
'พท.'ประณามมือยิง'ศาลอาญา-บ้านประมนต์'
16 ก.พ. 2557
"พท."ประณามมือยิงศาลอาญา-บ้าน"ประมนต์"แขวะ"สุเทพ-ปชป."อย่าความจำสั้น หลังขอคุ้มครองประกาศ พรก.ฉุกเฉินฯยุม็อบตาสว่างตัวเองนอนกลางดินกินกลางทราย แต่แกนนำกินนอนหรู
วันที่ 16 ก.พ.57 เมื่อเวลา 10.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่มีการยิงเอ็ม 79 บริเวณศาลอาญารัชดา และมีการยิงถล่มบ้านนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นแห่งประเทศไทยว่า พรรคเพื่อไทยขอประณามการกระทำของกลุ่มที่ไม่หวังดี นี่คือการสร้างสถานการณ์เพื่อให้กระทบกับรัฐบาล และประชาชน โดยเฉพาะศาลซึ่งเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ให้ความเป็นธรรม การสร้างสถานการณ์อย่างนี้น่าจะเป็นการหวังผลทางการเมืองเพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ศรส.และดีเอสไอต้องหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้เพื่อให้เกิดความชัดเจน และหวังว่านายสุเทพและนายอภิสิทธิ์จะไม่นำประเด็นดังกล่าวมาโจมตีเพื่อลดความน่าเชื่อถือรัฐบาล เพราะพรรคเพื่อไทยเองก็รับไม่ได้ ถือเป็นการสร้างความเสียหายให้องค์กรของรัฐและประชาชน
แขวะ"สุเทพ"-ปชป.อย่าความจำสั้น หลังขอคุ้มครองประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงกรณีที่แกนนำ กปปส. ขอให้ศาลแแพ่งออกคำสั่งคุ้มครองการออกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลว่า อยากให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.กับพวกอย่าความจำสั้น ตนเคยร้องศาลเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 53 ในคดีหมายเลขที่1389/2553 เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งพ.ร.ก.ฉุกเฉินในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ที่มีนายสุเทพเป็นผอ.ศอฉ. แต่ศาลก็ยกคำร้องพร้อมให้ความเห็นว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นเป็นการให้อำนาจนายกฯ ประกาศใช้ได้ ส่วนกรณีที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหานายกฯ ว่า มีความพยายามกดดันศาลแพ่งที่จะพิจารณา การประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเพื่อเป็นการลดความกดดันจากคนเสื้อแดงนั้น ตนไม่เชื่อว่านี่จะเป็นการกระทำของนักการเมืองระดับรองหัวหน้าพรรค แต่น่าจะเป็นการกระทำของโฆษกกปปส.มากกว่า เพราะจะเห็นว่าไม่มีทางที่จะกดดันศาลหรือลดความกดดันจากคนเสื้อแดงได้อยู่แล้ว อีกทั้งศรส.ยังดำเนินการแตกต่างจากศอฉ. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้การกระทำที่เป็นมิตร ไม่ใช่รถถังเหมือนปี 53 อยากขอร้องให้นายองอาจเลิกการกระทำอย่างนี้ได้แล้ว หากจะทำต่อก็ขอให้ลาออกจากพรรคแล้วไปร่วมม็อบกับนายสุเทพ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายชวนนท์ ระบุว่า พล.ต.อ.เนรศ นันทโชติ ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ เพราะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรกับน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ก็บิดเบือน ไม่ใช่เรื่องความสนิทชิดเชื้อ ผบ.ภาค 1 ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศรส. ที่มีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้อำนวยการศรส.ดูแล ตนอยากให้นายอภิสิทธิ์และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะคนทำงานการเมือง เลิกทำงานสอดคล้องกับม็อบนานสุเทพ มิเช่นนั้นตนจะมองว่านี่คือการแบ่งงานกันทำ แยกกันเดิน ร่วมกันตี ซึ่งผิดมาตรฐานของพรรคการเมือง ควรปรับพฤติกรรมเสียใหม่ อย่าเป็นตัวแทนของนายสุเทพ การเมืองที่ดีต้องเป็นการเมืองในระบบรัฐสภา ไม่ใช่ข้างถนน และต้องเคารพสิทธิประชาชนที่ถูกละเมิดด้วย
ยุ ม็อบตาสว่าง ตัวเองนอนกลางดินกินกลางทราย แต่แกนนำกินนอนสุดหรู
โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการชุมนุมของกลุ่มกปปส.ว่า การชุมนุมมีสองมาตรฐาน เราจะเห็นได้ว่า มีภาพหลุดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ใส่เสื้อที่มีคำว่าดุสิตธานี ส่วนนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม แกนนำกปปส. ซึ่งถูกจับกุมในร้านอาหารหรู ขณะที่พี่น้องชาวใต้และคนกรุงเทพฯ ที่ไปร่วมชุมนุมนั้น กินนอนต่างกับแกนนำ ตนเห็นใจพี่น้องที่เข้าร่วมชุมนุม ซึ่งนอนกลางดิน กินกลางทราย สิ่งที่นายสุเทพทำคือการโกหกประชาชน อยากให้คนกรุงเทพฯ คนใต้ และชาวนา ที่นายสุเทพปลุกระดม ยุยงให้มาชุมนุมในวันที่ 19 ก.พ.เพื่อล้มรัฐบาลนั้นตาสว่างได้แล้ว เพราะปากก็อ้างว่าจะช่วย แต่การกระทำกลับทำร้ายชาวนา ทั้งนี้ รัฐบาลดำเนินการหาเงิน และจะเริ่มจ่ายผ่านธกส.ในวันที่ 17 ก.พ.
