ข่าว

เทปูน'ปิดทำเนียบ'...กลยุทธ์เคล็ดแก้เคล็ด

เทปูน'ปิดทำเนียบ'...กลยุทธ์เคล็ดแก้เคล็ด

18 ก.พ. 2557

เทปูน'ปิดทำเนียบ'...กลยุทธ์เคล็ดแก้เคล็ด : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

             หลังจาก “เฉลิม อยู่บำรุง” ประกาศจะพา "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" รักษาการนายกรัฐมนตรี เข้าไปทำงานในทำเนียบรัฐบาลให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ แกนนำกลุ่ม คปท. (เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย) ตั้งเวทีปิดทำเนียบมานานกว่า 3 เดือน จึงจัดพิธีต้อนรับ โดยชักชวนมวลชนให้ช่วยกันผสมปูนซีเมนต์เทปิดประตูทำเนียบทันที ตั้งแต่ 9 โมงเช้าวันที่ 17 กุมภาพันธ์ โดยมี "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการ กปปส. พร้อมด้วยประชาชนจากเวทีอื่นเข้าร่วมอย่างคึกคัก

             ช่วงก่อนเที่ยง...ประตูทางเข้าออกทำเนียบรัฐบาลที่ 1, 2 และ 5 ถูกปิดด้วยปูนซีเมนต์สูงเกือบ 2 ฟุต เป็นที่เรียบร้อย และกลายเป็นแหล่งถ่ายรูปที่ระลึกแห่งใหม่ของมวลมหาประชาชน !?!

             นายทหารช่วยราชการหนึ่งในทีมงาน คปท. เปิดเผยเบื้องหลังยุทธการ “เทปูนปิดประตู” ให้ฟังว่า ตามหลักการสู้รบแล้ว หากจะเอาชนะศัตรูได้ต้องผ่านด่านเข้าประตูหลักหรือประตูใหญ่เท่านั้น ดังนั้นหากฝ่ายปฏิบัติของ “ศูนย์รักษาความสงบ” หรือ ศรส. จะเข้ามารุกยึดคืนพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลจริง ก็ต้องเริ่มจากประตู 1 เพราะถือเป็นสถานที่ทำพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล หากฝ่ายไหนอยากเข้ามาครอบครองพื้นที่นี้ ต้องผ่านทางประตูหลักเท่านั้น ถ้าไปเข้าประตูอื่นถือเป็นลางไม่ดี

             "ใครเปิดประตูนี้ได้ถือเป็นชัยชนะ เชื่อว่าถ้า ศรส.จะสั่งบุกยึดพื้นที่คงวางแผนเข้าตรงนี้เช่นกัน เราจึงใช้วิธีเคล็ดแก้เคล็ดขอให้อาสาสมัครมวลชนมาช่วยกันเทปูนปิดไปเลย รวมถึงประตู 2 ที่อยู่ข้างเคียงและประตู 5 ด้านหลังด้วย ส่วนประตู 3 และ 4 เป็นประตูด้านข้าง ไม่ใช่จุดที่น่าเป็นห่วง”

             อย่างไรก็ตาม ทีมงานข้างต้นยอมรับว่า ปูนซีเมนต์สูงเกือบ 2 ฟุต ที่เทปิดไว้นั้น หากต้องเผชิญกับกองกำลังตำรวจหลายร้อยคน ด่านปูนเหล่านี้ป้องกันอะไรไม่ได้มากนัก ยิ่งถ้าเจอกับรถแทรกเตอร์ขนาดใหญ่กวาดไม่กี่ครั้งคงพังทลาย แต่หากคำนึงถึงหลักจิตวิทยา ถือว่าทำลายขวัญคู่ต่อสู้ได้พอสมควร เพราะเหมือนโดนสร้างกำแพงกั้นปิดถาวร

             ระหว่างผู้สื่อข่าวเดินสำรวจแนวรบใหม่ของเวที คปท.อยู่นั้น พบว่ามีข่าวลือจากกลุ่มต่างๆ ว่า คืนนี้ (17 ก.พ.)ให้เตรียมพร้อม เพราะอาจมีการรุกคืบย้ายเวทีเข้าไปอาศัยอยู่ในทำเนียบรัฐบาลแทนเวทีปราศรัยหลักเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ

             ชายสวมใส่ชุดดำพร้อมหมวกไหมพรมปิดหน้า พร้อมกลุ่มเพื่อนที่ยืนเฝ้าระวังอยู่บริเวณสะพานอรทัย เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นการ์ด กปปส.ประจำอยู่เวทีราชประสงค์ เมื่อคืนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ มีคำสั่งจากแกนนำให้เข้ามาเป็นทีมเสริมการ์ด คปท. แต่ไม่ได้สั่งให้เตรียมเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์อย่างอื่นมาด้วย จึงไม่รู้ว่าจะต้องอยู่นานเท่าไร ส่วนเรื่องการกระชับพื้นที่ย้ายเวทีเข้าไปทำเนียบรัฐบาลนั้น ยังไม่ได้รับคำสั่งจากแกนนำการ์ด กปปส. รู้เพียงข่าวลือว่าในทำเนียบรัฐบาลมีตำรวจไม่ต่ำกว่า 3 กองร้อย เตรียมอยู่ด้านในแล้ว

             "วันนี้ผมมีแค่มีดสวิสอันเล็กๆ เท่านั้น ไม่มีอาวุธป้องกันอะไรอีก ถ้าเขาบอกให้เข้าเราก็คงต้องเข้า แต่ผมว่าเสี่ยงไปหน่อยนะ ไม่คุ้มเท่าไร เพราะเราไม่รู้ว่าข้างในจะเจออะไรบ้าง” ชายชุดดำให้ข้อมูล

             นาทีนี้ ทีมงานที่ต้องเตรียมความพร้อมสุดคือ ทีมการ์ดด้านประตูหน้าโรงเรียนราชวินิต หรือประตูนางเลิ้ง ผู้รับผิดชอบเฝ้าด้านหลังเวที คปท. จุดนี้ถูกรบกวนจากกลุ่มป่วนมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นประทัดยักษ์ หรือกระสุนจริง ซึ่งถูกยิงเข้ามากลางดึกเกือบทุกคืน

             หนึ่งในผู้รับผิดชอบดูแล “ประตูราชวินิต” ให้ข้อมูลว่า วันนี้เสริมกำลังป้องกันเพิ่มด้วยตาข่ายสีเขียวขั้นที่ 2 จากเดิมที่มีการขึงตาข่ายสีดำไว้ชั้นเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้ใครปาลูกระเบิดหรือประทัดยักษ์เข้ามาทำร้ายได้ง่ายๆ ส่วนแนวป้องกันยางรถยนต์ที่สูงกว่า 1 เมตร และกำแพงแบร์ริเออร์นั้น จะมีการสลับหมุนเวียนเปลี่ยนไปมาตลอด เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ว่ายุทธวิธีการป้องกันในแต่ละวันเป็นอย่างไร

             “ตอนนี้ผมเพิ่มระดับป้องกันความปลอดภัยไว้สูงสุดแล้ว อย่างอื่นไม่กลัว ถ้าตำรวจมาเราก็โต้กลับ น่าจะยืดเยื้อได้หลายชั่วโมง จนฝ่ายเขาเหนื่อยกันไปเอง ผมไม่กลัวตำรวจ แต่กลัวใครแอบมาอยู่ฝ่ายเราแล้วใช้กระสุนจริงยิงใส่ตำรวจ ถ้าเป็นแบบนั้นคงเจรจากันลำบาก อยากขอร้องให้มวลชนเชื่อฟังการ์ดนะครับ โดยเฉพาะตอนที่ตำรวจเข้ามายึดคืนพื้นที่ ไม่งั้นพวกผมต้องห่วง 2 ด้าน ทั้งห่วงผู้ชุมนุมกับห่วงโดนโจมตี" การ์ดรายหนึ่ง ดูแลประตูราชวินิต กล่าวทิ้งท้าย


....................

(หมายเหตุ : เทปูน'ปิดทำเนียบ'...กลยุทธ์เคล็ดแก้เคล็ด : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)