
ต่างมุมมองสองขั้ว1เดือนชัตดาวน์กรุง
ต่างมุมมองสองขั้ว 1เดือนชัตดาวน์กรุง : นิภาวรรณ แก้วรากมุกข์รายงาน
กว่า 1 เดือนแล้วสำหรับมาตรการ"ชัตดาวน์กรุงเทพ"ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) "ยาแรง"ของกปปส.ได้ผลเป็นเช่นไร และคู่ขัดแย้งอย่างพรรคเพื่อไทยมองม็อบของกำนันสุเทพอย่างไร "คม ชัด ลึก"นำเสนอความเห็นสองฝ่าย
สาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ซึ่งบริหารจัดการเวที กปปส. ประเมินสถานการณ์การต่อสู้ของ กปปส.ที่เดินมาถึงเวลานี้ว่า กว่า 100 วันที่ของการชุมนุมกำลังใกล้จะปิดเกมลงแล้ว สิ่งหนึ่งที่เป็นคุณูปการอย่างยิ่ง คือ การเปิดโปงระบอบทักษิณที่ทำกับสังคมไทย ทำให้นโยบายประชานิยมที่ล้มเหลวต้องแสดงตัวออกมา อย่างเช่น การโกงชาวนาครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ระบอบทักษิณกำลังถูกฐานเสียงที่ใหญ่ที่สุดคือชาวนา รวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง ลุกขึ้นต่อสู้ นี่คือสิ่งที่ทรงพลังที่สุดเวลานี้ เมื่อรวมกับมวลมหาประชาชน เชื่อว่าระบอบทักษิณรับมือไม่ไหวแน่
แกนนำ กปปส.เห็นว่า ตอนนี้ระบอบทักษิณเหลือแค่ ศรส. มีหน้าที่รักษาอำนาจระบอบทักษิณไว้ ด้วยการทำให้เงาใหญ่กว่าตัว โดยใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปจัดการอีกฝ่าย รัฐบาลจึงต้องทำให้ ศรส.ดูเหมือนมีอำนาจเต็มที่ ทั้งที่วันนี้ไม่มีเหลืออยู่แล้ว แต่ที่อ้างความชอบธรรม คือยังใช้วิธีการ สร้างชัยชนะในสงครามจิตวิทยา ทำให้เห็นว่ามวลมหาประชาชนเพลี่ยงพล้ำ โดย ศรส.พยายามใช้เกมจิตวิทยา แถลงข่าวเรื่องจับกุมแกนนำทุกวัน เพราะเขาต้องทำให้มั่นใจว่าเขาจะชนะ ทั้งๆ ที่แต้มที่เขาจะเล่น วันนี้เหลือศูนย์แล้ว
"สภาวะขณะนี้ ประเทศเหมือนไร้รัฐบาล เพราะบริหารไม่ได้ ไร้ความชอบธรรม สั่งการข้าราชการไม่ได้ เพราะทหารก็มีจุดยืน ตำรวจก็แตกเป็นกลุ่ม เขาประเมินเราผิดตลอด มาถึงวันนี้เราต้องไม่หวั่นไหวกับเกมจิตวิทยา เพราะเบื้องหลังเรารู้ว่าคนหนุนรัฐบาลลดลงเรื่อยๆ ถ้าจบเที่ยวนี้ ระบอบทักษิณฟื้นคืนยาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เฉลิม อยู่บำรุง เดินผิดทิศผิดทางหมด เราขุดราก และชาวนากำลังจะถอนโคน สิ่งที่เราทำมา ไม่สูญเปล่า เพราะกระบวนการต่อสู้ของเราหยั่งรากลึกลงไปในสังคมแล้ว" สาทิตย์กล่าว
ขณะที่ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประเมินว่า ปฏิบัติการชัตดาวน์กรุงเทพฯ มีผลมาก คน กทม.ไม่โวยวายกับการชุมนุมยาวนาน ไม่โวยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.หากเทียบกับสถานการณ์เมื่อปี 2553 ที่กลุ่ม นปช.เสื้อแดงชุมนุม ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล จะถูกกระแสกดดัน ทั้งยังต่อว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นให้รัฐบาลสลายการชุมนุม
"แต่วันนี้ ไม่มีใครด่านายสุเทพ แต่สถานการณ์กลับกัน ประชาชนหันไปเล่นงานรัฐบาล ไปเล่นงานนายกฯ ยิ่งลักษณ์ นี่คือสิ่งที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้คนใน กทม.จะเดือดร้อน แต่พวกเขาก็กัดฟันอดทน" กอร์ปศักดิ์กล่าว
