ข่าว

ลต.ไม่สำเร็จต้องโทษ'กกต.'

ลต.ไม่สำเร็จต้องโทษ'กกต.'

13 ก.พ. 2557

'สมศักดิ์' ชี้เลือกตั้งไม่สำเร็จต้องโทษ 'กกต.' พบ ป.ป.ช.แก้ข้อกล่าวหาปมแก้รัฐธรรมนูญที่มา ส.ว. ลั่น ศาลรธน.ไม่เข้าใจกระบวนการนิติบัญญัติ

 

                      13 ก.พ. 57  นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ ที่มี 28 เขตเลือกตั้งซึ่งยังไม่มีผู้สมัคร ว่า การจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยตรง กรณี 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร เป็นเรื่องที่ กกต.จะต้องไปดำเนินการ เพราะไม่ใช่ไม่มีผู้สมัคร มีผู้สมัคร แต่สมัครไม่ได้ ซึ่งไม่สามารถออกพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ตามที่ กกต.เสนอได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ และจะกลายเป็นการออก พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งซ้อน และยังมีปัญหาเรื่องการนับวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี ของ ส.ส.ว่าจะนับจากวันไหน ระหว่างวันที่ 2 ก.พ. 57 หรือวันอื่น ทั้งนี้ กกต.จะต้องจัดเลือกตั้งจนกว่าจะมี ส.ส.ครบจำนวนเพียงพอที่จะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกได้ หากการเลือกตั้งไม่ประสบความสำเร็จ กกต.จะไปโยนความรับผิดชอบให้คนอื่นไม่ได้

 

 

พบ ป.ป.ช.แก้ข้อกล่าวหาปมแก้รัฐธรรมนูญที่มาส.ว.

 

                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น.  นายสมศักดิ์ เดินทางมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อคณะกรรมการป.ป.ช. กรณีถูกร้องขอให้ถอดถอนออกตำแหน่ง จากการร่วมการเสนอ พิจารณา และลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาส.ว. โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง โดยนายสมศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ว่า การชี้แจงครั้งนี้ของตนนำมายังไม่ครบถ้วน เนื่องจากเอกสารยังไม่ครบถ้วน ป.ป.ช.จึงนัดให้มาชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 28 ก.พ. 57 เวลา 14.00 น. เบื้องต้นเชื่อว่าจะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้หมด ว่าสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะกรณีที่มีการระบุว่ามีการปลอมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งที่การแก้ไขถ้อยคำในร่างกฎหมายก่อนที่จะมีการบรรจุในระเบียบวาระการประชุม เป็นขั้นตอนปกติทางธุรการ เหมือนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ นพ.เหวง โตจิราการ รวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 7 หมื่นรายชื่อเสนอ ก็เคยมีการแก้ไขถ้อยค่าในร่างก่อนบรรจุวาระเช่นกัน ทั้งนี้ จะแก้ไขไม่ได้ก็ต่อเมื่อบรรจุในวาระการประชุมแล้วเท่านั้น

                      "ศาลรัฐธรรมนูญไม่เข้าใจกระบวนการทางนิติบัญญัติ การแก้ไขถ้อยคำในร่างกฎหมายก่อนบรรจุในระเบียบวาระ เป็นขั้นตอนปกติทางธุรกิจซึ่งปฏิบัติมาแต่ไหนแต่ไร และผมเชื่อมั่นใน ป.ป.ช.ว่าจะพิจารณาโดยยึดพยานหลักฐาน และเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำว่าถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับทุกประการ เรื่องการปิดอภิปรายก็ไม่ได้เป็นการรวบรัดตัดตอน เพราะได้พยายามไกล่เกลี่ยประนีประนอมแล้ว แต่ในเมื่อมีผู้เสนอญัตติให้ปิดอภิปราย แล้ววิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้านตกลงกันไม่ได้ ผมก็จำเป็นต้องถามไปตามที่มีผู้เสนอญัตติ จะทำเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย"

                      ผู้สื่อข่าวถามว่าหาก ป.ป.ช.ชี้มูล ส.ส. หรือส.ว.รายใด จะส่งผลให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จะกระทบต่อการเมืองภาพใหญ่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เวลานี้มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่มี ส.ส.อีกต่อไป ส่วน ส.ว.ก็จะมีการเลือกตั้งในเดือน มี.ค. 57 ตนจึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีผลกระทบอะไร เมื่อถามถึงกรณีถอดถอนที่ ส.ว.ซึ่งถูก ป.ป.ช.ชี้มูลจะลงมติด้วยไม่ได้ มีความกังวลหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตามกฎหมายการลงมติถอดถอนต้องใช้เสียง ส.ว. 3 ใน 5 ของจำนวนเท่าที่มีอยู่ ซึ่ง ส.ว.แม้จะถูกชี้มูลก็เพียงแค่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ในความเห็นตนยังถือเป็นองค์ประชุมอยู่ ส่วนใครจะตีความเป็นอย่างอื่น ตนก็ไม่อาจรู้ได้