ข่าว

'ปชป.'เกาะติดรัฐจ่ายเงินชาวนา17ก.พ.

'ปชป.'เกาะติดรัฐจ่ายเงินชาวนา17ก.พ.

15 ก.พ. 2557

'ปชป.' สั่งทีมเศรษฐกิจเกาะติดรัฐจ่ายเงินชาวนา 17 ก.พ.นี้ แฉเพื่อนร่วมรุ่น 'ยิ่งลักษณ์' รับงานขอคืนพื้นที่แจ้งวัฒนะ เชื่อสร้างภาพเอาใจฝ่ายการเมือง

 

                          15 ก.พ.57 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่รัฐบาลประกาศจะจ่ายเงินให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว ในวันที่ 17 ก.พ.นี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้ทีมเศรษฐกิจของพรรค ติดตามตรวจสอบว่าการจ่ายเงินของรัฐบาลในครั้งนี้เป็นไปตามวันที่กำหนดหรือไม่ จ่ายไปยังจุดใด จำนวนเท่าใดบ้าง พรรคเห็นว่าควรจ่ายเงินให้กับชาวนาตามอายุของใบประทวน ซึ่งมีใบประทวนที่ใกล้จะหมดอายุในกลางเดือนก.พ.นี้ด้วย

                          "ทั้งนี้ดูจากสีหน้าของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่โดยไม่รู้ว่าจะเอาเงินมาจากไหนมาจ่าย ถือเป็นการพูดตามบทที่เขาบอกให้พูดเท่านั้น ส่วนกรณีที่นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ระบุว่าจะระบายข้าวให้ได้เดือนละ 1 ล้านตัน หรือจำนวน 2 พันล้านบาทนั้น เทียบได้ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงิน 1.3 แสนล้านบาทที่รัฐบาลค้างจ่ายชาวนา ซึ่งที่ผ่านมานายนิวัฒน์ธำรง บอกมาตลอดว่าจะระบายข้าวให้ได้เดือนละ 1 ล้านตัน แต่ก็ทำไม่ได้ จึงถือเป็นการโกหกซ้ำซากในการให้ความหวังชาวนา" นายชวนนท์ กล่าว

                          นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า การที่กระทรวงการคลังจะใช้วิธีกู้แบบอินเตอร์แบงก์ โดยให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) จำนวน 5 พันล้านบาท โดยต้องจ่ายคืนภายใน 30 วันนั้น ปัญหาที่สำคัญคือรัฐบาลจะระบายข้าวได้ทันใน 30 วันเพื่อเอาเงินให้ธกส.มาจ่ายให้ธนาคารออมสินได้หรือไม่ ถ้าไม่ทันจะเอาเงินมาจากไหน เพราะถ้าหาเงินไม่ได้ก็จะกระทบกับสถานะการเงินของธกส. ซึ่งเงินส่วนใหญ่เป็นเงินฝากของชาวนา ดังนั้น จะกลายเป็นว่ารัฐบาลจะควักกระเป๋าซ้ายของชาวนามาจ่ายให้ชาวนาเองหรือไม่ และท้ายที่สุดจะกลายเป็นภาระภาษีของประชาชน ซึ่งทางที่ดี ตนเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรหาเงินมาจ่ายชาวนาให้ได้ทันที 1.3 แสนล้านบาท โดยต้องไม่ให้กระทบกับสถานะการเงินของธนาคารของรัฐ โดยมีทางเดียวคือการหาแหล่งเงินกู้ โดยที่รัฐบาลต้องอนุมัติงบกลางในการจ่ายดอกเบี้ย เพราะที่ผ่านมาเพราะรัฐบาลไม่จริงใจในการแก้ปัญหา ปล่อยให้คนใกล้ชิดโกงไปกว่า 4 แสนล้านบาท จึงต้องมารับผิดชอบกันเอง ส่วนแนวคิดที่จะให้กระทรวงการคลังขายพันธบัตรให้กับรัฐวิสาหกิจ เพื่อนำเงินมาจ่ายให้กับชาวนานั้น เชื่อว่าตามกฎหมายแล้ว กกต.คงจะไม่อนุมัติ เพราะเป็นการผูกพันงบประมาณในรัฐบาลชุดต่อไป

 

'ชวนนท์' แฉเพื่อนร่วมรุ่น 'ปู' รับงานขอคืนพื้นที่แจ้งวัฒนะ

 

                          นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เข้าสลายการชุมนุมและขอคืนพื้นที่ของกลุ่มคปท. เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า วันดังกล่าวเป็นวันมาฆบูชา เป็นวันพระใหญ่ ประชาชนออกมาปฏิบัติธรรม ทำบุญตักบาตร การสลายการชุมนุมครั้งนี้จึงถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พยายามบอกว่าไม่รู้เรื่องกับการยึดพื้นที่ดังกล่าว แต่ตนเชื่อว่านายกฯน่าจะรู้เห็น และไม่ยอมห้ามปรามการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่มีการเตรียมการอาวุธครบมือ รวมถึงมีการแจ้งสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ให้มารอทำข่าวเป็นจำนวนมาก ดังนั้นนายกฯจึงปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องไม่ได้