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงติติงว่า การจ่ายเงินในวันที่ 17 ก.พ.จะต้องดูวันหมดอายุของใบประทวนด้วยนั้น ยืนยันว่าใบประทวนไม่มีหมดอายุ นี่เป็นเพียงการกดดันธนาคาร ขออย่าได้ไปหลงเชื่อ เหมือนว่าเป็นความหวังดีแต่เป็นการประสงค์ร้ายมากกว่า อยากให้นายชวนนท์ไปถามนายมานะศักดิ์ อดีตผู้จัดการแบงก์ จะได้รู้ว่าการกู้เงินทำงานนั้นทำกันอย่างไร ซึ่งการดำเนินการกู้ระหว่างแบงค์ก็เป็นสิ่งที่ทำกันเป็นปกติ ตนไม่อยากให้พรรคประชาธิปัตย์นำประเด็นที่จะช่วยเหลือชาวนามาเป็นเกมการเมือง อยากถามว่ากลัวอะไรหนักหนา กลัวชาวนาจะได้เงิน แล้วจะไม่มาร่วมม็อบนายสุเทพล้มรัฐบาลใช่หรือไม่ สิ่งที่นายสุเทพและพรรคประชาธิปัตย์พยายามปลุกระดมให้ชาวนามาชุมนุมในวันที่ 19 ก.พ.เป็นเกมสกปรกทางการเมือง ขอเรียกร้องชาวนาว่า อย่าตกเป็นเครื่องมือของนายสุเทพและพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ว่ามาชุมนุมในวันที่ 19 ก.พ.แล้วจะได้เงินเร็ว ขอให้ชาวนาใจเย็นๆ รัฐบาลกำลังแก้ปัญหา นโยบายที่ดำเนินมากว่า 2 ปีเชื่อว่าชาวนาได้ประโยชน์ ขอให้เชื่อว่ารัฐบาลหวังดีกับชาวนา
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสุเทพระบุว่า การจ่ายเงินให้ชาวนาของรัฐบาลจะจ่ายเฉพาะชาวนาที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะการจ่ายเงินนั้นรัฐบาลมีความจริงใจที่จะช่วยเหลือชาวนา ไม่ใช่ต้องการช่วยฐานเสียงเท่านั้น การที่นายสุเทพและพวกกล่าวหานั้นเป็นเกมสกปรก ยืนยันว่าการจ่ายเงินมีความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ไม่เลือกปฏิบัติเฉพาะแต่ฐานเสียงพรรคเพื่อไทย อยากให้นายสุเทพเลิกสร้างประเด็นการเมืองรายวันได้แล้ว
พท.สั่งผู้สมัคร ส.ส.เขต แจ้งความ 5 กกต.ทุกจังหวัด ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชิญตัวแทนพรรคการเมือง นักวิชาการ และรัฐบาล มาประชุมหารือในวันที่ 17 ก.พ.เพื่อเสนอให้แก้ปัญหาในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ที่ยังไม่สามารถรับสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ได้ ด้วยการออกพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ว่า ไม่น่าจะเกิดประโยชน์ เพราะตัวแทนของกกต.มีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง คนเดียว ซึ่งที่ผ่านมานายสมชัยแสดงทัศนะคติผ่านสื่ออย่างไม่สร้างสรรค์ ตอบโต้กับตัวแทนของรัฐบาล โดยมีการพูดว่า หากในการหารือใครบอกจะฟ้อง กกต.จะเชิญออกนอกห้อง ซึ่งเหมือนเป็นการข่มขู่ และอาจจะล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ทันประชุม
นายพร้อมพงศ์กล่าวต่อว่า ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยยืนยันมาตลอดว่า ไม่สามารถออกพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่สำหรับพื้นที่ภาคใต้ได้ เพราะจะทำให้มีพ.ร.ฎ.ซ้อนกัน 2 ฉบับ ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 จะมีผู้นำไปฟ้องเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และร้องให้ยุบพรรคเพื่อไทย เรียกค่าเสียหายทั้งอาญาและแพ่ง เป็นการโยนบาปมาให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และครม. ดังนั้น การที่กกต.พยายามดำเนินการเรียกประชุมหารือในวันที่ 17 ก.