หรือใช้ยาเสพติดแต่ไม่เคยพิสูจน์ได้ว่าเป็นของผู้ชุมนุมจริงหรือไม่ เป็นเพียงกระบวนการสร้างเรื่องให้ร้ายผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายรองรับ เป็นความพยายามที่น่ากลัวและความอำมหิตของรัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาการชุมนุมโดยสงบของประชาชนได้ จึงต้องใส่ร้ายเพื่อล้อมปราบประชาชน จึงขอย้ำกับเจ้าหน้าที่ว่าแม้จะได้คำสั่งอย่างไรก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตของกฎหมาย
นายชวนนท์ กล่าวด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้ 19 ก.พ.57 ศาลแพ่งจะอ่านคำสั่งว่าจะยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ จึงเห็นว่ารัฐบาลต้องการสร้างสถานการณ์ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งที่เป็นการเอื้อประโยชน์ฝ่ายรัฐใช้อำนาจกับประชาชน ตนจึงคิดว่ารัฐบาลพยายามสร้างละครการขอคืนพื้นที่เพื่อคงการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่หวังว่ารัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน นอกจากนี้ปฏิบัติการของ ศรส.ในวันนี้อาจเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวคือ เป็นการแสดงให้ชาวนาเกิดความหวาดกลัวไม่กล้ามาชุมนุมเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย รวมทั้งอาจเกิดจากใบสั่งที่ประเทศพม่า ซึ่งเชื่อหมอดูว่าต้องให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปเหยียบทำเนียบรัฐบาล โดยมีคนแนะนำว่า หากจะต้องเหยียบทำเนียบบนกองเลือดประชาชน ให้ตัดเท้านางสาวยิ่งลักษณ์ไปแตะทำเนียบจะดีกว่า
'ชวนนท์' บี้ 'รัฐบาล' ลาออก หลังทำออมสินป่วน
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการถอนเงินสามหมื่นล้านบาทออกจากธนาคารออมสินภายในวันเดียวเป็นสิ่งที่สะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลเพื่อไทยที่ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งทันที เพราะประชาชนไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลอีกต่อไป เนื่องจากรัฐบาลพยายามเอาเงินประชาชนไปอุดรูรั่วการทุจริตมหาศาลในโครงการรับจำนำข้าว เงินกู้ที่ออกไปจึงไม่ได้ช่วยชาวนาแต่เป็นเงินที่จะไปช่วยรัฐบาลขี้โกงที่โกงเงินชาวนา จึงทำให้ประชาชนต้องการส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลด้วยการถอนเงินออกจากธนาคารออมสิน และตนเชื่อว่าหากมีการตั้งกองทุนบริจาคให้ชาวนาก็เชื่อว่าผู้ที่ถอนเงินจากธนาคารออมสินพร้อมที่จะบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือชาวนา
ดังนั้น รัฐบาลต้องหยุดนำการเมืองมาอ้างหรือทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มเติมระหว่างประชาชน ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบ
'จุฤทธิ์' เตือน 'กกต.' รอบคอบเปลี่ยนเกณฑ์เดินหน้าเลือกตั้ง
นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเตือนคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ในขณะนี้มีข้อเสนอที่จะทำให้การเลือกตั้งมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดการโกงเลือกตั้งอย่างมโหฬาร เช่น ให้มีบัตรและหีบสำรอง ให้กรรมการประจำหน่วยเอาเจ้าหน้าที่อื่นมาประจำได้ ซึ่งจะทำให้เกิดการโกงจากการสวมสิทธิผ่านบัตรสำรอง กกต.ต้องพิจารณาให้ดี เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการโกงเลือกตั้งแบบยกหน่วย ไม่เช่นนั้นนอกจากการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะแล้วยังจะเป็นการโกงเลือกตั้งครั้งใหญ่ด้วย โดยพรรคเพื่อไทยยังพยายามที่จะคงอำนาจไว้ผ่านการเลือกตั้งดังกล่าว



