ข่าว

ชีวิตทรหด...คุณหนูไปฝึกงานต่างแดน

ชีวิตทรหด...คุณหนูไปฝึกงานต่างแดน

17 ก.พ. 2557

ชีวิตทรหด...คุณหนูไปฝึกงานต่างแดน : โดย...สุวัฒน์ แก้วสุข / ผอ.กองคุ้มครอง กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

 

                         “ฤดูร้อนปีนี้นักศึกษาจะมีเวลาหยุดช่วงปิดภาคเรียนกว่า  5 เดือน จึงคาดว่าจะมีนักศึกษาสนใจเดินทางไปฝึกงานในต่างประเทศนับพันคน”

                         ดร.สุวรรณา เดชาทัย อาจารย์หัวหน้าส่วนจัดหางานและฝึกงานของนิสิตประจำมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงราย ให้ข้อมูลแก่คณะผู้แทนกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศด้วยน้ำเสียงและท่าทีเป็นกังวลพอสมควร
เหตุผลที่อาจารย์ท่านนี้ต้องกังวลคงหนีไม่พ้นเรื่องสวัสดิภาพและความปลอดภัยของตัวนักศึกษานั่นเอง เพราะยามที่เด็กนักเรียนเหล่านี้ต้องไปใช้ชีวิตระหว่างฝึกทำงานในต่างประเทศเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุมและไม่ง่ายที่มหาวิทยาลัยจะเข้าไปสอดส่องดูแลได้อย่างทั่วถึง

                         ยิ่งในปัจจุบันนักศึกษามีความต้องการจะเปิดโลกทัศน์ของพวกเขาออกสู่โลกภายนอก คิดฝันไปไกลถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย หรือยุโรป ในแต่ละปีเด็กจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ หันมาใช้บริการของบริษัทเอเยนซีเอกชนกันอย่างแพร่หลาย อ้อนวอนบิดามารดาให้จ่ายเงินกับบริษัทเหล่านี้เพียงเพื่อทำหน้าที่เป็นคนกลางส่งพวกเขาออกไปทำงานในช่วงปิดภาคเรียน ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาไม่ว่าคณาจารย์หรือผู้ปกครองต่างก็ปวดหัวกับเรื่องนี้ ไหนจะค่าใช้จ่ายที่พักอาศัย การทำงาน ความปลอดภัย เรียกว่าห่วงจิปาถะไปหมด

                         ในโอกาสที่เจ้าหน้าที่กรมการกงสุลได้ไปร่วมเสวนากับคณะอาจารย์และนักศึกษาอย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่พยายามบอกเล่าแก่นิสิตก็คือว่า เวิร์กแอนด์ทราเวล ไม่ใช่การทำงานชั่วคราวที่นายจ้างในต่างประเทศจะมีจิตเมตตาต่อนักศึกษาที่มาจากต่างบ้านต่างเมือง แต่นี่คือการทำงานเต็มสมรรถนะไม่ต่างจากงานกรรมกรและเป็นธุรกิจเต็มตัวที่นายจ้างย่อมได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากการประหยัดต้นทุน กล่าวคือไม่ต้องทำสัญญาจ้างระยะยาว ไม่ต้องดูแลคนงานตามข้อกฎหมายมากนักรวมไปถึงการไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยกรณีไล่ลูกจ้างออกจากงาน เข้าใจได้อย่างง่ายๆ ว่าฝ่ายที่เสียเปรียบก็คือบุตรหลานของพวกเรานั่นเอง

                         นักศึกษาหญิงรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยแตะต้องงานบ้าน ไม่เคยซักผ้า ล้างจาน ขัดห้องน้ำ หรือปูที่หลับที่นอนให้ใครเลย แต่เมื่อสมัครไป เวิร์กแอนด์ทราเวล บริษัทให้เธอไปทำงานในตำแหน่งเฮ้าส์คีปปิ้ง หรือคนทำความสะอาดในโรงแรม เช้าจรดเย็นแทบไม่ได้พูดคุยกับใคร ทำงานเหน็ดเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด เป็นโลกที่เธอเองไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตทีเดียว

                         นักศึกษาอีกจำนวนไม่น้อยต้องทำงานในสภาพที่ถูกกดดัน  เพราะหน้าที่ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นงานที่จัดอยู่ในระดับล่างสุด  อาบเหงื่อต่างน้ำเพื่อแลกกับค่าแรงชั่วโมงละ ๑๐ ดอลลาร์ ได้เงินมาแล้วยังต้องกันไว้จ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถ ฯลฯ  แทบไม่มีเงินเหลือให้ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายเลย บางคนยอมสารภาพว่าหลังจากเลิกงานในแต่ละวันต้องรอเก็บอาหารเหลือของโรงแรมเพื่อนำกลับไปรับประทาน เป็นชีวิตที่ต้องทรหดอย่างไม่น่าเชื่อ แต่กระนั้นเด็กนักเรียนเหล่านี้ก็เต็มใจที่จะเผชิญกับมัน

                         นักศึกษาอีกรายหนึ่งเล่าว่า “สิ่งดีๆ ที่ได้รับจากการฝึกงานคงไม่ใช่ไปแล้วจะพูดภาษาอังกฤษเก่งขึ้น เพราะเราพูดได้อยู่แล้ว ทำงานหาเงินก็ไม่ได้มาก งานที่ทำเหนื่อยทั้งวัน ชีวิตต้องสู้กับปัญหาหลายอย่าง ถูกเอาเปรียบบ่อย ไม่มีใครช่วยเหลือใครได้  ต้องต่อสู้ด้วยตัวเอง สภาพมันสอนให้เราต้องเอาตัวรอดให้ได้.. ถ้าเป็นคุณหนู ชีวิตสบายอยู่แล้ว ก็อย่าไปเลยครับ”

                         ฤดูปิดภาคเรียนใกล้จะมาถึงแล้ว... และกว่าที่มหาวิทยาลัยจะเปิดเรียนใหม่อีกครั้งก็ประมาณช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นกำหนดเปิดเรียนพร้อมกันทั้งประชาคมอาเซียน 

                         จึงขอฝากข้อคิดสำหรับนิสิตนักศึกษาและผู้ปกครองว่า การใช้เวลาว่างในช่วงปิดเรียนเป็นเรื่องสำคัญ คิดจะทำอะไรต้องวางแผนเตรียมตัวอย่างรอบคอบ ศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนจะตัดสินใจ ยิ่งถ้าใครใฝ่ฝันจะเดินทางไปฝึกงาน "เวิร์กแอนด์ทราเวล" ในต่างประเทศด้วยแล้วก็ขออย่าคิดถึงแต่เพียงเรื่องการหาเงินรายได้ หรือความสนุกสนานจากการท่องเที่ยวอย่างเดียว

                         นักศึกษาต้องตระหนักด้วยว่านี่คือโอกาสที่จะพัฒนาฝึกฝนตนเองในอนาคต ต้องตั้งเป้าหมายให้มั่นคงจะได้ไม่สูญเปล่า

 

 

----------------------

(ชีวิตทรหด...คุณหนูไปฝึกงานต่างแดน : โดย...สุวัฒน์ แก้วสุข / ผอ.กองคุ้มครอง กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ)