ข่าว

เกมวัดใจ'เฉลิม'ตร.'เกียร์ว่าง-ลุย'สลายม็อบ

เกมวัดใจ'เฉลิม'ตร.'เกียร์ว่าง-ลุย'สลายม็อบ

18 ก.พ. 2557

เกมวัดใจ'เฉลิม' ตร.'เกียร์ว่าง-ลุย'สลายม็อบ : ทีมข่าวอาชญากรรม

             ในห้วงระหว่างวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เป็นห้วงเวลาที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ภายใต้การนำของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการ รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. มีท่าทีแข็งกร้าวที่สุดกับปฏิบัติการขอคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุมกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล และศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ โดยมีการระดมกำลังตำรวจทั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หน่วยปราบจลาจล และตำรวจฝ่ายสืบสวน รวมกันหลายพันนาย สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้

             ท่าทีที่แข็งกร้าวของ ร.ต.อ.เฉลิม ทำให้มีการคาดการณ์ไปต่างๆ นานาว่า ตำรวจซึ่งเป็นกำลังหลักของ ศรส. จะเดินหน้ายึดคืนพื้นที่โดยใช้มาตรการที่เด็ดขาด แต่กลับผิดคาด เพราะเมื่อถึงเวลาปฏิบัติการจริง เฉพาะที่เวทีชุมนุมศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ แทนที่ตำรวจผู้ปฏิบัติจะได้ยินคำสั่งให้เดินหน้าเผด็จศึก กลับได้รับคำสั่งถอนกำลังออกจากพื้นที่แทน

             ไม่แตกต่างจากที่ทำเนียบรัฐบาล แม้ตำรวจจะยึดคืนพื้นที่ข้างทำเนียบรัฐบาลฝั่งด้านหน้ากระทรวงศึกษาธิการได้บางส่วน เปิดทางให้ ร.ต.อ.เฉลิม เข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาลได้ทางประตู 5 เพื่อแถลงข่าวตรวจยึดอาวุธจำพวกหนังสติ๊ก หัวนอต และส่วนประกอบระเบิดปิงปอง จำนวนหนึ่ง ที่ ร.ต.อ.เฉลิม อ้างว่าเป็นอาวุธร้ายแรงที่กลุ่มผู้ชุมนุมเตรียมไว้ล้มล้างรัฐบาลนั้น ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่า ผลงานที่ได้จากปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ครั้งนี้ไม่สมราคาคุยของ ผอ.ศรส. อย่าง "สารวัตรเหลิม"

             มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันให้แซดในศูนย์รักษาความสงบว่า สาเหตุที่ทำให้ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่เมื่อช่วงเทศกาลแห่งความรักไม่ดุเดือดเข้มข้นอย่างที่คาด เป็นเพราะความกังวลในคำตัดสินของศาลแพ่ง รัชดาฯ ที่มีกำหนดนัดชี้สองสถาน กรณี นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ร.ต.อ.เฉลิม และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นจำเลย และขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยอ้างว่าเป็นการประกาศใช้ที่ไม่ชอบธรรมในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้

             นักการเมืองเก๋าเกมอย่าง ร.ต.อ.เฉลิม รู้ดีว่า หากศาลชี้ไปในทางที่เป็นคุณต่อกลุ่ม กปปส. หรือแม้แต่จะเป็นคุณต่อรัฐบาลรักษาการ ก็ล้วนแล้วแต่มีความสุ่มเสี่ยง เพราะคดีความที่พยายามจะเอาผิดกลุ่มผู้ชุมนุมในเวลานี้ โดยเฉพาะในข้อหากบฏ ไม่ใช่คดีอาญาทั่วไป แต่เป็นคดีที่เกิดขึ้นจากเรื่องการเมือง ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปแล้วสามารถนำเข้าสู่กระบวนการนิรโทษกรรมได้ทั้งสิ้น หากกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดแล้วเกิดเหตุบานปลายจนเกิดความสูญเสีย ย่อมไม่เกิดผลดี ร.ต.อ.เฉลิม จึงยังชั่งใจ ไม่ได้มีคำสั่งที่เด็ดขาด ทั้งที่ตัวเองมีอำนาจเต็ม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ

