ข่าว

"ไม่พร้อม-ไม่กล้าแตกหัก"

"ไม่พร้อม-ไม่กล้าแตกหัก"

22 มิ.ย. 2552

ตัดสินใจวางมือทางการเมืองเมื่อปี 2551 "ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์" อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หันมาประกอบธุรกิจด้านการศึกษาก่อตั้ง "มหาวิทยาลัยรังสิต" และ "โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต" ล่าสุดมีข่าวเป็นผู้สนับสนุน "พรรคการเมืองใหม่" ของ "กลุ่มพันธมิตร

เมื่อมีโอกาสพบ "ดร.อาทิตย์" จึงเปิดใจถึงข่าวดังกล่าวพร้อมบอกว่า ได้วางมือทางการเมืองแล้ว ตั้งใจทุ่มเทบริหารมหาวิทยาลัย ส่วนการแสดงความคิดความเห็นทางการเมืองยังมีอยู่ เพราะยังเป็นห่วงบ้านเมือง

 นอกจากนี้ "อาทิตย์" กล่าวถึงพรรคการเมืองใหม่ว่า เป็นความตั้งใจดีของแกนนำ แต่คงเกิดลำบาก เพราะการเมืองเก่ายังมีอิทธิพลสูง กติกาไม่เอื้ออำนวย และถ้าสภาพสังคมยังมีการซื้อเสียงอยู่ก็ยิ่งทำให้พรรคใหม่เกิดยาก

 ส่วนการบริหารบ้านเมืองในปัจจุบันภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ "ดร.อาทิตย์" วิเคราะห์จากมุมมองของผู้ที่เคยเป็น "รองหัวหน้าพรรค" ได้แสดงความแปลกใจที่มาของรัฐบาลชุดนี้ที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลโดยที่อุดมการณ์และทิศทางการบริหารงานไม่ได้ไปในแนวเดียวกัน เห็นจากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น 2-3 สิ่ง หรือพรรคร่วมเริ่มไปด้วยกันไม่ได้  

 "อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์" ยังแสดงความเห็นว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ยังอยากได้รับคะแนนนิยมจากประชาชน เมื่อมีโอกาสควรยึดหลักการที่ถูกต้อง กล้าตัดสินใจ กรณีรถเมล์เอ็นจีวี น่าจะตัดสินใจได้ว่า ไม่เอาเพราะอะไร แต่ปัจจุบันไม่กล้าตัดสินใจ กลับเตะลูกออกตลอด ซึ่งก็ไม่เข้าใจสาเหตุ

 "ดร.อาทิตย์" กล่าวถึงการทุจริตในอดีตกับปัจจุบันต่างกัน เพราะอดีตยังมีความเหนียมอาย แต่เดี๋ยวนี้ไม่มี บอกกันตรงๆ แม้กติกาสังคมก็ทำอะไรไม่ได้ เห็นตัวอย่างกรณีนักการเมืองถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ก็ยังมาเป็นผู้จัดการพรรคการเมืองอย่างโจ่งแจ้ง ไม่เกรงกลัวต่อคำตัดสินของศาล ขณะที่สังคมกลับมองเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ไปแล้ว
 เมื่อให้เปรียบเทียบถึงความเป็นตัวตนของ "นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ในวันนี้กับอดีตที่เคยรู้จัก "ดร.อาทิตย์" รีบออกตัวว่า "คนคนเดียวกัน แต่ถ้าคนละสถานการณ์ก็แตกต่างกันได้ เขาต้องประคับประคองรัฐบาลให้อยู่ และคงไม่สามารถตัดสินใจเพียงคนเดียวได้ ส่วนตัวยังตั้งความหวังในรัฐบาลให้เวลาอีกระยะ"

 ส่วนกรณีปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ "อาทิตย์" มองว่า ไม่รู้ใครควรรับผิดชอบ ทำไมเพิ่งจะมาศึกษาโครงสร้างกันใหม่ ขณะที่เกิดเรื่องเหิมเกริมขนาดยิงเข้าไปในมัสยิด เรื่องแบบนี้ไม่ควรจะเกิด ต้องเด็ดขาด พัฒนาให้โอกาสให้คนในพื้นที่มีความสุข ให้ความเป็นธรรม แต่มาตรการควบคุมการก่อการร้ายขั้นเด็ดขาดก็ต้องมี

 "การไปขอให้รัฐบาลมาเลเซียช่วยแปลว่าอะไร น่าจะมีวิธีอื่น เช่น ปิดพรมแดนทั้งหมด นำทหารภาคอื่นมาตรึงทั้งหมด ห้ามเข้า-ออก แล้วจัดการภายในให้เรียบร้อย ไม่ใช่จัดการแล้วหนีไปอีกประเทศ เป็นเรื่องของบ้านเรา ก็ต้องจัดการปูพรม ต้องไม่ให้มีใครมีอาวุธ หลบซ่อนไม่ได้ โดยให้ทหารรับผิดชอบ ส่วนในเมืองให้พลเรือนเข้าไปทุ่มเทให้ทุกอย่าง ให้การศึกษา ให้โอกาสทำมาหากิน ให้ความเป็นธรรม เพื่อให้คนเหล่านี้มาเป็นพวกและเห็นว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ควรมีรัฐมนตรีดูแลพื้นที่โดยเฉพาะ" 

 ส่วนเรื่องความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ "ดร.อาทิตย์" มองว่า การนำเม็ดเงินไปพัฒนาไม่ผิดถ้ามีแผนดี เตรียมโครงการดี ถึงมือประชาชน แต่ต้องบอกให้ชัดว่านำเงินไปทำอะไร ถ้าเรานำรัฐสวัสดิการ และประชานิยมเข้าไป ถ้าทำแล้วเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศประมาณ 35 ล้านคนได้ประโยชน์ น่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

 "ถ้าเรามาทำงานร่วมกันยามนี้ต้องเข้าใจกันได้ อยากจะกินรอไปก่อน เอาไว้ไปกินสมัยหน้า ถ้าไม่ทำเราพังกันหมด ไม่พังแต่เรา บ้านเมืองพังด้วย เรามองรัฐบาลเดียวมีแผนหลัก แต่ทำจริงเหมือนเป็นการแบ่งส่วน บางเรื่องจะค้านก็ไม่กล้าบอก แต่ถ้าเราเป็นรัฐบาลเดียวต้องกล้าบอก เพราะรัฐบาลไม่มีเวลา ยิ่งถ้าต่างคนต่างคิดว่ารัฐบาลอยู่ไม่นาน ก็จะคิดเพื่ออยู่รอด ไม่อยากให้รัฐบาลคิดแบบนี้"

 "ดร.อาทิตย์" กล่าวว่า ส่วนใหญ่รัฐบาลจะยุบสภาเมื่อได้เปรียบทางการเมือง และมีความพร้อม ถ้าพร้อมเพราะผลงานดีไม่เป็นไร และที่ฝ่ายค้านไม่กล้าแตกหัก เพราะยังไม่พร้อม หัวหน้าก็ยังหาไม่ได้ นี่คือจุดอ่อนฝ่ายค้าน และความไม่พร้อมหลายประเด็นทำให้ไม่กล้าแตกหัก จึงต้องลากประเทศไปแบบนี้

สมถวิล เทพสวัสดิ์