ข่าว

ผ่านฟ้าวุ่น!ม็อบชิงตัว'สมเกียรติ'แล้ว

ผ่านฟ้าวุ่น!ม็อบชิงตัว'สมเกียรติ'แล้ว

18 ก.พ. 2557

ผ่านฟ้าวุ่น!ยิงแก๊สน้ำตา ม็อบชิงตัว'สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์'ได้ ล่าสุดตร.ถ่อยร่น หลังมีเสียงปืนดังต่อเนื่องทำให้มีตร.และปชช.บาดเจ็บ

                   18 ก.พ.57  เมื่อเวลา 11.10 น.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ โดนตำรวจควบคุมตัวเเล้วที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ พื้นที่ชุมนุมของกองทัพธรรม โดยไม่มีเหตุปะทะ เเละนายสมเกียรติยอมให้ตำรวจควบคุมตัวเเต่โดยดีท่ามกลางการยิงเเก๊สน้ำตาเป็นระยะเเละเสียงนกหวีดเเสดงความไม่พอใจ ต่อมาเมื่อเวลา 12.13 น. มวลชน กปท.ได้เข้าชิงตัวนายสมเกียรติจากตำรวจและทำการปฐมพยาบาลอยู่

                  โดยที่ตำรวจกำลังขยายวงกำชับพื้นที่เป็นระยะและมีการยิงกระสุนยางอย่างต่อเนื่องพร้อมแก๊สน้ำตามีคนบาดเจ็บแล้ว  2 คน ขณะที่สมณะโพธิรักษ์เจ้าสำนักสันติอโศกกล่าวบนเวทีว่า "พวกเราชุมนุมโดยสงบ  สันติ อหิงสา เเต่โดนพวกเราโดนการใช้กำลังตัดไฟ  ปล่อยให้ตำรวจทำลายพวกเราฝ่ายเดียว อย่าไปตอบโต้"

                  ล่าสดุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การขอคืนพื้นที่ของศรส.ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ตำรวจได้ทยอยรื้อสิ่งกีดขวางบนถนนราชดำเนินนั้น มีเสียงปืนดังเป็นระยะเเละมีเเก๊สน้ำตาเป็นช่วงๆ เเละเวลา 11.35 น. เกิดเหตุตำรวจบาดเจ็บที่ศรีษะ 1 นาย ที่คล้ายว่า โดนยิงเเละนำตัวส่งโรงพยาบาลไปเเล้ว  รวมทั้งมีการทยอยนำตัวคนบาดเจ็บเป็นระยะออกจากพื้นที่และได้ถอยร่นออกไป ทำให้มวลชนกองทัพธรรมรุกกลับเข้าพื้นที่เดิมได้ พร้อมกันนี้ผู้ชุมนุมได้รวมกำลังผลักดันตำรวจจากสะพานผ่านฟ้าถอยร่นถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
 

 

 ตำรวจถอยพ้นทุกพื้นที่จะขอคืน

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากกระทรวงมหาดไทย และ ถ.ราชดำเนินสะพาน จนตลอดสะพานผ่านฟ้าลีลาศว่า ล่าสุดตั้งแต่ 13.10 น. ที่ผ่านมากำลังตำรวจที่อยู่บริเวณแนวถนนราชดำเนิน หน้า รร. รัตนโกสินทร์ กระทรวงกลาโหม และสนามหลวงทั้งหมดได้ทยอยถอนกำลังออกจากพื้นที่แล้ว โดยมีมวลชนที่กระทรวงมหาดไทยยืนสังเกตุการณ์ตำรวจเป็นระยะเช่นกัน โดยระหว่างที่ตำรวจได้ถอนกำลังจกาโรงแรมรัตนโกสินทร์ ปรากฏว่ามีเสียงปืนดังขึ้นสองนัด ทำให้ตำรวจและประชาชนในบริเวณดังกล่าวต้องถอยร่นออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็วเนื่องจากไม่ทราบว่าเสียงปืนดังขึ้นในบริเวณใด

               ส่วนที่กระทรวงมหาดไทย กลับสู่ภาวะปกติผู้ชุมนุมกลับมาที่หน้าเวทีปราศรัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 


ทหารสงสัยตร.ขอคืนพื้นที่ทำไมคุมหน้า

 

                  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ ผ่านทางเฟสบุ๊ค “เหรียญทอง แน่นหนา” โดยเรียกร้องไปยัง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ให้ทบทวนการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจต่อประชาชนซึ่งไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย หากเป็นไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์ เหตุใดถึงต้องปิดบังอำพรางใบหน้า

                  ทั้งนี้พล.ต.นพ.เหรียญทอง ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟสบุ๊ก ไว้ดังนี้

                  เรียน ผบ.ตร....การปฏิบัติการพิเศษต่อประชาชนซึ่งไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย หากปฏิบัติการนั้นเป็นไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์แล้ว ผู้ปฏิบัติการไม่สมควรปิดหน้าอำพรางใดๆ ได้โปรดทบทวนด้วยครับ

