
'ธาริต'แห้ว!ศาลสั่งห้ามอายัดเงิน'ดร.เสรี'
13 ก.พ. 2557
ศาลแพ่ง คุ้มครองชั่วคราว'เสรี วงศ์มณฑา'แนวร่วม กปปส. หลังถูกดีเอสไออายัดเงินฝาก 7 บัญชี ชี้คดีมีมูลน่าจะใช้อำนาจเกินควร สั่ง'ธาริต'ถอนคำสั่งอายัด
13 ก.พ.57 เมื่อเวลา 11.30 น. ศาลอ่านคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ในคดีที่นายเสรี วงศ์มณฑา แนวร่วมกปปส.เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นจำเลย เรื่องละเมิด กรณีที่ดีเอสไอ มีคำสั่งให้อายัดบัญชีเงินฝากธนาคาร รวม 7 บัญชี จากการร่วมเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองกับ กปปส. โดยนายเสรี โจทก์ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราว สั่งการถอนอายัดบัญชีดังกล่าวด้วย
โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้จำเลยจะมีอำนาจตามพระราชบัญญัติคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ในการสอบสวนดำเนินคดี รวมทั้งการอายัดบัญชี ตามมาตรา 24 แต่การใช้อำนาจนั้นมีขอบเขตตามที่กฎหมายดังกล่าว และข้อบังคับ กคพ.ว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 โดยไม่ถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งการจะสั่งอายัดบัญชีก็ต้องมีการสอบสวนจนได้ความว่ามีการกระทำผิดเสียก่อน แต่จากการไต่สวนได้ความว่าก่อนการอายัดได้มีหนังสือถึงสถาบันการเงินสอบถามว่าโจทก์มีบัญชีอยู่ด้วยหรือไม่ เมื่อมีจึงได้ดำเนินการสั่งอายัดบัญชีไว้ โดยยังไม่ได้ดำเนินการสอบสวนจนได้ความว่ามีการกระทำที่ไม่ถูกต้องเสียก่อน แต่เมื่อศาลได้พิจารณายอดเงินทั้ง 7 บัญชีของโจทก์แล้ว พบว่า มีเงินคงเหลือเพียงหลักร้อยถึงหลักแสนบาทเท่านั้น และไม่พบว่าเส้นทางการเงินไหลเวียนที่ผิดปกติ ดังนั้นการที่สั่งอายัดบัญชีของโจทก์ไว้ โดยยังไม่แน่ว่าการกระทำนั้นสิ้นสุดเวลาใด จึงเป็นการกระทำที่กระทบต่อโจทก์ คดีมีมูลเพียงพอว่าน่าจะมีการใช้อำนาจเกินสมควรไป และชอบที่ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโจทก์ได้ ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (2) และ 266
ศาลจึงมีคำสั่งให้จำเลย ถอนการสั่งอายัดบัญชีเงินฝากทั้ง 7 ของโจทก์ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น โดยให้ออกหมายห้ามอายัดแจ้งจำเลยทราบเพื่อดำเนินการภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งนี้ แต่ให้โจทก์ ทำสัญญาประกันต่อศาลด้วย เพราะหากการพิจารณาคดีนี้ภายหลังถ้าโจทก์แพ้คดี ก็ให้คืนเงินทั้งหมดกลับเข้าในบัญชีตามเดิมด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้โจทก์ ได้มอบอำนาจให้ทนายความเป็นรับทราบคำสั่งแทน เช่นเดียวกับฝ่ายดีเอสไอ ที่มีผู้แทนมาฟังคำสั่งแทน
ด้านนายธาริต กล่าวกรณีศาลแพ่งสั่งห้ามกรมสอบสวนคดีพิเศษอายัดบัญชี นายเสรี ว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับศรส. เป็นอำนาจการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยตรง ซึ่งนายเสรี กับพวกรวม 7 คนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกัยกบฏ ซึ่งจากการสอบสวนร่วมกันสามฝ่ายคือ ดีเอสไอ ตำรวจ และอัยการ ได้แจ้งข้อหาแกนนำกปปส. 58 คน และมีคำสั่งอายัดเงินในบัญชีพร้อมตรวจสอบ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจตาม มาตรา 124 พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ โดยนายเสรี ได้ร้องต่อศาลแพ่ง ซึ่งศาลไต่สวนมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว แต่ก็สั่งว่า นายเสรีกับพวกรวม 7 คน ต้องทำคำรับรองกับศาลว่า จะไม่เบิกเงินไปทำให้เกิดความเสียหาย ก่อนจะให้ดีเอสไอปลดการอายัด ซึ่งดีเอสไอไม่ขัดข้องและพร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งศาล และยกเลิกให้ทั้งหมด แต่ในทางปฏิบัติศรส.จะมีคำสั่งภายในวันที่ 14 ก.พ.หรือวันถัดไป ในการสั่งระงับการทำธุรกรรม ซึ่งมีผลแบบเดียวกับการอายัด โดยใช้กฎหมายตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งสามารถดำเนินการสั่งระงับ รวมถึงให้มาชี้แจงได้
"ธาริต"จ่อขอศาลออกหมายจับ"สุเทพ"
นายธาริต กล่าวถึงกรณีที่อัยการไม่อนุญาตให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เลื่อนการเข้าพบพนักงานอัยการเพื่อส่งฟ้องในคดีที่ร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กระทำผิดฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเล็งเห็นผลจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี 2553 โดยระบุจะส่งเรื่องให้ดีเอสไอไปดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวมาส่งฟ้องว่า ดีเอสไอยังไม่ได้รับหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการแต่ได้รับการประสานทางวาจาแล้วหลังได้รับหนังสือจะเร่งให้มีการประชุมคณะพนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณาให้เป็นไปตามคำสั่งอัยการ เบื้องต้นมี 2 แนวทางคือ ขอศาลออกหมายเรียกก่อนหรืออาจพิจารณาพฤติกรรมว่าไม่ควรออกเพียงหมายเรียกแต่ต้องขอศาลออกหมายจับซึ่งกรณีการขอออกหมายจับครั้งนี้จะแตกต่างจากการขอหมายจับทั่วไปที่เป็นหมายจับเพื่อนำตัวมาสอบสวน แต่นายสุเทพคือ การขอหมายจำเพื่อส่งตัวให้อัยการสั่งฟ้องศาล