กอร์ปศักดิ์ ยอมรับว่า โครงการรับจำนำข้าว เป็นประเด็นสำคัญในการเคลื่อนไหว ที่สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของรัฐบาลชัดเจน ว่าไม่มีโอกาสจะแก้ปัญหานี้ได้ เพราะแก้ไม่เป็น
อีกข้อผิดพลาดของรัฐบาล กอร์ปศักดิ์ชี้ว่า คือการรับข้อมูลไม่รอบด้าน เช่น การรายงานจำนวนผู้ชุมนุม อารมณ์ของผู้ชุมนุม ซึ่งผู้มีอำนาจในรัฐบาลใช้วิธีปิดตัวเอง ไม่ต้องการฟังคำด่า และข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ไม่มีใครใน ครม.ออกไปเดินตามถนน จึงไม่รู้อารมณ์คน ฟังแต่รายงาน ไม่ดูบลูสกาย ยิ่งมาวัดกันกับประชาธิปัตย์ที่เข้าใจอารมณ์ประชาชนอย่างนี้ ล้วนทำให้ผิดพลาด
มาถึงขั้นนี้ กอร์ปศักดิ์ ระบุว่า การเจรจาระหว่าง กปปส.และรัฐบาลคงเป็นไปได้ยาก ที่ชัดจริงๆ 100% กำนันไม่เจรจาเลย ยิ่งมีปัญหาเรื่องชาวนาเป็นแรงกระตุ้น และดูอารมณ์ของคนแต่ละกลุ่มในสังคม เชื่อว่าทางรัฐบาลเองจริงๆ ก็คงเดินหน้าเรื่องเจรจาไม่ได้ เพราะเชื่อว่าคนที่อยู่ต่างประเทศ แค่หยั่งเชิงเท่านั้น ท้ายที่สุดก็ไม่เจรจา
"คุณทักษิณไม่ใช่คนยอมอะไร ลึกๆ เชื่อว่าเขาก็ไม่เจรจา ประเทศจะเจ๊งก็ช่าง เหมือนการเจรจาเมื่อปี 2553 ที่วีระ (วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช.ขณะนั้น) ต้องโดดหนี เพราะทักษิณไม่ยอมคนเดียว เพราะตัวเองไม่ได้กลับบ้านแบบเท่ๆ วิธีเดียวที่บ้านเมืองจะเดินต่อไปได้ คุณยิ่งลักษณ์ต้องลาออก แล้วเอาคนกลางเข้ามา ถึงจะอยู่ในประเทศต่อไปได้ อย่างน้อยเชื่อว่าคนจะให้อภัย ถ้าเธอยอม"
แหล่งข่าวซึ่งเป็นหนึ่งในแนวร่วมสำคัญของ กปปส.ประเมินว่า 1 เดือน ของการชัตดาวน์กรุงเทพฯ ไม่มีผลในเชิงการเมือง แต่มีผลทางเศรษฐกิจ อาจจะทำให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจลำบากขึ้น แต่รัฐบาลก็ไม่ได้รู้สึก สถานการณ์ตอนนี้ถือว่าแย่ทั้งสองฝ่าย นายกฯ ยิ่งลักษณ์ก็ไม่ทุกข์ร้อน ถ้าจะอยู่ต่อไปก็จะเสียหายในแง่ที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ทรุดลงได้ยากยิ่งขึ้น
"ความจริงแล้ว กปปส.โดยเฉพาะท่าทีของกำนันสุเทพ ก็อยากหาทางลงมาตลอด ถ้าไม่ได้เรื่องโครงการรับจำนำข้าว ก็หมดประเด็นแล้ว เพราะการทำกิจกรรมแต่ละวัน ที่เอาคนไปปิดหน่วยงานต่างๆ ก็ไม่ได้ผลอะไร ปิดเช้า รัฐบาลก็ย้ายคนไปทำงานที่อื่น ใช้ระบบออนไลน์ไปตามจุดต่างๆ ข้าราชการก็ยังทำงานได้ตามปกติ ถึง กปปส.จะได้ความร่วมมือจากข้าราชการที่ไม่ชอบรัฐบาล ที่แจ้งให้ไปปิดตรงไหน ตัดน้ำ ตัดไฟตรงไหน ก็ทำได้แค่ปิดเชิงสัญลักษณ์ แต่การไล่คน ไม่มีผล"
"กำนันสุเทพก็ปากแข็ง ที่สุดแล้วก็ต้องหาสนามบินลง นานมากแล้วที่แกไม่ได้หารือกับคนในพรรคเลย สู้ต่อไปก็ลำบาก สมมุติมีเลือกตั้งใหม่ จะเคลื่อนไหวไปปิดหน่วยเลือกตั้งอย่างเดิม ก็ปิดยากแล้ว เพราะแกนนำที่ไปปิด ถูกหมายจับหมด ถ้าเลือกตั้งล่วงหน้า ก็ยังเหนื่อยว่าจะหาใครไปปิดหน่วยอีก สมมุติหากำลังคนได้ แต่คนจะไปเจรจากับ กกต.ในพื้นที่ก็หายาก เพราะแกนนำ กปปส.ไปเองไม่ได้แล้ว ถ้าไปล้อมอีก ก็ต้องเอาคนไปล้อมเยอะๆ ถ้าจะให้ทำอีก แล้วใครจะกล้า"