                  ทั้งนี้ พล.ต.นพ.เหรียญทอง ได้โพสต์ภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจใส่ชุดดำ และมีหมวกปิดบังใบหน้าพร้อมอาวุธครบมือ ขณะปฎิบัติหน้าที่บริเวณถนนราชดำเนินขึ้นเพื่อประกอบข้อความด้วย

 

 

 

เจรจารอบ2ยอมเปิดแยกสวนมิสกวัน

 

                  เมื่อเวลา 11.20 น.พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รอง ผบช.น.) ในฐานะหัวหน้าชุดเจรจาต่อรองเปิดการจราจรแยกสวนมิสวันและเส้นทางถนนพิษณุโลกด้านหลังกองบัญชาการตำรวจนครบาลพร้อมคณะทำงานเข้าเจรจากับนายสกลธี ภัทธิยกุล และนายนัฐเซอร์ ยีหมะ แกนนำผู้ชุมนุม กปปส. และ คปท. บริเวณแยกสวนมิสวันถนนพิษณุโลกหลังที่ตั้งกองบัญชาการตำรวจนครบาล

                   การเข้าเจรจาครั้งนี้เป็นครั้งที่2 ในวันนี้หลังจากเข้าเจรจาในรอบแรกช่วงเช้าที่ผ่านมาล้มเหลวท่ามกลางการชุมนุมแน่นขนัดผู้ชุมนุมไม่ท้อถอยร่วมต่อสู้ด้วยกัน พล.ต.ต.อดุลย์ เข้าเจรจาด้วยความละมุนละม่อมหลังจากกลับมาประชุมหารือร่วมคณะทำงานกำหนดท่าทีใหม่พร้อมชี้แจงยืนยันถึงความจำเป็นในการขอเปิดเส้นทางจราจรถนนพิษณุโลกตั้งแต่แยกมิกสกวันถึงสะพานชมัยมรุเชษฐ์ และถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่แยกมิกสกวัน ถึงสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อเปิดเส้นทางให้ประชาชน นักเรียนนักศึกษาได้ใช้สัญจรไปมาลดผลกระทบความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมยืนยันตำรวจจะไม่ใช้ความรุนแรงและแก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุม

                  ด้านนายนัฐเซอร์ กล่าวว่า ผู้ชุมนุมยินดีที่จะเปิดเส้นทางการจราจรถนนพิษณุโลกจากแยกวังแดงถึงแยกสวนมิกสวัน แต่ขอ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถอนกำลังออกจากพื้นที่ด้านหลัง กองบัญชาการตำรวจนครบาลออกทั้งหมด จึงจะยอมเปิดการจราจรบางส่วน ใช้การเจรจาร่วมกันประมาณ 10 นาที พล.ต.ต.อดุลย์ แจ้งกับแกนนำว่า ขอนำข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ไปแจ้งกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศูนย์รักษาความสงบ หรือ ศรส. ทราบในเบื้องต้นก่อน

                   ขณะที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แกนนำ กปปส. ได้ยื่นข้อเรียกร้องว่า หากจะให้เปิดถนนพิษณุโลกต้องสั่งให้ตำรวจหยุดใช้แก๊สน้ำตาที่แยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เพราะมวลชนได้รับบาดเจ็บหลายราย แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าการใช้แก๊สน้ำตาที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ไม่ใช่ฝีมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด

 

 

เหตุขอคืนพื้นที่ผ่านฟ้าฯ เจ็บแล้ว 25 ราย
 
 
                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.20 น. ศูนย์เอราวัณรายงานเหตุขอคืนพื้นที่ แยกสะพานผ่านฟ้า บาดเจ็บ 25 ราย ส่งโรงพยาบาลกลาง 15 ราย โรงพยาบาลหัวเฉียว 2 ราย โรงพยาบาลรามา 2 ราย และโรงพยาบาลวชิรพยาบาล 6 ราย 
 
 
 
เปิดชื่อ 4 ตำรวจบาดเจ็บจากเหตุการณ์ผ่านฟ้าฯ
 
 
                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กของ ศรส. แจ้งว่า สำหรับรายชื่อตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บประกอบด้วย รายชื่อตำรวจบาดเจ็บจากการปะทะ รักษาตัวอยู่ที่รพ.สงฆ์ กำลังย้ายมารักษาต่อที่รพ.ตำรวจ 
 
                   1.ด.ต.กัมปนาท พรสวัสดิ์ โดนสะเก็ดระเบิดที่ขาขวา
 
                   2.ด.ต.วัฒนพงษ์ พระสุรัตน์ โดนสะเก็ดระเบิดที่ต้นขาขวา 
 
                   3.ด.ต.พรชัย รินทร์อายุ 42ปี โดนสะเกิดระเบิดที่แขนซ้าย 
 
                   4. ส.ต.ท.สุพล บุตรดี อายุ 35 ปี โดนสะเกิดระเบิดที่ต้นแขนขวา หัวไหล่ขวา ปลายหูขวา
 
 
 