                          นายองอาจ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อว่าศรส.น่าจะมีความมุ่งหวังใน 3 ประการด้วยกัน คือ 1. พยายามกดดันศาลแพ่ง ที่จะมีการพิจารณาการเพิกถอนการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในวันที่ 19 ก.พ. นี้ เห็นได้จากการเข้ายึดคืนพื้นที่ มีการกล่าวอ้างว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมียาเสพติด มีอาวุธร้ายแรง มีอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำระเบิด แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นของผู้ชุมนุมจริงหรือไม่ 2. เพื่อเอาใจนายใหญ่ที่อยู่ต่างประเทศ เพราะที่ผ่านมาศรส.พยายามประโคมข่าวว่าจะใช้กำลังยึดคืนพื้นที่ พยายามขับไล่นายสาธิต เซกัล พยายามยึดคืนกระทรวงมหาดไทย แต่ก็ไม่สามารถทำสำเร็จ จึงส่งผลให้นายใหญ่ไม่พอใจ 3.เพื่อลดแรงกดดันจากกลุ่มคนเสื้อแดง เนื่องจากที่ผ่านมากลุ่มคนเสื้อแดงโจมตีศรส. มีความพยายามให้เปลี่ยนตัวผอ.ศรส. อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่าการปฏิบัติการต่างๆ ของศรส.ไม่สามารถยับยั้งการชุมนุมของประชาชนได้

                          “การที่นายกฯพยายามเรียกร้องให้เกิดความรักความเมตตา เป็นการพูดเหมือนท่องบท ไม่ได้พูดจากจิตใจที่แท้จริงที่ต้องการให้คนไทยเกิดการรักกัน เพราะวันดังกล่าวมีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมายึดคืนพื้นที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล ถ้านายกฯมีความจริงใจก็ไม่ควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่มาดำเนินการกับประชาชสในวันมาฆบูชา ถือว่าไม่เหมาะสม หวังว่านายกฯจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก” นายองอาจ กล่าว

                          ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศรส.ประกาศขอคืนพื้นที่ศูนย์แจ้งราชการแจ้งวัฒนะ ในเช้าวันที่ 15 ก.พ.ว่า ผู้มีรับผิดชอบในพื้นที่ดังกล่าว คือ พล.ต.ท.เนรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเคยอบรมในสถาบันวิชาการรุ่นเดียวกัน เข้าใจว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นความพยายามแสดงศักยภาพให้ผู้มีอำนาจได้เห็น จึงขอฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อยอย่าทำอะไรเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด เพราะที่สุดแล้วนายกฯและรัฐบาลก็จะผลักภาระความรับผิดชอบให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่จึงไม่ควรตกเหยื่อในการกระหายอำนาจของรัฐบาล

 

'ปชป.' ปัดยื้อเลือกตั้งเปิดทางทหารปฏิวัติ จี้ 'รบ.-กกต.' เร่งถกหาทางออก

 

                          นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ระบุสาเหตุที่มีความพยายามยื้อเวลาในการจัดการเลือกตั้งเพื่อเปิดทางให้ทหารออกมาปฏิวัติ สังเกตได้จากการที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอมลงสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ว่า การที่พรรคปฏิเสธการเลือกตั้ง เพราะเราทราบดีว่ารัฐบาลยุบสภาเพื่อหาทางออกให้ตัวเอง เป็นการขุดหลุมพรางให้ประชาชนเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง โดยไม่ให้ประชาชนสนใจความผิดพลาดการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยคุยทั้งเปิดเผย หรือแบบลับ ๆ กับกลุ่มกปปส.หรือชนชั้นนำในบ้านเมือง เนื่องจากพรรคยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ไม่ประสงค์ที่จะเห็นการรัฐประหารในบ้านเมือง ส่วนปัญหาการเลือกตั้งที่ไม่สามารถคลี่คลายได้ถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลและกกต.ต้องหารือกันว่าจะจัดการเลือกตั้งอย่างไร และเชื่อว่ากกต.คงไม่ประสงค์ให้ทหารออกมาปฏิวัติเช่นกัน

                          ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลอ้างว่าไม่มีอำนาจในการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ใน 28 เขต จังหวัดใต้ที่ไม่มีผู้สมัครนั้น พร้อมโยนความรับผิดชอบมาให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งตนอยากถามไปยังทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลว่า มีมาตราใด ในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ให้อำนาจกกกต.ในการออกประกาศกำหนดวันรับสมัครใหม่ได้เช่นกัน เพราะตามขั้นตอนรัฐบาลต้องเป็นผู้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง กกต.จึงสามารถเปิดรับสมัครได้ ดังนั้น รัฐบาลและพรรคเพื่อไทย อย่าพยายามเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่นเลย อย่างไรก็ตาม จึงอยากให้ทั้งกกต.และรัฐบาลร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศจะดีกว่า หากยังเห็นขัดแย้งกันก็ควรยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ปัญหาทุกอย่างก็จะจบลงได้

 

'ปชป.' ไล่ 'ภราดร' พ้นเก้าอี้สมช. หลังเมินดับไฟใต้

 

                          นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เป็นหน้าที่ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ในการดูแลปัญหาดังกล่าว แต่อยากถามไปยังพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสมช.ว่าทราบหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นในภาคใต้บ้าง ที่ผ่านมาพล.ท.ภราดร ไปเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นแล้ว 3-4 ครั้ง แต่ก็เลิกแล้วกันไป ปล่อยให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อต่อไป จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเพราะพล.ท.ภราดร มุ่งแต่ไปปกป้องครอบครัวชินวัตรหรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นขอร้องให้ลาออกจากตำแหน่งไป เพื่อเปิดทางให้กับบุคคลที่พร้อมเข้ามาทำงานดูแลทุกข์สุขของประชาชนดีกว่า