ข่าว

ผอ.ออมสินแถลง!แห่ถอน3หมื่นล้าน

ผอ.ออมสินแถลง!แห่ถอน3หมื่นล้าน

17 ก.พ. 2557

ผอ.ออมสินแถลง!แห่ถอน3หมื่นล้าน นักเศรษฐศาสตร์แนะเร่งแก้ปัญหา ขณะที่ธ.ก.ส.หยุดจ่ายเงิน5พันล้านรอ2วันเคลียร์คลัง

                   17ก.พ.2557 เมื่อเวลา 16.30 น.  นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้แถลงข่าวกรณีปล่อยกู้ระหว่างธนาคาร (อินเตอร์แบงก์) ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้มีลูกค้าในต่างจังหวัดแห่ถอนเงินฝาก ว่า ในช่วง 3 วันนี้จนถึงสิ้นวันทำการ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่า มีลูกค้ามาถอนเงินฝากออกไปประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่ มีการฝากเงินประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้มียอดเงินไหลออกไปประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซี่งยอมรับว่า เป็นยอดธุรกรรมที่มากผิดปกติหากเทียบกับวันหยุดยาวจากช่วงสถานการณ์ปกติที่พบว่า จะมีการถอนเงินมากกว่าฝากเข้าประมาณ 7 พันล้านบาท

                 "ยอมรับว่า มีการถอนเงินมากกว่าปกติจริงและข่าวมีผลกระทบกับความรู้สึกของผู้ฝากเงินจริง จึงจะนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารวันที่ 18 ก.พ.นี้ เพื่อประเมินผลกระทบ เพราะเดิมมองว่า การปล่อยอินเตอร์แบงก์ไม่น่าจะมีผลกระทบ เนื่องจากเป็นธุรกรรมระหว่างแบงก์ แต่เมื่อสถานการณ์ออกมาว่ากระทบเงินฝากจริงระหว่างนี้ก็ต้องหยุดดำเนินการปล่อยกู้ชั่วคราว" นายวรวิทย์

                นายวรวิทย์ กล่าวต่อว่า ลูกค้าที่ถอนเงินวันนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และภาคใต้ ขณะที่ ปริมาณเงินฝากเกือบครึ่ง เป็นลูกค้ากรุงเทพฯ-ปริมณฑล สำหรับธนาคารที่มีปัญหาคือ สาขาในห้าง เพราะไม่ได้สำรองเงินไว้มาก อีกทั้ง การถอนเงินวันนี้ไม่มากอย่างที่ประเมินไว้

               "ขอยืนยันความชัดเจนว่าการปล่อยกู้ให้ธ.ก.ส.มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสภาพคล่องหากนำไปใช้ในโครงการจำนำข้าวออมสินก็สามารถหยุดปล่อยกู้ได้จากวงเงินที่เปิดไว้ 2 หมื่นล้าน ภายในระยะเวลา 90 วัน แต่เป็นการกู้ระยะสั้นไม่เกินครั้งละ 30 วัน" นายวรวิทย์ กล่าว

 

 
 
"นักเศรษฐศาสตร์"แนะเร่งแก้ปัญหา
 
 
                     รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนเข้าไปถอนเงินฝากจากธนาคารออมสิน จนทำให้บางสาขาไม่สามารถจ่ายเงินสดให้กับลูกค้าได้ ทำให้ต้องออกแคชเชียร์เช็ค ว่า ในหลักการการดำเนินการของธนาคารจะต้องระวังเรื่องภาพพจน์ ที่ต้องคำนึงถึงความเชื่อมั่น เพราะหากไม่ระมัดระวังจะทำให้เป็นประเด็นที่เป็นปัญหา ทั้งนี้ การแห่ถอนเงินฝากจากธนาคารนั้น หากธนาคารมีเงินสำรองไม่เพียงพอ เพราะมีผู้มาถอนเงินมาเกินกว่าเงินสำรองที่มี ธนาคารก็ต้องแก้ปัญหาด้วยการกู้เงินเพื่อนำมาใช้ หากไม่สามารถกู้มาให้ลูกค้าได้ทันเวลา ก็จะมีปัญหาอื่นๆ เกิดขึ้นตามมาอีก แต่สภาพที่เกิดขึ้นตนไม่สามารถประเมินได้ ส่วนจะถึงขั้นที่จะทำให้ธนาคารล้มหรือไม่ ตามหลักการจะมีกระบวนการแก้ไข คือ ขอความช่วยเหลือจากธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) 
        