เขากล่าวอีกว่า ยังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด กปปส.เองก็ไม่มีใครรู้ตอนจบ สถานการณ์อย่างนี้ จึงต้องยันกันไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็เชื่อว่า การเลือกตั้งจะไม่สำเร็จ เพื่อไทยที่ได้เสียงข้างมากเข้ามา จะไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้แน่นอน
ในอีกด้านหนึ่ง แหล่งข่าวระดับสูงจากเพื่อไทย ประเมินว่า ชัตดาวน์สอบไม่ผ่าน เพราะรัฐบาลก็ยังอยู่โดยที่ทหารก็ไปประชุมร่วมด้วย ก็ชัดเจนว่า รัฐบาลยังเป็นรัฏฐาธิปัตย์อย่างเต็มที่ เขาก็ยังยึดถือกฎหมาย ตราบใดที่ฝ่ายตรงข้ามไม่กล้าฉีก เพราะแม้แต่ศาลเองก็ต้องว่าไปตามตัวบทกฎหมาย
"ปัญหาของรัฐบาลมันต่อเนื่องมาจาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พอจบเรื่องนี้กระแสจริงก็หาย กลายเป็นกระแสเทียม เหมือนการเชิญมาปาร์ตี้ แขกบางส่วนกลับ บางส่วนอยู่ มันเป็นความผิดหวังอะไรบางอย่างที่ต้องสู้ต่อ การที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร และนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถอยเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็เหมือนดับเครื่อง แต่กปปส.มาไกล วางแผนมาไกลแล้ว เหมือนสุเทพฝึกเดินมานานแล้ว เหมือนรู้ว่าจะมีเรื่องนี้เกิด ก็รอจังหวะให้เรื่องนี้เกิด เพื่อขุดหลุมให้ทักษิณลง เผลอๆ ทักษิณก็ติดกับดัก เพราะร่วมขุดด้วย พอติดกับดักกฎหมายนิรโทษกรรม ที่เกิดขึ้นและล้มเลิกไป พวกนี้ก็ตั้งใจจะเล่นงานต่อ เพราะเชื่อว่าทักษิณยังดัน คงไม่ถอยง่ายๆ พร้อมจะแตกหัก แต่เมื่อไม่เป็นเช่นนั้น ประชาธิปัตย์ก็ไปตามสุเทพโดยไม่ได้มีจุดยืนของตัวเองเลย"
แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ในอนาคต ถ้ามองในมุมกฎหมาย ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ก็ไม่กล้าฝืนรัฐธรรมนูญ ถ้าจะเอารัฐบาลออกจริงๆ ก็ต้องทำแบบออกนอกรัฐธรรมนูญ คือการปฏิวัติ แต่คนที่มีอำนาจสั่งได้ ก็ไม่คิดจะทำ ฉะนั้นก็จะมาสุดทางแค่นี้ ปล่อยให้คนได้ออกมาต่อต้านรัฐบาล ด่าทักษิณ ด่ายิ่งลักษณ์ ลดความชอบธรรมพรรคเพื่อไทยได้ แต่ไม่ไปไกลกว่านี้ คนก็น้อยลงเรื่อย ใช้เงินมาก และยากแก่การควบคุม อีกทั้งกลุ่มธุรกิจหรือผู้สนับสนุนก็จะสนับสนุนต่อไม่ได้แล้ว เชื่อว่า จนถึงขณะนี้นายสุเทพไม่รู้แล้วว่าจะไปทางไหนต่อ ขณะเดียวกัน ทางฝ่ายรัฐบาลก็ถือว่าได้รับความเสียหายด้วย ทางออกของปัญหาที่จะทำให้จบได้ก็คือ ประชาธิปัตย์เจรจากับเพื่อไทย โดยนายสุเทพไม่เล่นการเมืองอีก แต่ส่งนอมินีเข้ามาแทน
"เพราะเวลานี้ ฝ่ายการเมืองกับทหารก็คุยกันรู้เรื่อง การเมืองก็ไม่ได้ออกนอกลู่นอกทาง ดูการแต่งตั้งทหารประจำปี ดูการไปประชุมร่วมกันก็ชัดว่า กปปส.แห้วแล้ว ก็ดูได้ว่า ทำไม ศรส.ถึงกล้าขอคืนพื้นที่ชุมนุม ถ้าทหารไม่โอเคด้วย"
"ทุกฝ่ายมาถึงจุดจุดหนึ่งแล้ว ไปไกลกว่านี้ไม่ได้แล้ว ควรจะจบได้แล้ว วันนี้ 3 วง ระหว่างรัฐบาล กปปส.และทหาร แม้จะไม่สามารถเอามาทาบกันสนิทเป็นวงเดียวได้ ก็ต้องยอมให้มีจุดที่ยังขัดแย้งกันอยู่บ้าง"
.....................................
(หมายเหตุ : ต่างมุมมองสองขั้ว 1เดือนชัตดาวน์กรุง : นิภาวรรณ แก้วรากมุกข์รายงาน)