 
ศูนย์เอราวัณรายงานผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย
 
 
                    ล่าสุด 14.14 น. ยอดขณะนี้  เจ็บ 58  ตาย 2 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิต ส.ต.อ.เพียนชัย ภารวัตร  ส่วนประชาชนที่เสียชีวิตคือ นายสุพจน์ บุญรุ่ง ขณะนี้ศพอยู่ที่โรงพยาบาลกลาง 

 

 

ประมวลภาพ!สมณะโพธิรักษ์เจ้าสำนักสันติอโศกปราศรัยให้กลุ่มผู้ชุมนุมนั่งสงบ สันติ

 

ผ่านฟ้าวุ่น!ม็อบชิงตัว'สมเกียรติ'แล้ว

 

ผ่านฟ้าวุ่น!ม็อบชิงตัว'สมเกียรติ'แล้ว

 

ผ่านฟ้าวุ่น!ม็อบชิงตัว'สมเกียรติ'แล้ว

 

ผ่านฟ้าวุ่น!ม็อบชิงตัว'สมเกียรติ'แล้ว

 

ผ่านฟ้าวุ่น!ม็อบชิงตัว'สมเกียรติ'แล้ว

 

 

 

ตำรวจเริ่มเคลื่อนกำลังเข้าใกล้มท.แล้ว


                  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการขอคืนพื้นที่กระทรวงมหาดไทยของเจ้าหน้าที่ตำรวจตามคำสั่งของศูนย์รักษาความสงบว่า ล่าสุดเมื่อเวลา  11.10 น.ที่ผ่านมา กำลังเจ้าหน้าตำรวจ หลายร้อยนายที่อยู่บริเวณสนามหลวงตั้งแต่ช่วงเช้า ได้เคลื่อนมาถึงบริเวณด้านหน้ากระทรวงกลาโหมแล้ว โดยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด. มีโล่ และกระบอง ยืนตรึงกำลังอยู่ในบริเวณดังกล่าวเพื่อรอคำสั่งหากมีการขอคืนพื้นที่หลังจากนี้ โดยส่วนหนึ่งพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยหน่วยอรินทราช พร้อมอาวุธ M16 ประมาณ 7 นาย ได้เดินทางมาถึง ที่กระทรวงกลาโหมแล้วเช่นกัน ขณะเดียวกัน นายตำรวจที่ควบคุมดูแลพื้นที่ระบุว่า หลังจากนี้ จะมีนายตำรวจเข้าไปเจรจากับทางแกนนำเพื่อขอคืนพื้นที่กระทรวงมหาดไทย ต่อไป
 
                  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ภายหลังที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เคลื่อนมาถึง กระทรวงกลาโหมแล้ว โดยบนเวทีชุมนุมของกลุ่มสมาพันธ์รัฐวิสหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ได้ประกาศให้มวลชนเตรียมความพร้อมร่วมถึงได้เรียกให้หัวหน้าการ์ดทุกชุดมาประชุมที่หลังเวทีทันที ซึ่งมีกลุ่มมวลชนจำนวนหนึ่งได้มาสังเกตุการณ์อยู่บริเวณสะพานช้างโรงสี ด้านหน้ากระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ห่างจากแนวตำรวจ ประมาณ 300 เมตร

 


ทบ.ส่ง5กองร้อยช่วยเหลือประชาชน

 

                  รายงานข่าวแจ้งว่า กองทัพบก (ทบ.) ได้ส่งกำลังทหารเข้ามาไว้ที่กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) จำนวน 5 กองร้อย หลังจากศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ส่งกำลังตำรวจเข้ามาขอคืนพื้นที่รอบทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. นำมวลชนเข้ามาสมทบเพื่อป้องกันการสลายการชุมนุม ทางกองทัพจึงได้มีการเตรียมกำลังไว้เพื้่อเตรียมช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ ยังมีการส่งกำลังทหารเสนารักษ์ประมาณ 50 นาย เพื่อเตรียมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอยู่ภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร. 1 รอ.)
 
                  รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับกรณีที่กำลังพลเข้าไปมีส่วนร่วมกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งอาจมีการพกพาอาวุธเพื่อป้องกันตนขณะเข้าไปฟังการปราศรัย และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทางกองทัพได้กำชับไม่ให้มีการพกพาอาวุธเข้าไปในพื้นที่การชุมนุม โดยระบุว่า นอกจากจะเป็นความผิดทางอาญาแล้วยังถือเป็นความผิดทางวินัยด้วย ส่วนพฤติกรรมที่เข้าข่ายการก้าวล่วงสถาบันให้กำลังพลรวบรวมบันทึกหลักฐานการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้สามารถนำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมายในภาย

 

........................................

(ขอบคุณภาพ : @Arjuna_Thai)