พ.น่าจะเป็นการพยายามปกปิดความผิดของตนเอง มีเจตนาพิเศษ น่าจะเป็นการสร้างปัญหามากกว่าการแก้ปัญหา เพราะจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา การทำงานของกกต.ส่อว่ามีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พื้นที่เลือกตั้ง 28 เขตใน 8 จัดหวัดภาคใต้นั้น ผู้สมัครต่างมีคุณสมบัติครบถ้วน แต่กกต.กลับไม่ดำเนินการให้มีการรับสมัครได้ ทั้งๆ ที่กกต.สามารถดำเนินการประกาศกกต.ออกมาเพื่อกำหนดวันรับสมัครและวันลงคะแนนใหม่ได้
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า หากกกต.ยื้อ ความเสียหายก็จะเกิดขึ้น ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยตรวจสอบแล้วว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 127 ระบุว่า ต้องเปิดสภาฯ ภายใน 30 วัน โดยอย่างช้าไม่เกินวันที่ 4 มี.ค. แต่กกต.กลับกำหนดวันเลือกตั้งชดเชยการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค.และการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ. เป็นในวันที่ 20 เม.ย.และวันที่ 27 เม.ย.ตามลำดับ ซึ่งจะขัดต่อมาตรา127 อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าการหารือในวันที่ 17 ก.พ.จะต้องมีผู้เสนอประเด็นนี้แน่ หากกกต.ไม่รับฟังก็จะเกิดผลเสียต่อการเลือกตั้ง ซึ่งจะสอดคล้องกับที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การเลือกตั้งนั้นจะเป็นโมฆะ ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยมีการหารือเพื่อหามาตรการป้องกันรัฐบาล ผู้สมัครรับเลือกตั้งของทุกพรรค และผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้ง 20 ล้านคนจากการฟ้องร้องเพื่อจะให้ศาลชี้ว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยกำหนดว่า วันที่ 17 ก.พ.ผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อของพรรคทุกคน จะไปแจ้งความที่โรงพักทุกจังหวัด รวมไปถึงกองปราบปรามเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษกับกกต.ทั้ง 5 คนว่า ไม่ ปฏิบัติตามรัฐรรมนูญมาตรา 127 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งจะทำให้กกต.ไม่สามารถบ่ายเบี่ยงได้ เพราะการกำหนดวันเลือกตั้งชดเชยให้เลยออกไปนั้นเป็นการส่อว่ากกต.มีเจตนาอะไรหรือไม่
นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องว่า การประชุมหารือในวันที่ 17 ก.พ.นั้น กกต.ทั้ง 5 คนต้องมาประชุมร่วมกันกับตัวแทนพรรคการเมือง รัฐบาล และนักวิชาการอย่างบูรณาการ อย่าปล่อยให้นายสมชัยมาประชุมคนเดียว เพราะยังไม่ทันเริ่มก็มีการข่มขู่กันแล้ว จากนั้นก็ขอให้กกต.ทั้ง 5 คนออกเป็นประกาศกกต.เพื่อกำหนดวันรับสมัครและวันลงคะแนนในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญให้อำนาจกกต.ไว้ในมาตรา 135 และมาตรา 136 และต้องจัดให้มีการเลือกตั้งชดเชยในส่วนที่ยังมีปัญหาก่อนวันที่ 3 มี.ค.เพื่อไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 127 ด้วย กกต.จะได้ไม่ทำผิดรัฐธรรมนูญเสียเอง หากกกต.ไม่ทำ คดีอาญาและคดีแพ่งรออยู่ จะโยนมาที่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองไม่ได้ อย่าไปเชื่อที่ปรึกษาของตนเองให้มาก เพราะบางคนมีนัยทางการเมืองแอบแฝง อยากให้กกต.ดูข้อเท็จจริงของกฎหมายด้วย



