
นักข่าวมะกันหนีพ้นตาลีบันหลังถูกขัง 7 เดือน
คาบูล-นักข่าวหนุ่มใหญ่ของนิวยอร์ก ไทม์สหนีรอดจากปากีสถานได้หลังถูกจับเป็นตัวประกันกว่า 7 เดือน
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์สของสหรัฐ รายงานเมื่อวันเสาร์ (20 มิ.ย.) ว่านายเดวิด เอส โรห์ด วัย 41 ปี นักข่าวเชิงสืบสวนของนิวยอร์ก ไทม์ส ที่เกาะติดรายงานสถานการณ์สู้รบในหลายประเทศ สามารถหลบหนีเงื้อมมือของกลุ่มติดอาวุธที่กักขังเขาไว้ในอัฟกานิสถานและปากีสถานนานกว่า 7 เดือนได้แล้วด้วยการปีนกำแพงหนีจากสถานที่ที่ถูกคุมขัง
รายงานข่าวระบุว่า นายโรห์ดและนายทาฮีร์ ลูดิน นักข่าวชาวอัฟกันวัย 35 ปี สามารถปีนกำแพงออกจากสถานที่คุมขังได้เมื่อวันศุกร์ และได้พบกับหน่วยทหารของปากีสถานจึงได้รับการช่วยเหลือไปยังฐานทัพใกล้เคียง ก่อนทั้งคู่จะบินต่อไปยังฐานทัพสหรัฐที่เมืองบาแกรมในอัฟกานิสถานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่คนขับยังคงถูกจับกุมตัวอยู่ โดยนายโรห์ดที่กำลังเดินทางกลับบ้านเผยว่า การหนีออกมาได้ครั้งนี้เป็นการสิ้นสุดบทพิสูจน์อันทารุณและยาวนาน
ทั้งนี้ นายโรห์ด เป็นหนึ่งในทีมนักข่าวของนิวยอร์ก ไทม์สที่คว้ารางวัลพูลิตเซอร์เมื่อเดือนพฤษภาคมจากการรายงานข่าวอัฟกานิสถานและปากีสถานช่วงปีที่แล้ว โดยนายโรห์ดเพิ่งแต่งงานกับภรรยาได้เพียง 2 เดือน ก็ถูกลักพาตัวไปเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนปีที่แล้วพร้อมกับเพื่อนนักข่าวชาวอัฟกัน และคนขับรถขณะเดินทางผ่านจังหวัดโลการ์ของอัฟกานิสถานเพื่อไปสัมภาษณ์ผู้บัญชาการกองกำลังตาลีบัน หลังจากนั้นทั้งหมดถูกส่งไปคุมขังในจังหวัดวาซิริสถานเหนือของปากีสถาน ห่างจากชายแดนอัฟกานิสถานราว 165 กิโลเมตร
รายงานข่าวระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่อัฟกานิสถานยืนยันว่านายโรห์ดถูกลักพาตัวเพียงไม่กี่วันหลังถูกจับตัวไป แต่สำนักข่าวต่างประเทศแห่งต่างๆ เคารพในคำเรียกร้องของหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์สที่เรียกร้องให้ทุกสื่ออย่ารายงานการลักพาตัวครั้งนี้ เนื่องจากการเผยแพร่ข่าวออกไปอาจส่งผลกระทบต่อความพยายามช่วยเหลือตัวประกัน และอาจทำให้นายโรห์ดตกอยู่ในอันตราย ขณะที่นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลปากีสถานและอัฟกานิสถานที่ช่วยเหลือให้นายโรห์ดเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ฐานทัพบาแกรมในอัฟกานิสถานถูกจรวดยิงถล่ม 4 ลูกเมื่อเช้าวันอาทิตย์ (21 มิ.ย.) โดย 3 ลูกเข้าไปตกภายในฐานทัพ ส่งผลให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บอีก 6 คน เป็นชาวอเมริกันทั้งหมด นับเป็นเหตุโจมตีร้ายแรง และไม่ค่อยเกิดขึ้นกับฐานทัพสหรัฐ