                     “สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ สถานการณ์อาจจะคล้ายๆ กับวิกฤติปี 2540 ที่มีคนแห่ถอนเงินจากธนาคาร หากเป็นเพียงธนาคารเดียวอาจจะไม่เป็นอะไร แต่หากเอาไม่อยู่และลามไปเรื่อยๆ ก็อาจจะมีปัญหาบานปลาย” รศ.ดร.นวลน้อย กล่าว
 
 
ธ.ก.ส.หยุดจ่ายเงิน5พันล้านรอ2วันเคลียร์คลัง



                    นายลักษณ์ วจนานวัช กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.จะยังไม่ดำเนินการจ่ายเงินที่ธ.ก.ส.ได้ดำเนินการเบิกเงินกู้ยืมมาจากธนาคารผู้ให้กู้มาจำนวน 5 พันล้านบาทแก่เกษตรกรในโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล และ จะยังไม่มีการดำเนินการเบิกเงินกู้ยืมในวงเงินที่เหลืออีก 1.5 หมื่นล้านบาท โดยจะขอหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อความชัดเจนว่า จะดำเนินการเกี่ยวกับเงินจำนวนนี้อย่างไร เนื่องจาก หลังจากที่มีการกู้ยืมเงินดังกล่าว ได้เกิดกระแสการต่อต้านเรื่องดังกล่าวจากฝ่ายต่างๆ หากธ.ก.ส.จะดำเนินการเรื่องนี้ต่อ จะเกิดปัญหาอย่างไรหรือไม่ คาดว่า จะใช้เวลาหารือและมีความชัดเจนภายใน 1-2 วัน                       
 
                    “มีธนาคารผู้ให้กู้มาแล้วจำนวน 5 พันล้านบาท แต่ธ.ก.ส.ทราบว่า เกิดปัญหาขึ้น เราก็คิดว่า เราจะยังไม่จ่ายเงินนี้ออกไป และจะขอหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อน ไม่เช่นนั้น จะเกิดปัญหาอื่นๆตามมาได้ หากเราไม่สามารถนำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์การกู้ได้ เราก็จะคืนเงินนี้ พร้อมกับดอกเบี้ย”เขากล่าว
    
                    ผู้สื่อข่าวถามว่า การกู้เงินดังกล่าวนั้น ทางกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันหรือไม่ เขากล่าวว่า การกู้ยืมเงินดังกล่าว เป็นการกู้ยืมโดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ประสานและจัดหาเงินเป็นการชั่วคราวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2557 ที่อนุมัติให้กู้เงินใหม่จำนวน 1.3 แสนล้านบาท โดยเงินกู้ชั่วคราวดังกล่าว มีระยะเวลาการกู้ยืม 1 เดือนหรือ 1 เดือนครึ่งซึ่งกระทรวงการคลังได้มีแผนที่จัดหาเงินทุนมาชำระหนี้ดังกล่าวในวันที่ 4 มีนาคมนี้ แต่หากเกิดปัญหาทางเทคนิคและความไม่เข้าใจต่างๆ ก็ถือเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังที่จะเป็นผู้ชี้แจง โดยธ.ก.ส.มีหน้าที่เพียงผู้จ่ายเงินในโครงการนี้เท่านั้น
                   
                    “กระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการจัดหาเงินกู้นี้ และ การจัดหาก็ถือว่า อยู่ในแผนการก่อหนี้สาธารณะ ซึ่งวิธีการกู้เงินก็ทำได้หลายวิธี และไม่ได้มีการระบุวิธี โดยวิธีการกู้ครั้งนี้ เป็นวิธีที่กระทรวงการคลังเห็นสมควร ในฐานะที่ธ.ก.ส.เป็นหน่วยปฏิบัติ ก็เรียนว่า กระทรวงการคลังรับทราบโดยตลอด ถ้าเกิดปัญหาทางเทคนิคหรือความไม่เข้าใจ ก็ขอให้กระทรวงการคลังชี้แจง”เขากล่าว   
    
                    อย่างไรก็ดี ในแง่การดำเนินการต่อกรณีการกู้เงินครั้งนี้ของธ.ก.ส.นั้น นายลักษณ์ยืนยันว่า ตนไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจโดยพลการ โดยเรื่องนี้ ถือเป็นนโยบายสาธารณะที่ประกาศชัดเจน มีมติคณะรัฐมนตรีรองรับ มีการตีความโดยคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ให้ดำเนินการเรื่องนี้ได้ ขณะเดียวกัน บอร์ดของธนาคารก็ได้พิจารณาอนุมัติเรื่องดังกล่าวถึง 3 ครั้ง และ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายก็ได้พิจารณาเรื่องนี้ 4 ครั้ง รวมถึง  คณะกรรมการความเสี่ยงก็ได้ช่วยดูเรื่องดังกล่าว 2-3 ครั้ง
    
                    “ผมไม่กังวลเรื่องที่อาจจะเกิดความผิด เพราะเราได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ที่สำคัญ เราดำเนินการไปเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร หากมีการร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญ เราก็จะชี้แจงเรื่องนี้ว่า ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบ บนหลักการที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรเป็นสำคัญ”เขากล่าวและว่า การดำเนินโครงการนี้ ธนาคารได้แยกออกจากบัญชีปกติของธนาคาร
    
                    เขากล่าวด้วยว่า ขณะนี้ ธ.ก.ส.ยังคงดำเนินการจ่ายเงินในโครงการจำนำข้าวอย่างต่อเนื่อง โดยเงินที่จ่ายจะมาจาก 3 ส่วนหลัก คือ 1.เงินที่ได้จากการระบายข้าว 2.การจัดหาเงินกู้จากกระทรวงการคลังและ3.เงินจากงบประมาณ โดยธ.ก.ส.จะไม่ใช้เงินฝากของธ.ก.ส.แต่อย่างใด              

                        ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งระบายข้าวและส่งเงินมาชำระคืนมากกว่าแผนงานเดิมที่วางไว้ เช่น เดือนมกราคม จากเดิมคาดว่า จะส่งเงินมาชำระหนี้ประมาณ 3.5 พันล้านบาท แต่สามารถส่งมาชำระคืนได้ถึง 1 หมื่นล้านบาท ส่วนเดือนกุมภาพันธ์นั้น ขณะนี้ ได้ส่งเงินมาชำระคืนแล้วจำนวนประมาณ 6.3 พันล้านบาท จึงคาดว่า นับจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเร่งทยอยจ่ายเงิน โดยธ.ก.ส.จะดำเนินการจ่ายเงินให้กับเกษตรกรตามลำดับก่อนหลังการนำใบประทวนมาแจ้งกับธ.ก.ส.ไว้อย่างเคร่งครัด
    
                    “ขณะนี้ เรามีเงินเหลือจากการนำส่งเงินคืนของกระทรวงพาณิชย์จำนวนประมาณ 3 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่า จะทยอยจ่ายได้หมดภายใน 1-2 วันนี้ ทั้งนี้ ตามแผนการส่งเงินคืนจากกระทรวงพาณิชย์ คือ ภายในเดือนกันยายนนี้ กระทรวงพาณิชย์จะส่งเงินคืนมาให้ธ.ก.ส.จำนวน 9.5 หมื่นล้านบาท แต่เราคาดว่า จะได้เงินมาประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท ก็ถือว่า มากกว่า เงินกู้ 5 พันล้านบาท ที่ได้กู้มาเพื่อใช้ในโครงการนี้”เขากล่าว
    
                    อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่รอเงินจากรัฐบาล ธ.ก.ส.ได้ออกมาตรการยืดระยะเวลาการชำระหนี้ให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการเป็นระยะเวลา 6 เดือน และหากมีเกษตรกรมีความประสงค์ที่จะใช้เงินเพื่อนำไปลงทุนทำการผลิตในฤดูกาลใหม่ หรือ ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่จำเป็น ธ.ก.ส.พร้อมที่จะให้เงินกู้ก้อนใหม่ ตามหลักเกณฑ์สินเชื่อปกติของธ.ก.ส.เพื่อลดปัญหาการพึ่งพาเงินกู้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยในอัตราสูงและเป็นภาระหนัก
    
