
รายงาน-ในสภา"ดุ"-นอกสภา"เดือด"
ตลอดช่วงสัปดาห์นี้ยังคงมีประเด็นฮอตๆ ที่คอการเมืองห้ามพลาดเป็นอันขาดหลากหลายเรื่อง เริ่มจากปมร้อน พ.ร.ก.และ พ.ร.บ.กู้เงินรวม 8 แสนล้านบาทที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร 3 วาระรวด
เช้าวันที่ 22 มิถุนายนนี้ เป็นคิวของสภาสูง ที่ตั้งธงขู่คว่ำทั้งสองร่างจน กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ต้องวิ่งโร่ไปล็อบบี้ เคลียร์ใจเพื่อให้ส.ว.ยกมือสนับสนุน
นั่นเป็นเพราะว่ามี ส.ว.จำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะแก๊ง 40 ส.ว ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก.และร่างพ.ร.บ.กู้เงินที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ดังนั้นจึงต้องจับตาว่าสภาสูงจะคว่ำตามคำขู่หรือไม่
เพราะรัฐบาลเองดูเหมือนยังทำใจดีสู้เสือ ด้วยเชื่อว่าสุดท้ายแล้วสภาสูงจะยอมยกผ่านทั้งสองร่างแต่โดยดี
อย่างน้อยรัฐธรรมนูญถึง 3 มาตราก็เปิดทางให้รัฐบาลเป็นฝ่ายได้เปรียบในทีอยู่แล้ว
ไม่ว่าจะเป็น มาตรา 184 ในกรณี "ร่างพ.ร.ก.เงินกู้" ที่ให้สภาผู้แทนฯ ยืนยันด้วยมติเกินกึ่งหนึ่งได้
หรือ มาตรา 147 ในส่วน "ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน" ที่ให้สิทธิ์ ส.ว.ยับยั้ง เพื่อตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภาถ่วงเวลาไว้ก่อน
และ มาตรา 148 ในส่วน "ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน" ที่ให้สภาผู้แทนฯ มีสิทธิหยิบร่างพ.ร.บ.อันเกี่ยวเนื่องด้วยการเงินนั้น ซึ่งถูกยับยั้งมาพิจารณาเพื่อยืนยันใหม่ได้
นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ ส.ส.ต้องเสียวสันหลังไม่แพ้กัน เพราะกกต.เตรียมพิจารณาสำนวนคำร้องกรณี "การถือครองหุ้น" ที่เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ภายในสัปดาห์นี้ร่วม 25 ชีวิต
คาดการณ์ว่าชะตากรรมน่าจะไม่ต่างจาก 16 สภาสูงที่ลงหลุมไปก่อนหน้านี้
โดยมีนักการเมืองรุ่นใหญ่ลายครามร่วมด้วยหลายสิบชีวิต อาทิ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง, สัมพันธ์ ทองสมัคร, ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์, พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และ เสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช
ที่สำคัญในจำนวนนี้มีพรรคร่วมรัฐบาล 22 คน เป็นพรรคประชาธิปัตย์ถึง 16 คน ดังนั้นจึงต้องรอลุ้นผลการชี้ขาดจาก กกต.
