ข่าว

จอมเขมือบตัวจริง

จอมเขมือบตัวจริง

22 มิ.ย. 2552

นักโทษหน้าเหลี่ยมที่ทำตัวเป็นขอมดำดินผลุบๆ โผล่ๆ ในหลายประเทศนะหรือชิดซ้ายได้เลย หากเทียบทรัพย์สินที่มีกับทรัพย์สินของจอมเผด็จการตลอดชีพ โอมาร์ บองโก วัย 73 ปี แห่งกาบองในทวีปแอฟริกา ซึ่งทิ้งไว้หลังถึงแก่อสัญกรรมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

โดยมรดกที่อดีตเผด็จการบองโกทิ้งไว้หลังปกครองมานาน 42 ปี ประกอบด้วย บัญชีธนาคาร 66 บัญชี บ้านพักหลังงามในฝรั่งเศสถึง 45 หลัง รวมไปถึงบ้านพักในกรุงปารีสอย่างน้อย 14 หลัง และบ้านพักที่ริมชายหาดริเวียราอีก 11 หลัง รถยนต์สุดหรูหราราคาแพง 19 คัน ในจำนวนนี้มีรถสปอร์ตยี่ห้อบูกัตติ ราคา 1.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 52.5 ล้านบาท รวมอยู่ด้วย

 กาบองเป็นหนึ่งในประเทศที่มีรายได้มหาศาลจากการส่งออกน้ำมัน แต่แทนที่บองโกจะทุ่มเงินมหาศาลไปกับการศึกษาของประชาชนซึ่งกว่า 1 ใน 3 จะยังคงยากจนหรือสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อให้ประชาชนได้กินดีอยู่ดีขึ้น เขากลับทำตัวเหมือนกับขอทานตาบอดถูกหวย ทุ่มเงินไปกับอภิมหาโปรเจกท์ยักษ์ เช่นใช้เงินราว 2.8 หมื่นล้านบาทในการสร้างทำเนียบประธานาธิบดีที่หันหน้าออกสู่ทะเล รวมทั้งสร้างคฤหาสน์และเรือนพักรับรอง 52 หลังให้แก่แขกเมืองที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศในทวีปแอฟริกาเมื่อปี 2520

 และขณะที่ประชาชนไม่มีแม้กระทั่งถนนหนทาง บองโกก็ใช้เวลา 14 ปีกับเงินอีกราว 1.4 แสนล้านบาทไปกับการสร้างทางรถไฟสายหนึ่ง แถมยังเสียเงินเปล่าๆ ไปอีกกว่าหมื่นล้านบาทเมื่อเกิดอยากปรับเปลี่ยนเส้นทางรถไฟใหม่โดยให้แล่นผ่านเมืองฟรานซ์วิลล์ เมืองเอกของจังหวัดบ้านเกิดของตัวเอง แถมนับตั้งแต่เปิดใช้เส้นทางรถไฟสายนี้ รัฐต้องให้เงินอุดหนุนถึงปีละ 2,100 ล้านดอลลาร์เพื่อให้สามารถอยู่ได้

 เมื่อปี 2542 คณะอนุกรรมาธิการฝ่ายสืบสวนสอบสวนของวุฒิสภาสหรัฐได้สั่งสอบสวนบัญชีเงินฝากในธนาคารซิตี้แบงก์ของบองโก พบว่ามีเงินหมุนเวียนในหลายบัญชีถึงกว่า 5,000 ล้านบาทในจำนวนนี้รวมไปถึงการมีเงินเข้าราว 1,800 ล้านบาทในช่วงแค่ 6 เดือนเท่านั้น

 ไม่ใช่แต่บองโกเท่านั้นที่ร่ำรวยมหาศาล แม้กระทั่งลูกหลานต่างก็มีบัญชีเงินฝากหลายบัญชีในต่างประเทศ โดยเฉพาะในฝรั่งเศสและใช้เงินราวกับพิมพ์เองในการซื้อคฤหาสน์หลายหลัง ทันทีที่กาบองสิ้นลมหายใจ ลูกหลานของเขาก็รีบจัดการเปิดเซฟส่วนตัวของกาบองแล้วกวาดเงินจนเกลี้ยงเซฟ

 เมื่อกาบองสิ้นชีวิตแล้วตามกฎหมายจะต้องมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีภายใน 90 วัน แต่สิ่งที่ทุกคนกลัวก็คือนายอาลี-เบน บองโก รัฐมนตรีกลาโหม บุตรชายของบองโกจะรวบอำนาจแทน
 ถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ ชาวกาบองก็คงไม่มีโอกาสเงยหน้าหายใจอีกนาน

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์