                    ทั้งนี้ การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวในปี 56/57 ธ.ก.ส.ได้ทยอยจ่ายเงินดังกล่าวไปให้แก่เกษตกรแล้วจำนวนประมาณ 6.3 หมื่นล้านบาท คิดเป็นปริมาณข้าวเปลือก 3.91 ล้านตัน เกษตรกรจำนวน 5.12 แสนราย คงเหลือยอดที่ต้องจ่ายอีกประมาณ 1.16 แสนล้านบาท ปริมาณข้าวประมาณ 6.7 ล้านตัน เกษตรกรประมาณ 9 แสนราย
 
 
ชุมพรแห่ถอนเงินออมสินเกลี้ยงไม่มีเงินให้

                     เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ธนาคารออมสิน สาขาหลังสวน จ.ชุมพร ตั้งแต่เช้าเป็นต้นมาจนถึงเที่ยงวัน ได้มีลูกค้าของธนาคารออมสินมาถอนเงินและปิดบัญชีจำนวนมาก ทำให้ธนาคารไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายให้กับลูกค้า จนทางผู้บริหารธนาคารต้องวิ่งขอยืมเงินฉุกเฉินจากธนาคารออมสิน สาขาอื่น ในพื้นที่ จ.ชุมพร แต่ก็ไม่สามารถยืมได้ เนื่องจาก ธนาคารออมสิน ใน จ.ชุมพร ทุกสาขา อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ผู้บริหารธนาคารจึงต้องจ่ายเงินเป็นเช็คของธนาคารให้กับลูกค้าแทนเงินสด โดยให้มาขึ้นเงินสดได้ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป


คนภูเก็ตแห่ถอนเงินจากออมสินเงิน10ล.หมด

                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในธนาคารออมสิน สาขาภูเก็ต ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณถนนพังงา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตลอดช่วงเช้าวันนี้ ได้มีประชาชนชาวภูเก็ต ซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารจำนวนมากได้ทยอยมาขอถอนเงินฝากและปิดบัญชี นอกจากนี้ยังมีการนำสลากออมสินมาขายคืนให้กับทางธนาคารฯ  โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า ไม่มั่นใจและไม่พอใจที่ทางธนาคารออมสินได้มีการปล่อยเงินกู้ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) รวมทั้งยังเกรงว่าเมื่อถึงคราวจำเป็นที่จะต้องใช้เงินทางธนาคารฯ จะไม่มีเงินจ่ายให้ ในขณะที่บางรายบอกว่า ไม่กลัวธนาคารไม่มีเงิน แต่ต้องการให้เกิดความปั่นป่วน จนส่งผลให้เงินสำรองที่ทางธนาคารออมสินสาขาภูเก็ตเตรียมไว้ประมาณ 10 ล้านบาท ไม่เพียงพอที่จะจ่ายเป็นเงินสด โดยจะต้องจ่ายเป็นแคชเชียร์เช็คให้กับผู้ที่ถอนเงินตั้งแต่หลักแสนบาทขึ้นไปแทน


ออมสินตรังวุ่นประชาชนแห่ถอนเงิน

                     นางอาภาพร รัตนคช ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน เขตตรัง ซึ่งดูแลรับผิดชอบธนาคารออมสิน ในพื้นที่จังหวัดตรัง 7 สาขา และจังหวัดสตูล 3 สาขา เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การถอนเงินในวันนี้ยังถือว่าปกติ แม้จะมีประชาชนมามาแห่ถอนเงินเป็นจำนวนมากกว่าปกติ แต่ธนาคารก็มีความพร้อมสำหรับการให้บริการอย่างเต็มที่ พร้อมยอมรับว่ารู้สึกหนักใจที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ทำให้ทางธนาคารต้องมาประเมินสถานการณ์กันแบบวันต่อวัน ในขณะเดียวกัน ก็ได้เร่งทำความเข้าใจกับประชาชนเจ้าของบัญชีว่า เงินที่ให้ ธ.ก.ส.กู้ไปนั้น เป็นเงินในส่วนที่มีสภาพคล่องเกินปกติ และไม่เกี่ยวกับเงินฝากของลูกค้าแต่อย่างใด