นั่นเพราะหากเป็นไปตามบรรทัดฐานของ 16 ส.ว. มีหวังส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลอาจมีผลต่อการปรับเก้าอี้ครม.ในอนาคตก็เป็นได้
ส่วน "การเมืองนอกสภา" ไฮไลท์สัปดาห์นี้คงหนีไม่พ้นรอลุ้นผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการใน "ศึกวัดรอยเท้า" สนามเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 จ.สกลนคร ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดระหว่างพรรคเพื่อไทย แชมป์เก่า กับพรรคภูมิใจไทย ผู้ท้าชิง
ล่าสุดปรากฏผลออกมาแล้วว่าฝ่าย "แชมป์" จากพรรคเพื่อไทยของ "นายใหญ่" สามารถรักษาเก้าอี้เอาไว้ได้
งานนี้ เห็นทีมีรายการเช็กบิลกันระนาว เพราะในเมื่อฝ่าย "ผู้ท้าชิง" ที่มั่นใจว่าตัวเองมีภาษีดีกว่า อย่างน้อยก็ในฐานะผู้กุมอำนาจรัฐ บวกกับสรรพกำลังไม่แพ้กัน แต่กลับคว้าชัยชนะไม่ได้
นั่นหมายความว่า นอกจากจะมีรายการ "เช็กบิล" แล้ว บรรดาแกนนำยังอาจต้องทบทวนกระบวนยุทธ์ที่ปล่อยออกไปด้วยว่า มีปัญหาผิดพลาด ตรงไหน อย่างไร
เพราะในเมื่อผลการทดลองสนามแรกส่งสัญญาณออกมาอย่างนี้ ย่อมทำให้พรรคภูมิใจไทย เหนื่อยหนักแน่นอนในสนามเลือกตั้งทั่วไปในอนาคต
นอกจากนั้นการเมืองนอกสภาของ "กลุ่มเสื้อแดง" ก็ได้ฤกษ์เคลื่อนขบวนตามกำหนดการที่เตรียมไว้ด้วยการเปิดเวทีปราศรัยในช่วงเย็นที่ท้องสนามหลวงระหว่างวันที่ 22-24 มิถุนายนนี้ เรียกร้องให้วันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันชาติ
ขณะที่ "สงครามยกสอง" จะรวมอยู่ที่การชุมนุมใหญ่ในวันที่ 27 มิถุนายน ซึ่งแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศว่าจะมีการเกณฑ์ประชาชนมาร่วมชุมนุมมากกว่าทุกครั้ง จนเต็มท้องสนามหลวง
โดยใช้ท้องสนามหลวงเป็นฐานที่มั่น ซึ่ง จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ประกาศเริ่มชุมนุมตั้งแต่เวลา 16.00-06.00 น. วันที่ 28 มิถุนายนนี้
ไฮไลท์ของงานอยู่ที่ การเปิดเผยภาพคนเสื้อแดง 2 คน ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต จากเหตุการณ์จลาจลกลางกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 12 เมษายน ซึ่งเป็นภาพจากพลเมืองดี และภาพพบผู้ขับรถแก๊สไปจอดทิ้งไว้โดยมีภาพนักการเมืองคนหนึ่งปรากฏกายในบริเวณนั้นด้วย
ดังนั้นจึงต้องจับว่าการกลับมาครั้งนี้ของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าจะจุดติดหรือไม่ ?
ข้ามไปฟากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะข้อพิพาท "ปราสาทพระวิหาร" ระหว่างไทยกับกัมพูชา
เมื่อรัฐบาลมอบหมายให้ สุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐบาลไทย เดินทางไปเข้าร่วมประชุม คณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 22-30 มิถุนายนนี้ ที่ประเทศสเปน
เพื่อแสดงท่าทีและจุดยืนอย่างแข็งขันของรัฐบาลไทยเรื่องคัดค้านกรณีที่ยูเนสโก ขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลกในปีที่ผ่านมา ล่าสุดสถานการณ์ตามแนวชายแดนเริ่มตึงเครียดมากขึ้น เมื่อ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แสดงท่าทีไม่พอใจที่รัฐบาลไทยคัดค้านเรื่องนี้
ถึงขนาด พล.อ.เตีย บัน รมว.กลาโหมของกัมพูชา ออกมาโวยว่าถูกรัฐบาลไทยหักหลัง ทั้งๆ ที่ประกาศขึ้นเป็นมรดกโลกมาร่วม 1 ปีแล้วเพิ่งมาประท้วง
ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นร้อนๆ ที่เปรียบเหมือนไฟที่กำลังลามเลียรัฐบาลอยู่อย่างไม่ขาดสาย
บัญชา แข็งขัน



