
ป่วน!รถไฟหยุดวิ่งทั่วประเทศค้านแปรรูป
รถไฟหยุดเดินรถทั่วประเทศ สหภาพ ร.ฟ.ท. ระบุ เป็นการคัดค้านการแปรรูป เกรงประชาชนเดือดร้อนในอนาคต เผย เคยยื่นหนังสือค้านหลายครั้งแต่ไม่มีใครสนใจ ขณะที่ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.นัดเจรจาด่วนแก้ปัญหา
(22มิ.ย.) นายสาวิตย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยในรายการ"เช้าข่าวข้น คนข่าวเช้า" ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 22 มิถุนายน รถไฟทุกสายทั่วประเทศจะหยุดการเดินรถ ซึ่งการหยุดรถครั้งนี้เกิดจากสมาชิกสหภาพและพนักงานที่ไม่เห็นด้วยกับการแปรรูปการรถไฟ เนื่องจากเกรงว่าประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนในอนาคต ส่วนหยุดรถเป็นเวลานานเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลหรือผู้เกี่ยวข้องจะส่งคนมาเจรจา และสหภาพพร้อมที่จะพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา ทั้งนี้ที่ผ่านมา ผู้บริหารไม่เคยมีการมาหารือถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการดำเนินการตามที่เคยตกลงกันว่าจะต้องมีการหารือกับสหภาพก่อนด้วย
เมื่อถามว่าเหตุใดจึงไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนจะหยุดการเดินรถทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก นายสาวิตย์กล่าวว่า สหภาพเคยแจ้งเรื่องไม่เห็นด้วยกับการแปรรูปมาตลอด เคยไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล เคยออกมาคัดค้านตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล เราเห็นว่าแผนฟื้นฟูทั้งหมด ไม่เป็นไปตามที่ผู้ว่าการรถไฟเคยชี้แจง ซึ่งเชื่อว่าการแปรรูปจะส่งผลให้ประชาชนต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน ราคาค่าโดยสารจะขึ้นสูงขึ้น
"ที่ผ่านมาสหภาพแรงงานการรถไฟ ได้เสนอเรื่องนี้ต่อรัฐบาลและรัฐมนตรีคมนาคมหลายครั้ง แต่ไม่มีใครสนใจ ขณะเดียวกันรัฐบาลยังพยายามที่จะปฏิรูปรถไฟต่อไป โดยที่สหภาพไม่เห็นด้วย" นายสาวิตย์กล่าว
ขณะที่นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ทราบเรื่องดังกล่าวตั้งแต่เมื่อวาน (วันที่ 21 มิ.ย.) และได้เตรียมการตั้งแต่เมื่อคืน เหตุที่เกิดขึ้นมีพนักงานบางส่วนยังไม่เข้าใจ จึงได้ทำหนังสือนัดว่าวันอังคารที่ 23 มิถุนายน เวลา 15.00 น. จะมีการพูดคุยเจรจากับสหภาพ เพราะไม่ประสงค์ให้ประชาชนเดือดร้อน แต่ก็มีการหยุดเดินรถเสียก่อน ซึ่งตนเข้าใจเจตนาของสหภาพดีว่าเขาไม่ต้องการแปรรูป แต่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวเป็นเรื่องการแปรรูปการรถไฟ แต่เป็นการตั้งบริษัทแอร์พอร์ตลิงค์ขึ้นมา และที่ผ่านมาได้มีการเดินสายชี้แจงกับพนักงานทั่วประเทศมาแล้ว
ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาหยุดเดินรถนั้น นายยุทธนากล่าวว่า หากสหภาพพร้อมจะเจรจา ก็พร้อมจะนัดคุยกันในวันนี้ (22 มิ.ย.) ทันที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่สามารถใช้รถไฟเป็นพาหนะในการเดินทางได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการหยุดเดินรถครั้งนี้ทำให้มีประชาชนตกค้างตามสถานีรถไฟต่างๆ จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าจะมีการหยุดเดินรถมาก่อน
ก่อนหน้านี้ นายสาธร สินปรุ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย สาขาจังหวัดนครราชสีมา ออกมาระบุว่า สหภาพมีความไม่สบายใจ เพราะการตั้งบริษัทเข้ามาดูแลกิจการของการรถไฟ อาจจะมีการกระทบกระเทือนถึงความมั่นคงในการทำงานของการรถไฟ เพราะทางสหภาพแรงงานเองก็ไม่เคยได้รับการชี้แจงในเรื่องนี้จากการรถไฟแห่งประเทศไทยมาก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ได้มีการพูดคุยกับผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็จะมีการพูดคุยเกี่ยวกับการเดินรถระบบแอร์พอร์ตลิงค์ หรือรถไฟสายท่าอากาศสุวรรณภูมิเท่านั้น แต่ปรากฏว่าเมื่อมีมติ ครม.ออกมาในวันที่ 3 มิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา กลับมีมติให้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยไปจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมา 2 บริษัท คือบริษัทบริหารทรัพย์สิน และบริษัทเดินรถ