             ในระดับผู้ปฏิบัติ มีกระแสข่าวหนาหูว่า พล.ต.อ.อดุลย์ มีความไม่สบายใจหากจะต้องใช้กำลังกับกลุ่มผู้ชุมนุม เนื่องจากมีบทเรียนจากนายตำรวจรุ่นพี่ อย่าง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ซึ่งต้องขึ้นโรงขึ้นศาลหลังปฏิบัติการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ที่หน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล สมัยที่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ให้เป็นตัวอย่าง ซึ่ง พล.ต.อ.อดุลย์ จะเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคมนี้ จึงไม่อยากเปลืองตัว แนวทางการปฏิบัติของตำรวจจึงทำตามเฉพาะคำสั่งที่ได้รับจาก ศรส.เท่านั้น ไม่ได้เปิดเกมรุกพิเศษนอกเหนือคำสั่ง

             มีรายงานแจ้งว่า ฉากหน้าที่ดูแข็งขันของ ร.ต.อ.เฉลิม แตกต่างจากฉากหลังอย่างชัดเจน ท่ามกลางเสียงประกาศกร้าวขอคืนพื้นที่ด้วยท่าทีที่ดุเดือด กลับมีความพยายามส่งตำรวจระดับสูงที่มีความใกล้ชิดกับขั้วตรงข้าม เข้าไปสานสัมพันธ์เจรจาต่อรองกับแกนนำผู้ชุมนุมเพื่อขอเปิดพื้นที่บางส่วนอย่างประนีประนอม เพื่อกลบเสียงครหาของคนในพรรคเพื่อไทย ที่กล่าวหาว่า มารับหน้าที่ ผอ.ศรส. แล้วไม่เห็นลงมือกระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดกับกลุ่มผู้ชุมนุม

             สำหรับปฏิบัติการกดดัน "หลวงปู่พุทธะอิสระ" ที่เวทีศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นับตั้งแต่วันมาฆบูชา เป็นต้นมา ก็เป็นเพียงเป้าหมายลวง เพราะเป้าหมายที่แท้จริงที่ ศรส.ต้องการพื้นที่คืนคือทำเนียบรัฐบาล ขณะที่บริเวณศูนย์ราชการนั้น เป็นเพียงเกมประลองกำลัง ระหว่าง ศรส. กับ กลุ่มผู้สนับสนุนผู้ชุมนุม

             "ตำรวจรู้ดีว่า ที่เวทีแจ้งวัฒนะมีการเตรียมพร้อมที่จะตอบโต้หากมีการใช้กำลังเข้าขอคืนพื้นที่ ซึ่งมีการตระเตรียมแผนปฏิบัติการไว้พร้อม เพียงรอคำสั่งลุยจากผู้บังคับบัญชาเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาไม่มีคำสั่งลุย มีแต่คำสั่งใช้มาตรการกดดัน และคำสั่งถอนกำลังตามเวลาเท่านั้น" ตำรวจระดับผู้ปฏิบัติ ในชุดปราบจลาจล บช.ภ.1 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ชุมนุมเวทีแจ้งวัฒนะ ให้ข้อมูล

             อุปสรรคสำคัญในปฏิบัติการขอคืนพื้นที่จากกลุ่ม กปปส.ของ ร.ต.อ.เฉลิม ในฐานะ ผอ.ศรส. ในห้วงเวลานี้ คือจำนวนผู้ชุมนุม ที่ยังคงมีปริมาณมาก หากตำรวจกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดที่รุนแรง อาจควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ และอาจลุกลามบานปลายนำไปสู่ความสูญเสียที่รุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม กระอักกระอ่วน ไม่สามารถเดินหน้าลุยขอคืนพื้นที่ได้อย่างเต็มสูบ และที่สำคัญคือ ตำรวจผู้ปฏิบัติเอง ไม่พร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรการที่เด็ดขาด เนื่องจากนายตำรวจระดับสั่งการหลายคนไม่มั่นใจในสถานะของรัฐบาลรักษาการ มีหลายคนที่ฝักใฝ่ฝั่งตรงข้าม โดยเฉพาะตัวอดีตตำรวจบางรายที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำกลยุทธ์ต่างๆ แก่กลุ่มผู้ชุมนุมในห้วงเวลานี้ จึงเลือกที่จะปล่อยเกียร์ว่าง แทนการเดินหน้าลุย อย่างที่ขั้วอำนาจคาดหวัง

             สถานการณ์ชั่วโมงนี้ รอเวลาวัดใจ "ร.ต.อ.เฉลิม" จะยืนหยัดแข็งกร้าวได้อย่างฉากหน้าหรือไม่ ?


....................

(หมายเหตุ : เกมวัดใจ'เฉลิม' ตร.'เกียร์ว่าง-ลุย'สลายม็อบ : ทีมข่าวอาชญากรรม)