ข่าว

ศึกกบฏเหมาในอินเดีย

ศึกกบฏเหมาในอินเดีย

17 ก.พ. 2557

ศึกกบฏเหมาในอินเดีย : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook :Ruarob Joe Muangman

               ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ทุกวันนี้ประเทศที่อ้างว่าปกครองด้วยลัทธิคอมมิวนิสต์นั้นกลายเป็นคอมเทียมไปหมดแล้ว ไม่เว้นแม้แต่เกาหลีเหนือที่ออกแนวบวมๆ ตามใจ คิม จอง อึน แต่ก็ยังมีกลุ่มบุคคลที่เลื่อมใสตำรานิพนธ์ เหมา เจ๋อ ตุง และอุดมการณ์ มาร์กซิสท์-เลนินนิสท์ อยู่ และตั้งองค์กรก่อการร้ายในป่าที่ยังสมบูรณ์ของอินเดีย กลายเป็นปัญหาภายในที่สำคัญของประเทศ จนผู้ที่ต้องประสบกับเรื่องนี้รู้สึกขำกับเรื่องที่น่าจะตกยุคไปแล้วไม่ออก

               ขบวนการลัทธิเหมาในอินเดียเป็นเรื่องที่เป็นมรดกพร้อมกับยุคสงครามเย็น เงื่อนไขก็ใกล้เคียงกับไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเชียอาคเนย์ กล่าวคือ พรรคคองเกรสที่กำลังกู้ชาติในยุคหลังสงครามโลกไม่เคยนึกถึงปัญหาชนกลุ่มน้อยเลย ทั้งที่อินเดียมีชนกลุ่มน้อยมาเป็นอันดับสองของโลกรองจากแอฟริกา หลังได้เอกราช ชาวเผ่าชาวเขาที่มีมากทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือก็ไม่ได้รับการใส่ใจเท่าไหร่ เพราะลำพังคนแขกแท้ที่ยากจนก็เต็มมือ เปิดช่องให้ชาวเผ่าชาวเขาที่โดนกดขี่สนใจในลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ของยุคนั้น

               เสียงปืนแตกครั้งแรกปี 2510 ที่แคว้นเบงกอลตะวันตก มีการจับอาวุธขึ้นสู้กับตำรวจเรื่อยมายิ่งความเจริญเข้าถึงชนบทพร้อมกับการสร้างเขื่อนและอำนาจทุนไล่รุกที่ ชาวเผ่าชาวเขาที่เสียผลประโยชน์ก็ถูกไล่ลึกเข้าไปในป่าอันรกทึบและอุดมสมบูรณ์มากขึ้นทุกที พวกเขาไม่สารถเข้าถึงวัฒนธรรมหลักของอินเดียได้ เข้าถึงแต่ตำราเหมา กบฏจึงเติบใหญ่ในป่ามากขึ้น และขยายกำลังใน 9 รัฐตะวันออก จากเบงกอลพาดถึงแคว้นมหาราษฎร์ทางตะวันตก เรียกพื้นที่อิทธิพลนี้ว่า เรดคอร์ริดอร์

               ปัญหาคอมมิวนิสต์ในอินเดียไม่เป็นที่รับทราบมากนักในโลกภายนอก ส่วนหนึ่งเพราะอินเดียมีปัญหาก่อการร้ายอื่นที่ฮิตกว่า คือ ปัญหามุสลิมหัวรุนแรง ขณะที่ในห้วงเวลาที่ผ่านมาปัญหาระดับชาติอย่างปากีสถานก็กลบอยู่ แต่เมื่อชาติอื่นเขาปลอดปัญหานั้นแล้ว แต่ขบวนการเหมากลับใหญ่โตขึ้น อาละวาดหนัก โดยเฉพาะตั้งแต่ยุคสหัสวรรษใหม่เป็นต้นมา ตำรวจตายปีละเป็นพันคนจนรัฐบาลกลางต้องให้ความสำคัญหนัก แต่การปกครองของอินเดียที่เป็นแบบแคว้นใครแคว้นมันถือเรื่องนี้เป็นปัญหาภายใน จึงไม่มีการส่งทหารเข้าไปรบกับคนในชาติ ทำให้แต่ละแคว้นเพิ่มเติมกำลังตำรวจกันเอาเอง และเร่งปราบปรามกบฏลัทธิเหมา จนส่งผลสถานการณ์รุนแรงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ในห้วงปี 47-51

               แม้ว่าทุกวันนี้ปัญหากบฏลัทธิเหมายังอันตรายอยู่มาก โดยเฉพาะในเขตสามเหลี่ยมรอยต่อแคว้นพิหาร จักรขันธ์ และชัตติการ์หลายพื้นที่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนั้นไม่ปลอดภัย กลุ่มใหญ่สุดมีกำลังพลเป็นหมื่นคือซีพีไอยังดำรงเข็มมุ่งค่อยๆ ป่าล้อมเมือง ขณะที่กลุ่มย่อยๆ มีหลายสิบกลุ่ม หากินโดยการรีดไถ ลักพาตัว ไปเรื่อย พวกนี้มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มในเนปาล พม่า และภูฏานด้วย และมีบางกระแสร่ำลือถึงพี่ใหญ่ลัทธิที่ช่วยสนับสนุนด้านอาวุธและทุน เพื่อให้คู่แข่งทางยุทธศาสตร์กะปลกกะเปลี้ย แต่แคว้นต่างๆ ของอินเดียวันนี้ประสบความสำเร็จมากขึ้นในการแก้ไขปัญหา โดยเขตที่มีการปฏิบัติของผู้ก่อการร้ายลดลง เช่นเดียวกับยอดการปะทะและการสูญเสีย แม้ในวันนี้จะยังขจัดขบวนการนี้ไม่ได้ แต่ประสิทธิภาพของการจัดการที่เพิ่มมากขึ้น ไม่น่าที่จะทำให้กบฏเหมาขยายตัวไปกว่านี้