นายสาธรกล่าวอีกว่า ในส่วนของบริษัทเดินรถนั้น ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่เคยได้พูดคุยกับทางสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยว่า พนักงานซึ่งทำงานอยู่ในหน้าที่นี้จะต้องไปอยู่ที่ไหน อย่างไร เพียงแต่บอกว่าในแผนฟื้นฟูนั้น จะมีการแบ่งพนักงานรถไฟออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนแรกพนักงานเหล่านี้จะยังคงอยู่กับการรถไฟเพื่อดูแลในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเดินรถไฟ อาทิ ระบบราง อาณัติสัญญาณต่างๆ เป็นต้น
ส่วนพนักงานอีกส่วนจะต้องไปอยู่กับบริษัทเดินรถที่จะเข้ามาเป็นบริษัทลูกของการรถไฟ ซึ่งจะเป็นผู้ดูแลในส่วนของรถไฟตั้งแต่พนักงานขับรถ พนักงานห้ามล้อ นายสถานี และพนักงานต่างๆ แทบทั้งหมด แต่ในความเป็นจริงแล้วพนักงานที่จะเข้าไปอยู่กับบริษัทเดินรถนั้น จะมีระยะเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น ซึ่งหากสิ้นระยะเวลา 2 ปีแล้ว ก็จะต้องสมัครเข้าเป็นลูกจ้างของบริษัทเดินรถใหม่อีกครั้ง และรับค่าจ้างตามตลาดแรงงานทั่วไป ซึ่งถือว่าไม่มีความมั่นคงในอาชีพ และพนักงานส่วนใหญ่ของการรถไฟก็จะมีหน้าที่ในส่วนที่บริษัทเดินรถดูแลอยู่แทบทั้งสิ้น ซึ่งหากพนักงานเลือกที่จะอยู่กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ไม่รู้ว่าจะทำงานกันอย่างไร เนื่องจากการรถไฟจะเหลือหน้าที่รับผิดชอบเพียงแค่รางรถไฟเท่านั้น เพราะฉะนั้นในเรื่องที่จะมีการเปิดให้บริษัทเอกชนเข้ามาเป็นบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น ถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่จะต้องมีการชี้แจงให้สมาชิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟทุกคนได้เข้าใจว่า รัฐบาลจะดำเนินการแปรรูปการรถไฟใช่หรือไม่ ซึ่งตรงนี้ทางรัฐบาลจะต้องตอบมาให้ชัดเจน
นายสาธรกล่าวอีกว่า ในเรื่องของหนี้สินของการรถไฟนั้น หากจะนำมาเป็นเรื่องพิจารณาเพื่อแปรรูปการรถไฟนั้น รัฐบาลจะต้องแยกออกให้ชัดเจนว่า ส่วนไหนคือหนี้สินที่เกิดจากแนวนโยบายของรัฐบาล หนี้สินส่วนไหนที่เกิดจากการขาดทุน ซึ่งที่ผ่านมาในส่วนของเงินชดเชยที่ทางรัฐบาลจะต้องจ่ายให้แก่การรถไฟเนื่องจากนโยบายการเดินรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์ ที่ทางรัฐบาลกำหนดให้การรถไฟเป็นผู้ลงทุนทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าการรถไฟจะคุ้มทุนหรือเปล่า เป็นเงินกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจนถึงปัจจุบันการรถไฟก็ยังไม่ได้เดินรถ และต้องเสียค่าดอกเบี้ยที่กู้ยืมมาแล้ว แต่รัฐบาลก็ยังไม่ได้ชดเชยเงินในส่วนนี้ให้แก่ทางการรถไฟเลย ซึ่งในส่วนนี้ถือเป็นหนี้สินที่ไม่ได้เกิดจากการรถไฟที่บริหารงานขาดทุน แต่เกิดจากแนวนโยบายของทางรัฐบาลทั้งสิ้น
"รัฐบาลจะอ้างแต่ว่าการรถไฟบริหารงานขาดทุนจนต้องเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการไม่ได้ ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วหากรัฐบาลยังคงจะเดินหน้าแปรรูปการรถไฟต่อไป พวกเราสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟ ทั้งหมดจะดำเนินการต่อต้านจนถึงที่สุด เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนี้ก็คือความมั่นคงของพนักงานจะไม่มีเหลือ อีกทั้งด้วยภาระที่การรถไฟและบริษัทเดินรถที่จะเข้ามาเป็นบริษัทลูกจะต้องแบกรับหลังจากนี้เชื่อว่าคงไม่สามารถที่จะรับไหวจนท้ายที่สุดภาระทุกอย่างก็จะถูกผลักมาให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้บริการ แต่ทั้งนี้การต่อต้านทุกอย่างของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟ จะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนมากที่สุด ซึ่งมาตรการการประท้วงด้วยการหยุดเดินรถไฟทั่วประเทศนั้นจะเป็นหนทางสุดท้ายที่จะดำเนินการ และหากว่าสถานการณ์เกินเลยไปถึงขนาดนั้น ก็ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนให้อภัยและขอให้เข้าใจถึงความจำเป็นที่สหภาพต้องทำอย่างนั้นด้วย" นายสาธรกล่าว



